Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Pond

A little pond who wanna be a big ocean!

Pond Phromphruk

Occupation
Location
Interests
นางมารร้าย...เหรอ??
Photo 1 of 45

Video

 
August 24

ความลับ

เมื่อหลายปีก่อนฉันเคยเขียนถึงความลับลงในThaidiarist
ตอนนั้นฉันเขียนด้วยอารมณ์กรุ่นจากการเพิ่งอ่าน Can you keep a secret?
หนึ่งในนิยายน่ารักตลอดกาลของ โซฟี คินเซลลาส เจ้าของนิยายสาวนักช้อปคนนั้นไง
จุ๊ จุ๊ ขอแอบกระซิบข้างหูนิดนึงว่าฉันชอบเรื่องนี้มากกว่าเรื่องสาวนักช้อปมากกว่าเป็นไหนๆ
 
ความลับมีในโลกจริงเหรอ?
ฉันคงต้องขอเถียงขาดใจ เพราะฉันเชื่อว่าความลับมันไม่มีในโลก
เพราะเรื่องลับๆสำหรับคนๆนึง
มันกลับกลายเป็นเรื่องต้องเล่ากับคนอีกคนนึง
 
เรื่องลับของฉันเรื่องหนึ่ง อาจจะลับสำหรับพ่อแม่
แต่ไม่ลับสำหรับน้องสาว หรือเรื่องลับกับน้องสาวแต่อาจไม่ลับกับแฟน
อืม แล้วอย่างนี้มันจะยังเรียกว่าความลับได้อีกเหรอ?
 
แถมเวลาอัดอั้นอยากจะขยายความลับให้คนรอบข้างรู้
ก็ยิ่งต้องย้ำว่าลับมากนะ ห้ามบอกใครอีก
นั่นละค่ะคุณ มันจะยิ่งไปได้ไกลว่าไฟลามทุ่ง เร็วเสียยิ่งกว่าแสงด้วยซ้ำไป!!!
แล้วแบบนี้ยังจะกล้าพูดอีกเหรอว่ามันเป็นความลับ???!!!
 
ฉันเห็นโนบีตะซ่อนกระดาษคำตอบ0คะแนนไว้ที่ไหน
ก็ยังไม่วายโดนแม่หาเจอได้ทุกครั้ง
 
เฮ้อ นี่ฉันมาบ่นอะไรแถวนี้เนี่ย???
 
 
 
 
 
 
 
 
 
