Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 07

    ผู้หญิงกับเครื่องทรมานตัวเองตอนที่ 2

    ปกติเวลาจะออกนอกบ้าน
    ผู้หญิงอย่างเราๆจะต้องมีกระเป๋าพกติดตัวคนละ1ใบ

    ฉันเคยทำการวิจัยแบบสุ่มสาระแนขอสำรวจกระเป๋าชาวบ้าน
    รวมไปถึงกระเป๋าตัวเองก็จะพบว่า
    มันยิ่งกว่าโรบินสัน เพราะมันมีทุกสิ่งที่สุขสันต์!!
    มันอาจเป็นกระเป๋าใบเดียวกับโดราเอมอนเพราะสามารถบรรจุของได้ราวกับมีมิติที่สี่อยู่ในนั้น
    เพื่อนชายบางคนเคยบอกว่านั่นกระเป๋าหรือหลุมดำวะแก!!

    สมัยตอนเด็กๆ เด๊ก เด็ก ฉันก็เคยสงสัย
    ว่าแม่ฉันเค้าพกอะไรนักหนาในกระเป๋าหนังใบโต
    เคยไปขอยืมถือเพราะอยากเป็นสาวก็พบว่าไหล่แทบทรุด
    หรือว่าสมัยตอนเป็นนักเรียนพวกเราเคยชินกับการแบกกระเป๋าใส่หนังสือหนักๆเกินไป พอโตขึ้นมาเลยติด??

    เอ  เหตุผลอาจพอฟังขึ้น?

    เพราะทุกวันนี้ฉันก็พบว่าตัวเองแบกของสารพัดไว้ในกระเป๋าเหมือนกัน -_-"

    คร่าวๆโดยหลักในกระเป๋า1ใบของฉันนั้น
    จะมีไอพอด มือถือ สมุดโน้ตเล่มเล็ก ปากกา กระเป๋าสตางค์
    กระเป๋านามบัตร กระเป๋าใส่คูปองหรือบัตรอื่นๆ ถุงผ้าใส่earphoneของไอพอดกับ smalltalk คอนแทคเลนส์สำรอง1คู่(เพราะเคยใส่เลนส์ไปทำงานข้างเดียวหลายครั้งแล้ว) น้ำตาเทียมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งสี่หลอด(พกเผื่อคนอื่นด้วย) แว่นกันแดด ลิปมัน กระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กที่มีแป้ง ลิปกลอส (ซึ่งสี่เดือนจะหยิบขึ้นใช้สักครั้ง) กุญแจบ้าน2พวง (เพิ่งเริ่มพกสองพวงไม่นาน เพราะพวงประจำชอบลืมทิ้งไว้ที่ออฟฟิศ)บัตรรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดิน ฮอลล์อีกแผงไว้อมเวลาพูดมากๆอีกแผง กำกิกเผี่ยงไว้อมเผื่อวันไหนเจ็บคอถ้าพูดมาก ผ้าอนามัยสองแผ่นเผื่อฉุกเฉินหรือเพื่อนยืม แถมวันไหนติดขนตาปลอม ก็มีพกกาวติดขนตาไว้อีก ฮ่าๆ

    รายการด้านบนคือกระเป๋าที่บรรจุของไว้เวลาทำงาน
    แต่ถ้าเป็นวันหยุดจะมีแพมเพอสอีกสอง baby wipe นมอีกสองกล่อง แล้วยังมีกระติกน้ำอีกต่างหาก วันไหนพาเด็กแมวไปไกล ต้องเปลี่ยนเป็นเป้แจนสปอร์ตซะงั้น เพราะพกเสื้อไปอีกชุด กันเลอะเทอะ!! 

    จากของที่พกด้านบน ฉันสรุปได้ว่าของที่ใช้จริงๆมีอยู่แค่กระเป๋าตังค์ กระเป๋านามบัตร สมุดโน้ต ปากกา บัตรอีกเล็กๆน้อยกับกุญแจบ้าน แค่นั้นเอง แต่ถ้าเลือกพกของแค่นี้จะไม่มั่นใจอย่างแรง คล้ายแต่งตัวแต่ลืมรูดซิปกระโปรงเลยเชียว

    จากการไปสำรวจกระเป๋าเพื่อนรักก็พบว่านอกจากของข้างต้นที่มีเหมือนๆกันกับฉันนั้น มันพกยาด้วยประมาณ4-5อย่าง ปวดหัว ปวดไมเกรน ปวดประจำเดือน นอนไม่หลับ ฮ่องกงฟุต สามารถหันไปขอยืมคุณนายได้ทันที ส่วนผ้าอนามัยนั้นคุณนายบอกไม่พก เพราะฉันพกเผื่อให้แล้ว !!

    จำได้ว่าสมัยวัยรุ่นเคยฮิตกระเป๋าเป้ของPradaกัน จำได้ว่าตอนมัธยมปลาย ตอนเด็กๆเนี่ยจะไม่ได้พกอะไรมาก (เพราะไม่มีอะไรจะพก กระเป๋าจะเหี่ยวๆแลดูไม่สวย เพื่อนฉันมันก็ตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าที่สุดในชีวิต

    ด้วยการใส่สมุดหน้าเหลืองลงในกระเป๋าเป้เพราะเหตุผลที่ว่า กระเป๋าจะได้ดูมีทรง แลดูสวยงาม

    หนักก็ยอมแต่ขอกรูอินเทรนด์นิดนึง!!!

    จะเรียกว่าโง่หรือบ้าก็ไม่รู้ แต่ทุกวันนี้เวลาเจอกัน
    ฉันเป็นต้องจับเรื่องนี้มาแซวมันทุกครั้งไป
    และคาดว่าจะแซวกันจนแก่ตายกันไปข้างด้วย

    แล้วที่ฮาอีกเรื่องคือเพื่อนผู้ชายของฉันบางคนมักจะทำหน้าตาสงสัย ว่าพวกแกใส่อะไรลงไปนักหนา ก็เห็นใช้จริงๆอยู่ไม่กี่อย่าง แถมเวลาจะรื้อจะค้นที มันมักจะส่ายหัวที่เห็นสาวๆแทบจะเอากระเป๋าตั้งบนหัวเข่าแล้วควานหาสิ่งที่ต้องการ

    ยิ่งเวลามีโทรศัพท์มา ฮ่าๆ อย่าให้เล่า แทบอยากจะเททุกอย่างออกมากองแล้วควานหาโทรศัพท์ กว่าจะหาเจอ สายก็หลุดไปนานแล้ว!!!
    ยิ่งถ้าคนไหนพกโทรศัพท์สองเครื่อง โอ้ แม่เจ้า เครื่องที่เราหาเจอก่อน มันมักจะไม่ใช่เครื่องที่มีสายเข้าเสมอ!!

    ลองนึกดูกันนะคะ รองเท้าส้นสูง แหลมเปี๊ยว ประหนึ่งเดินทรงตัวอยู่บนบาร์เดี่ยว ยังไม่พอ ยังมีกระเป๋าที่หนักอย่างน้อย2โลให้แบกอีกด้วย

    นี่ยังแค่พูดถึงของในกระเป๋านะคะ ยังไม่รวมราคากระเป๋า
    วันนี้เพิ่งได้คุยกับเพื่อนเก่าอีกคนเรื่องกีตาร์ ราคากีตาร์ในฝันที่เพื่อนฉันอยากได้นั้น มันถูกกว่ากระเป๋าใบล่าสุดที่ฉันซื้อเสียอีก
    ฟังแล้วรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่เอาน่า ฉันเล่นกีตาร์ไม่เป็นนี่


    วันนี้เลยหยิบกระเป๋าจำนวนสี่ใบที่ใช้บ่อยมาเรียงกัน
    หาเรื่องจิ้มเครื่องคิดเลขแล้วก็พบว่า แม่เจ้า แค่สี่ใบนี้ตูดาวน์รถได้แล้วนะเนี่ย ถ้ารวมๆที่ซื้อๆมาทั้งหมดคงซื้อบ้านได้หลังนึง
    -_-"


    ดีนะที่หยุดซื้อไปแล้วตั้งแต่มีเด็กตูดเป็ดเป็นของตัวเอง
    แต่เคยแอบคิดในใจเหมือนกันนะว่าถ้าโตเป็นสาวเมื่อไหร่จะยกเป็นมรดกให้ (ถ้าแม่มันไม่ใช้พังไปเสียก่อน)
    เพราะมั่นใจสุดๆว่าเชื้อ(บ้า)ต้องไม่ทิ้งแถวแน่นอนนนนนน!!!

    ฮ่าๆๆๆ




    January 04

    ผู้หญิงกับเครื่องทรมานตัวเอง

    เมื่อวันเกือบสิ้นปีฉันพาตัวเองไปที่เซนทรัลลาดพร้าว
    ถอยรองเท้าคู่ใหม่มาให้ตัวเองเป็นจำนวน 2 คู่

    หลังจากเอามานั่งจ้อง นอนจ้อง
    หอมซ้ายหอมขวา เอ้ยไม่ใช่ ลูบๆคลำๆ
    สวมและเดินไปเดินมาในบ้านก็พบว่า
    คู่คัทชูเนี่ยโอเค สูงแต่พอรับได้
    แต่อีกคู่ที่ซื้อมาเพราะกิเลสล้วนๆเนี่ย
    มันสูง ซู้ง สูง
    เอ่อ พูดบ้านๆเลยนะคะว่า มันสูงชิบหายค่ะ