July 14

เทศกาลงานยุ่ง

หายหัวหายเฮดไปจนงงตัวเอง
อยากจะเขียนแต่ก็ไม่มีเวลามั่ง หาเวลาไม่ได้
ทั้งๆที่ช่วงนี้มีเรื่องยุ่งเรื่องวุ่นเข้ามาในชีวิตเยอะเหลือเกิน
เริ่มจากอันไหนก่อนดี?
เอาเป็นเรื่องคุณป้าสุดที่รักก่อนดีกว่า
อาทิตย์ก่อนช่วงหยุดยาวฉันขับรถหมายจะพาหลานไปให้เล่นเสียหน่อย
อีกสองเลี้ยวถึงหน้าบ้านแล้วดเอะใจนิดนึงโทรไปหา
ได้ความว่าขณะนี้ขบวนสามแม่ครัวอยู่โคราช
กำลังออนทริปไปอุบล เพราะหยี่โกวจะไปหาหมอที่เป็นญาติคนหนึ่ง
ให้แกช่วยตรวจเรื่องการผ่าตัดเพื่อหา second opinion
ฉันก็รับทราบแล้วก็โทรไปรายงานคุณน้อง
อีกสองวันต่อมาขณะกำลังใช้แรงงานทาสในวันหยุดอยู่ที่ออฟฟิศ
ตั่วโกวโทรมาก่อนจะขับรถออกจากออฟฟิศ
เล่าความว่า ตอนนี้ตั่วโกวอยู่รพ.อุบลรักษ์  ธนบุรี
เพิ่งผ่าตัดเสร็จกำลังพักฟื้น พอดีเห็นหยี่โกวหาเลยหาด้วย
หมอบอกจะผ่ามั้ยแป้ปเดียวเอง แกก็เลยตกลงเพราะเห็นมันแป๊ปเดียว
ผ่ากระดูกสันหลังนะเฟร้ย ไม่ใช่หกล้มเข่าแตก!!!!
ประโยคหลังเล่นเอาฉันเบรคหัวเกือบทิ่ม
ได้ข่าวว่าขาไปเนี่ยบอกมาว่าจะไปเป็นเพื่อนหยี่โกว
ไหงได้เป็นคนผ่าซะเอง แถมตอนนี้อยู่รพ.คนเดียวอีก
ฟังแล้วโกรธปรี๊ดดดด จนต้องต่อสายตรงไปกรี้ดที่ลอนดอน
เฮ้ยนี่มันอะไรกั๊นนนนนน
สองพี่น้องร่วมด้วยช่วยกันกรี้ด
วันรุ่งขึ้นฉันพยายามหาไฟลท์ไปอุบลหลังจากเช็คกับนางพยาบาลที่นั่น
เรื่องอาการและผลการผ่าตัดในเบื้องต้น
(ขอโทษพยาบาลด้วยนะคะ เจอฉันวีนแตกเข้าไป^^")
ยังนะ ยังไม่สุดทีเด็ดยังมีหลังจากนี้
พอวันรุ่งขึ้นฉันโทรไปหาคุณเจ๊อ๋าอีกที
เธอบอกว่าเธอออกมาจากอุบลแล้ว
นั่งรถตู้ออกมาเดี๋ยวรพ.มาส่งให้ที่กทม.
กรี้ดแตกรอบสอง
อะไรกั๊นนนนนน จะรีบไปไหนเนี่ยเจ๊!!!!!!
ทั้งๆที่คิดว่าจะบินไปรับแท้ๆ ผ่าตัดออกมาได้สองวัน
นั่งรถตู้ทำไมเนี่ย
เจ๊อ๋าก็พยายามแก้ตัวบอกว่ารถตู้วีไอพี่น่า ที่นั่งดีไม่ต้องเป็นห่วง
หมอเก่ง เป็นผอ.และเป็นหุ้นส่วนรพ.ด้วย
เค้าดูแลตั่วโกวอย่างดีไม่ต้องเป็นห่วง
ฮ่วย ไม่ให้เป็นห่วงได้ไงฟะ
ตกเย็นหลังจากไปงานรับปริญญาภุชงค์
ฉันเลยบึ่งไปบ้านที่แจ้งวัฒนะ
เจอคนเพิ่งพักฟื้นยืนยิ้มหราโชว์แผลผ่าตัดยาวไปครึ่งหลัง
เจ้าปอยก็โทรมาพอดี เลยมีรายการด่าข้ามทวีปกันอีกรอบ
เฮ้อๆๆๆๆ
รายการแรกก็เหนื่อยแฮ่กแล้ว
รายการสองกำลังจะตามมาติดๆ
เห็นลิสต์งานแล้วจะเป็นลม
3-5อยู่จังหวัดนึง
6-9 อยู่อีกจังหวัดนึง
20-21อยู่อีกจังหวัดนึง
25-29 อยู่อีกประเทศนึง
ดีนะที่มันไม่ติดกันมากเหมือนช่วงก่อนๆ
งานนี้มีเฮ ถ้าถามว่าชอบมั้ย
โอ้โหตั้งตารอเลยล่ะ แบบนี้สิมันส์
จะห่วงอยู่ก็แต่เจ้าตัวแต่นี่ละนะ
เรื่องสุดท้ายเท่าที่นึกออกตอนนี้
ดูเหมือนว่าหนึ่งในลิสต์ที่ฉันอยากจะทำตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วจะเป็นผลสำเร็จ
จากที่คิดว่าน่าจะยังไม่ได้ในปีสองปีนี้ก็ได้มาแบบไม่คาดฝัน
หลังจากโดนไอ้ซาร่ากับพี่เก๋บ่นจนหูชามาเป็นปีๆให้ลาออกไปทำที่อื่น
ด้วยเพราะว่าฉันควรได้เงินเดือนดีกว่าที่เป็นอยู่

 
ตอนนี้ฉันและเลิฟกำลังติดหยกลายเมฆมาก
ทั้งๆที่ปกติไม่นิยมดูละคร ชอบอ่านมากกว่า
แต่เรื่องนี้ยอมรับชอบบบ
ฉันเคยปลื้มหยก เพราะชอบในเนื้อหยก
และก็มีความเชื่อที่คิดเอาเองว่าหยกเป็นของเย็น
การพกหยกน่าจะช่วยทำให้เราเย็นลงบ้าง
ถึงกับเคยซื้อหยกสองชิ้นกลับมาจากเมื่อตอนไปเมืองจีนครั้งสุดท้าย
น่าเสียดายที่ตอนนี้มันหายไปแล้วทั้งสองอัน
อันหนึ่งแตก
อันหนึ่งหาย

แล้วทั้งสองอันก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำตามวันเวลา..
 
 
 
June 26

Good bye MJ

เมื่อราว16ปีที่แล้ว
เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันรู้สึกตื่นเต้น

ตื่นเต้นเพราะตอนนั้นเรากำลังจะมีคอนเสริ์ตที่ถือว่าเป็นคอนเสริ์ตเต็มรูปแบบ
จากศิลปินระดับโลกอย่าง Michael Jackson
วูบแรกที่ได้ยินข่าวนี้ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องจริงหรือนี่
แต่การโปรโมทอันแสนยิ่งใหญ่จากช่องสามและ BEC-Tero
ด้วยโฆษณาจากสปอนเซอร์หลักอย่างเป๊ปซี่
และรายการพิเศษตอนกลางคืนที่ทำให้เด็กอายุ14
อย่างฉันต้องตั้งนาฬิกาปลุกขึ้นมาดูทุกครั้ง
 
 
สมัยนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต..
ยังไม่มียูทูปรวมถึงโทรทัศน์ดนตรีต่างๆที่
ถ้าจะได้มีโอกาสดูบ้านคุณต้องติดจานดาวเทียม..
การเข้าถึงนักร้องต่างประเทศยังต้องอาศัยความพยายามมาก
 
ฉันรู้จักไมเคิล แจ็คสันครั้งแรกตอนที่น้าแอ๊ด คาราบาวร้องว่า
เอาไมเคิลแจคสันคืนปายยยย
เอาพระนารายณ์คืนมาาาาาา
จากนั้นด้วยความอยากรู้ก็อ่าน
ดู มองตามร้านเทป

ไปเห็นซีดี Bad บนหัวเตียงของพี่ฟ้าที่อุดร
สมัยนั้นฉันมีแต่เครื่องเล่นเทป
โอกาสจิ๊กกลับมากรุงเทพเลยมีค่าเท่ากับศูนย์
แต่ก็ยังติดตามเท่าที่เด็กคนนึงจะตามได้
 
เด็กม.3กับการไปดูคอนเสริ์ตของไมเคิล
ที่ถึงแม้บัตรราคาถูกสุดจะ500ก็เถอะ
ก็ยังไม่มีปัญญา กลัวฟังไม่ออก ไม่มีคนไปด้วย
(ถ้าเป็นตอนนี้เหรอ เชอะ อยากไปก็ต้องไปสิ)

ฉันยังจำได้ถึงเพื่อนชายคนนึงที่นั่งโต๊ะติดกัน
รัชตะลงทุนหยุดเรียนไปดูคอนเสิร์ตไมเคิลที่สนามศุภเชียวนะ
จำได้แม่นว่าไมเคิลเลื่อน2วันรัชตะก็ต้องหยุดเรียน2วัน
แถมตอนนั้นรถติดเป็นประวัติการณ์
(ส่วนฉันนอนตายอยู่ที่บ้าน อีสุกอีใสถามหาพอดี!)
 
 
ในความทรงจำของฉันนั้น
ไมเคิลคือราชาเพลงพ็อพของจริง
ด้วยเพลงพ็อพขั้นเทพ ซาวด์ทันสมัย
MVที่ดูอลังการและเทคนิคที่แพรวพราว
ที่ไม่ว่าดูอีกกี่ครั้งก็รู้สึกไม่เก่า แถมยังทันสมัย
แบบนี้สินะที่เขาเรียกกันว่าอยู่เหนื่อกาลเวลา?

แม้กระทั่งทุกวันนี้ถ้ามีช่องไหนเปิดเพลงของคิง ออฟ พ็อพ
ฉันมักจะต้องหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ชั่วคราว
แล้วหันไปตั้งอกตั้งใจดูเสมอ
 
ฉันไม่นิยมและใส่ใจในเรื่องส่วนตัวของเขาเท่าไหร่
แต่เทให้หมดใจกับความสามารถทางดนตรี

เมื่อเช้าตอนที่ตื่นขึ้นเปิดโทรทัศน์รายงานข่าวการจากไปของเขา
ฉันตกใจหันไปมองหน้าพ่อแล้วแต่
แล้วก็ต่างคนต่างพุ่งเข้าสู่แลปท้อปเช็คข่าวทันที
ช็อค
เรื่องจริงเหรอเนี่ย...
 
นึกถึงไมเคิลแล้วก็นึกไปถึงเคิรท โคเบน
จอหน์ เลนนอน เอลวิส เพลสลีย์
 เขาเหล่านี้ถึงจะจากไปแล้วแต่บางครั้ง
เรากลับรู้สึกว่าเค้าอยู่ใกล้กับเรามากขึ้นกว่าเดิม
บทเพลงและผลงานต่างๆที่เขาเหล่านี้สร้างสรรค์ขึ้นมายังคงอยู่
และเป็นอมตะ เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางดนตรี
ที่เราทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคทองของเขาเหล่านี้
ได้ทำให้เรามีความสุขมากมายแค่ไหนเมื่อยามได้ฟัง
ได้เต้น และได้ร้องตาม...
 
 
ขอบคุณมากนะคะ
 
 
จากนี้ไปขอให้พักผ่อนให้สบาย คุณต่อสู้และเหนื่อยมามากพอแล้ว...
 
 
 
 
"There's a place in your heart, and I know that it is love
And this place could be much brighter than tomorrow
And if you really try, you'll find there's no need to cry
In this place you'll feel, there's no hurt or sorrow"
 
 
May 14

Asian Conference : Lastday

ห่างหายจากการเขียนบล็อคไปเสียนาน
ด้วยงานการที่แสนจะยุ่งเหยิงจนทำเอาเปื่อยอยู่บ่อยๆ
เกือบจะหาทางเข้าไม่เจอ
ทั้งที่จริงๆแล้วนึกอยากจะเข้าเสมอแต่แหม เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เข้ามาเสียที
 
ค้างนู่นค้างนี้เขียนไม่จบหลายอย่าง
กลับเข้ามาดูentryเก่าๆถึงได้รู้ว่าตายละหวา นี่ตรูยังไม่ได้กลับจากภูเก็ตอีกเหรอเนี่ย
แถมหลังจากนั้นยังมีอีกสารพัดทริปตามหลังมา
รีบๆทยอยเขียนให้จบดีกว่า ดินพอกหางหมูจนใหญ่จะเป็นหมูอีกตัวแล้วนะเนี่ย
 
สำหรับประชุมวันสุดท้าย มันจะเป็นการจัดกิจกรรมสัมพันธ์อะไรเทือกนั้น
ปีนี้นับว่าเป็นปีที่2 สมัยก่อนประชุมก็คือประชุมจริงๆ 3ปีที่ผ่านมานั่งหน้าเครียดจดๆถกๆเถียงๆกันทั้ง4วัน
กว่ามันจะคิดได้ว่าควรจะมีปฏิสัมพันธ์กันก็นะ ไม่รอให้ฉันลาออกไปซะเลยล่ะ
ปีนี้ไอ้กิจกรรมทีว่าก็สุดแสนจะท๊อป ซีเคร็ต ฉันไปเลียบๆเคียงถามกาเร็ตนายเก่า
ว่าเป็นยังไง ยากมั้ย โหดเหมือนปีที่แล้วรึเปล่า (ปีที่แล้วให้หาของเก่าอ่านเอาเองนะคะ)
มันก็บอกไม่โหดเท่าปีก่อนหรอก โหดกว่านั้นเยอะ ขู่ฟ่อๆซะฉันแอบกลัว
นัดกันตอนแปดโมงเช้าเพราะว่าต้องขึ้นรถโค้ชไปไกล
ฉันก็แต่งตัวตามที่เค้ารีเควสเป๊ะ
เสื้อยืดบางๆใส่สบายๆ (นะก็เรารู้นิว่าอากาศบ้านเราเป็นอย่างไร)
กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าแซนดอลกระเป๋าสะพายใบเล็กพร้อมลุย
แยกย้ายกันไปตามสีที่เค้าจัดไว้ให้
แอบคิดในใจ ซวยอีกแล้วกรู ซวยได้ซวยดีทุกปี
ปีที่แล้วก็ดันอยู่กลุ่มเดียวกับกาเร็ต เล่นเอาเข้ากิจกรรมไม่สนุกเท่าที่ควร
เค้าเล่นกันขำ แม่งจะเอาให้ชนะให้ได้ โรคperfectionism กำเริบ
ปีนี้เจอหนักกว่าเก่าอยู่กลุ่มเดียวกับMD ค่ะพี่น้อง ซวยได้อีกกรู
ขึ้นรถบัสกันไปประมาณ1ชม. ถึงหาดอะไรสักอย่าง
พอลงไปถึงที่มีซุ้มรอเราอยู่ มีบู้ทครีมกันแดดกับยากันยุงให้
ไอ้ฉันก็ทาครีมกันแดดอยู่แล้ว เลยเดินไปที่ครีมทากันยุง
พอเทใส่มือ กาเร็ตดันเดินมาบอกว่าไม่ได้ไปบุกป่าฝ่าดงจะทาทำไมยากันยุง
อ้าวเวร แล้วมรึงจะให้ทางผู้จัดกิจกรรมเค้าเอามาวางทำไมเล่า
ไหนๆก็เทไปแล้วเลยเอามาลูบๆขาพอเป็นพิธีละกัน
 
พอเข้าแถวตามกลุ่มก็มีนักเรียนจากโรงเรียนที่อำเภอนั้นมาเข้าแถวรอต้อนรับเป็นแถวๆ
แล้วเค้าก็ประกาศให้แต่ละกลุ่มจับคู่กับกลุ่มของเด็กนักเรียนนั้นๆ
เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายตอนเช้า
เด็กๆป.4-6 ออกอาการเขินๆไม่กล้า อาจจะเพราะฝรั่งเยอะ
เลยยืนนิ่งๆกัน เดือดร้อยถึฉันต้องเดินออกมาข้างหน้า ยักแข้งยักขาให้เด็กๆช่วยกันเต้น
ก็นะ จัดที่ประเทศไทย ทำอะไรก็ต้องช่วยๆกันหน่อย
เด็กๆเห็นฉันเต้น(ทุเรศๆ)เลยพอจะออกแข้งออกขากันนิดนึง
 
 
จากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปตามกลุ่ม
กิจกรรมแรกก็คือเราต้องเพนท์ธงประจำกลุ่ม ฉันอยู่ทีมสีแดง
คริส MDบอกฉันว่าเราควรมีชื่อทีม เอาทีมไรดีนันทพร
นันทพรเริ่มเอาทรีนก่ายหน้าผาก เออ เอาไรดีละ คิดดิคริส
คริสเลยบอกว่าเราอยู่เคมบริดจ์ สัตว์สัญลักษณ์ของเคมบริดจ์คือ"Lion"
เราอยู่สีแดง งั้นชื่อทีม Red Lion ก็แล้วกัน ทุกคนก็โอเคตามนั้น
(แต่ถามหน่อย  ใครจะกล้าขัดฟะ)
 
 
แล้วคริสก็ถามฉันว่า ช้าก่อน นี่มันเมืองไทย
นันทพร Lion ภาษาไทยว่าอะไร
เสือไงเสืออะ มันออกเสีงไม่ได้อีก
นันทพรตั้งชื่อไทยให้มีความหมายว่าRed Lion ทีสิ
อะ นันทพรเอาทรีนก่ายหน้าผากแป๊ปนึงแล้วก็บอกว่า "สิงห์แดง"เป็นไง
คริสทำหน้าฉงน สิงห์ เหรอ
ใช่ สิงห์เหมือนเบียร์ สิงห์ไง พอบอก Singha Beer ทั้งทีมที่เหลือร้อง อ๋อออออ
สรุปเราเลยชื่อทีม ซิงฮาแดง กัน (มันออกเสียงสิงห์ไม่ได้สักที)
 
 
จากนั้นก็ตรงวาดรูปลงไปที่ธง
คริสบอกให้วาดสัญลักษณ์เคมบริดจ์ ซึ่งเป็นสิงห์สีทองสี่ตัวอยู่ในโล่ห์
(ถ้าใครนึกไม่ออกให้นึกถึงตราของโรงเรียนฮอกวอร์ต มันคล้ายๆแบบนั้นเลย)
ฉันบอกคริสยูวาดเหอะ ถ้ายูวาดแล้วไม่สวยไอรับรองว่าไม่มีใครกล้าติ
อะมันก็จัดการวาดลงไปแล้วหลังจากนั้นเราก็เริ่มตกแต่งธงกัน(อย่างมั่วๆ)
คริสบอกว่าชื่อไทยเค้าชื่อสมคิด คริสเลยเขียนชื่อตัวเองลงไป
ฉันก็เขียนลงไป(แน่นอนเขียนภาษาไทยโลด) คนเกาหลีก็เขียนเกาหลี
ที่เด็ดคืออินเดียมันเขียนภาษาอินเดียด้วย
แลดูน่ากลัวมาก เอิ้ก
 
 
จากนั้นก็เริ่มย้ายฐานเข้าไปเล่นเตะบอลแข่งกับทีมอื่นๆบ้าง แข่งกันเล่นสกีบกบ้าง
ตอนถึงสกีบกเฟรดดี้ตาแห้งกระพริบตาอยู่ดีๆคอนแทคกระเด้งออกมาข้างหนึ่ง
แถมไม่ได้เอาแว่นติดตัวมาเลยต้องอดทนกระพริบตาหยีๆไปตลอดวัน
การมีเด็กน้องๆชั้นประถมอยู่ในทีมก็สนุกไปอีกแบบเพราะฉันเป็นคนไทยคนเดียวในกลุ่ม
เลยต้องรับหน้าที่เป็นล่ามให้ชาวบ้านไป สนุกดีเหมือนกัน
พอถึงพักเที่ยงน้องๆได้รับแจกข้าวกล่องเป็นข้าวผัดบ้างกระเพราบ้างน่ากินม๊ากๆ
กำลังจะไปคว้ามมากินมั่ง มิเชลสะกิดบอกว่าอันนี้ของน้องของเราจะเป็นอีกชุดนึง
เดินไปเข้าคิวรับมาเป็นกล่องกระดาษจากเซนทารา ข้างในมีแซนวิซ สลัด ส้ม เงาะ น้ำผลไม้

เห็นแล้วห่อเหี่ยว กินแค่นี้วิ่งอีกรอบก็หมดแล้วอะ อยากกินกระเพราเหมือนน้องเค้าอะ แง๊
พอตกบ่ายนึกว่าจะมีกิจกรรมโหดเปล่าเลย
เป็นการปลูกต้นไม้ริมหาดเพื่อช่วยกันทดแทนธรรมชาติเดิมๆที่ถูกสึนามิถล่มไป
จากนั้นก็หิ้วปลากันคนละถุงเดินลุยทะเลไปปล่อยปลากัน
 
การปลูกต้นไม้เป็นไปอย่างราบรื่น
ฉันเจอไส้เดือนตัวใหญ่มากอยู่ในต้นกล้า
มือสั่นขาอ่อนแทบจะกรี้ด เพราะคนที่สนิทกันจะรู้ว่าฉันเกลียดหนอนมากกก
ตุ๊กแก จิ้งจก ไม่เคยกลัว แต่เห็นหนอนแล้วจะตาย
ต้องกลั้นใจหลับหูหลับตาเอาดินกลบๆลงไป
 
พอถึงช็อตลงไปปล่อยปลา
พวกที่ไปปล่อยปลาชุดแรกดันไม่ยอมถอดรองเท้าบู้ต
เวรมากเค้าให้ช่วยๆกันแชร์ ฉันเลยต้องถอดรองเท้าลุยน้ำไป
ที่ต้องใส่รองเท้าบู้ตเพราะทรายใต้น้ำมีก้อนหิน ก้อนกรวดแหลมๆมากมาย
ฉันเป็นพวกใส่รองเท้าเปียกไม่ได้เลยเอาวะเท้าเปล่านี่ล่ะ จะเป็นไรไป
 
เดินดุ่ยๆลงน้ำกับเลิฟ กับเฟรดดี้
เดินไปก็ร้องอู้ว อ้าว กันเพราะหินมันคมมาก
สักพักฉันเหยียบอะไรไม่รู้เสียหลักจะล้มดีที่คว้ามือเฟรดดี้ไว้ทัน
เฟรดดี้ถามเป็นไรเปล่า ก็บอกเหยียบหินไรไม่รู้อะ
แล้วก็เดินเซๆเหมือนมีอะไรพันนิ้วเท้าอยู่
เลยยกเท้าขึ้นมาดูเป็นต้นไม้น้ำมั้งมันเกี่ยวนิ้วโป้งอยู่
พอสะบัดออกไปก็เห็นเลือดสดๆไหลออกมา
 
เฟรดดี้บอกเฮ้ยนันทพรออกไปๆ เดี๋ยวฉลามได้กลิ่นเลือดยู
เวรไอ้นี่ ปากเรอะนั่น
ที่มันก็ดี เพราะตั้งแต่เดินเสียหลักไปจับมือจนถึงตอนนั้นก็ยังไม่ได้ปล่อยมือ
(ลืมตัวไปนิด จูงมือกันไปปล่อยปลาดูดีเชียว แต่คิดอีกทีมันไม่ใช่แฟนตรูนี่หว่า)
พอเฟรดดี้เห็นฉันแกะมือออกเลยบอกว่าเอางี้เดี๋ยวไอเดินนำหน้า
แล้วยูเดินตามก็แล้วกัน ส่วนไอ้เลิฟน่ะมันเดินลุยน้ำไปไกลแร้ววววว
 
พอเฟรดดี้เห็นเลิฟไปไกลมากก็หันมามองฉันแล้วบอกว่า
นี่พอล ทำไมพรรณทิพาเค้าเดินคนเดียวได้ไปตั้งไกลไม่เห็นจะเหยียบโดนอะไรเลย
มีแต่ยูนี่ละเดินไปทางซ้ายก็โดนหิน ทางขวาก็โดนหนาม
เดินตรงๆก็ยังสะดุดอีก เออ เวรสรุปมันจะช่วยจริงรึเปล่าวะเนี่ย
พอถึงจุดที่น้ำลึกพอเหมาะก็เอาถุงแช่น้ำ ฉันหันไปบอกเฟรดดี้ว่า Make a wish before you release the fish
มันก็พยักหน้าแล้วทำตาม

พอปล่อยเสร็จเราสามคนก็เดินดุ่ยๆกลับเข้าฝั่งกัน
ตอนนั้นเลือดที่นิ้วเท้ายังไม่หยุดไหลเลย
น้ำทะเลเค็มมันกัดปากแผลได้ดีนักเชียว
ทำให้รู้สึกตัวว่ามีนิ้วเท้าอยู่ตลอดเวลา
พอเข้าถึงฝั่งก็เดินไปหาพยาบาลบอกว่าโดนอะไรไม่รู้ในน้ำบาดเอาค่ะ
พยาบาลก็เข้ามาราดแอลกอฮอล์แล้วตามด้วยทิงเจอร์ให้ โอ้ว แสบจับจิตมาก

ทุกคนพอเห็นฉันร้องอ้ากซ์ๆๆ ก็เดินเข้ามาถามกันใหญ่เกิดไรขึ้นๆ
สรุปวันนั้นมีฉันคนเดียวที่ได้แผล
เฮ้อ เวร
 
พอทำแผลเสร็จก็ลุกขึ้นไปทำกิจกรรมต่อ
เราก็แจกหนังสือนิทานกัน พวกน้องๆก็ร้องเพลงให้ฟัง
บางคนก็มาขอลายเซ็น มาขอจับมือ (งงมากตัวเองเป็นนักร้องตั้งแต่เมื่อไหร่)
ก็สนุกดีนะมีการผูกข้อมือให้กันก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปห้อง
ไปรีบอาบน้ำแต่งตัวกันเพื่อให้ทันงานแฟนซีกาล่าคืนนี้
 
ทีมELTไทยอย่างเราสามคนก็ได้อาศัยอุปกรณ์ของคุณนัท
ก็หัวสตาร์วอร์ที่เราแบกๆกันลงมาจากกทม.นี่ละ
ฉันกับเลิฟเป็นstrom troopersแต่ใส่เสื้อยืดสีขาวสกรีนว่า Love Cambridge
กับกางเกงยีนส์ขาสั้น สะพายปืนไว้ที่เอวแล้วก็ใส่รองเท้าส้นสูง
แต่งหน้ากันเข้มเลย ติดขนตาปลอมด้วยเป็นการติดขนตามปลอมครั้งแรกในชีวิต
ติดให้เลิฟง่ายมาแต่ติดของตัวเองไม่ได้ ช่างมันวุ้ย
คุณนายเลิฟเพิ่งได้ไอเดียว่าเราควรจะหาถุงน่องตาข่ายมาใส่กันจะได้เซ็กซี่
แต่ร้านแถวหน้าโรงแรมไม่มีขาย ไอ้เลิฟก็บ้าดีเด่น
โทรหารถตู้ให้ออกไปซื้อให้ แต่คนขับรถตู้ไม่บ้ากับเราด้วยเลยอดไป หุหุ
ส่วนเบียร์ก็ใส่หัวDarth Vader กับสูทสีดำพร้อมด้วย Light Sabreด้วย เท่มากๆ
 
วิ่งออกไปขึ้นรถบัสเพื่อไปที่ฮิลตัน
พอเห็นฮิลตันแล้วแอบเสียดาย ทำไมไม่จัดที่ฮิลตันไปเลยเน้อ
สวยกว่า กว้างกว่าด้วย เสียเดียที่ตอนแรกเซลล์เล่นตัวไม่ยอมลดราคาให้
พอเราเซ็นเลือกเซนทารา รีบมาลดให้เลยแต่ก็นะ ช้าไปแล้วอะ
เดินเข้าไปงานทำธีมหรูหราประหนึ่งไปงานออสการ์
มีพรมแดงปูด้วย พวกเราก็เดินเข้าไปแบบฮาๆ
งานนี้มีโจรสลัดหลายคนเลย
บางคนก็แต่งตัวมาขำดีนะ บางคนก็ดูไม่ออกเลยว่านีมันชุดอะไรจากหนังเรื่องไหน
งานดำเนินไปอย่างฮาๆ ถ่ายรูปกันกระจาย
เหนื่อยจากกลางวันมาต่อกันตอนกลางคืน

พองานเลิกแทบสลบ เฟรดดี้ โจลีนกับเอเมอริคเดินมาหาฉันใหญ่บอกไปต่อไหนกันดี
(หลังจากคุ้นเคยกันดีตั้งแต่ที่ ยูเค ยันมะนิลา ฉันบอกกลับโรงแรมแล้วไปป่าตองกันก็ได้
(เคยไปซะที่ไหนละตรู พี่อั๋นเล่าทัง้นั้น)
รับปากกันดิบดีพอกลับถึงห้องฉันดันเดินสะดุดปลายเตียง
หัวทิ่มลงเหมือนนุ่มๆพอดีเลยหลับทั้งชุดนั้นเลย
ง่วงมาก สลบถึงเช้า
หมดไปอีกหนึ่งวัน

 
February 18

วันพิเศษของคน(เคย)พิเศษ

ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้โทรไปหา
ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ส่งข้อความใดใดไปให้
แต่ฉันรู้ว่าเธอต้องรู้ว่าฉัน"รู้"
และไม่เคยลืมมัน
 
ฉันเลือกที่จะอยู่เฉยเพราะฉันเชื่อว่าเธอจะได้ยินเสียงในใจฉัน
ขอให้เธอได้ค้นพบสิ่งที่ต้องการบนทางเดินสายใหม่
เลือกและทำในสิ่งที่ใจปรารถนา
ขอให้เธอหลุดพ้นจากวังวนแห่งความรู้สึกอันยุ่งเหยิงนี้เสียที
ฉันยินดีและให้อภัยในทุกสิ่งที่ผ่านมา
 
อีกไม่กี่นาทีก็จะผ่านพ้นวันนี้ไปแล้ว
ฉันขอให้เธอมีความสุข ไม่ทุกข์และไม่จมกับสิ่งที่ควรต้องจม
 
"สุขสันต์วันเกิดนะจ้ะ"