    จะสูงไปไหนเนี่ย ไม่ได้วัดแต่เท่าที่กะด้วยสายตา
    น่าจะ4-5นิ้วได้ แถมแหลมด้วย
    แม่เจ้าตอนซื้อละไม่คิด
    ในชีวิตจริงตรูจะใส่แล้วจะเดินได้รึเปล่าฟะ

    ผู้หญิงคนอื่นอาจจะใส่ได้นะ
    แต่สำหรับฉัน 3นิ้วก็แทบจะหอบแฮ่กๆแล้ว

    แต่นั่นแหล่ะ รองเท้าส้นสูง เนี่ย
    เป็นอะไรที่เข้าใจกันดีว่ามันช่วยเสริมสร้างความเป็นหญิงให้มากขึ้น

    พอใส่แล้วขาจะเรียวยาว
    สะโพกกับก้นจะถูกยกขึ้น (จากการต้องเขย่งเดิน)
    เวลาก้าวเดินจะงดงามเหมือนพญาหงส์
    แต่

    แต่ ผู้ชายมันจะรู้มั้ยคะว่านั่นน่ะแลกกับความเจ็บปวดทีเดียวนะ
    เพื่อนฉันมักจะบ่นเป็นประจำว่าปวดหลัง เมื่อยเท้า ปวดสะโพก
    แถมพวกรองเท้าประเภทส้นสูงมากๆเนี่ย
    พอใส่นานๆน้ำหนักตัวมันก็กดทับ
    แถมรูปทรงรองเท้าที่ดูน่าอึดอัดก็ทำให้กระดูกเท้าผิดรูปอีก
    เส้นเลือดขอดก็จะถามหาเอาด้วย สารพัดโรค

    แต่ผู้หญิงอย่างเราก็ยอมทน


    ด้วยงานของฉันมันต้องแบกของหนักก็พาลปวดไหล่เข้าไปอีก
    เจ้าเพื่อนซี้บ่นประจำ ปวดขาๆๆๆๆ
    พอบอกให้งดใส่สูงๆบ้าง เธอก็หันมายิ้มแหยๆ
    ก็มันไม่สวยอะแก

    เออ ถูก เพราะฉะนั้น อยากสวยต้องอดทน!

    เนื้อที่โฆษณา
    Moods Bar ร้านน่านั่ง ดนตรีเพราะ บรรยากาศดี
    อยู่พหลโยธินซอย5 บอกว่ารู้จักกับพี่อั๋นคิดเพิ่มอีก 10%
    ช่วยๆอุดหนุนกันหน่อยนะคะ ถ้าร้านติดลมบน
    เคมบริดจ์จะได้หมดคู่แข่งไปอีกหนึ่ง ฮ่าๆๆ 

    January 01

    My Goal 2009

    เมื่อสักครู่ว่างเลยสบโอกาสกลับไปดูบล็อคเก่าที่เขียนไว้ถึงโกลของตัวเองในปีที่แล้ว
    5 ข้อ ทำจริงได้ข้อเดียว คือ ไปดูคอนเสริต์ ฮ่าๆ
    เศร้าจิต ฮ่าๆ แต่เอาน่าก็ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยๆก็ทำได้สักข้อ
     
    ปีนี้จะเซ็ทอะไรให้ตัวเองดีละ?
    เอาละนะ
    1. ขับรถให้เป็น นี่มันเหมือนปีที่แล้วนี่นา เอาวะ ยังไงก็ควรจะขับให้เป็นกับเค้าซะที
    จะได้ไปไหนมาไหนสะดวกขึ้น แต่แหมถ้าขับรถเป็นก็ไม่มีคนมาส่งบ้านสิเนี่ย 
     
    2. อ้วนขึ้น เป้าหมาย 45 กิโล เอ้ะ นี่ก็คุ้นๆว่าเหมือนของปีที่แล้ว ตอนนี้หนักประมาณ43อีกแค่สองกิโลน่าจะทำได้ไม่ยาก(มั้ง)
     
    3.ไปเขมร เอ้ะ นี่ก็ของปีที่แล้ว ฮ่าๆ ยังไม่ได้ไปสักที บิวด์เลิฟมาหลายปีละ ปีนี้บิวด์อีกจะได้ไปด้วยกัน
     
    4. ออกนอกกรอบ จริงๆออกนอกกรอบมาตั้งแต่ปีที่แล้วละ มีคนพาออกเป็นระยะๆให้ใจเต้นตูมตามเหมือนตอนหนีโรงเรียนครั้งแรก (เคยหนีซะที่ไหน?)
    ก็รู้สึก สนุก ใจแตก (เอาตอนสามสิบ?) ฮ่าๆ สนุกดี ปีนี้เอาอีกๆ คลายเครียดดีแท้
     
    5. ประหยัดให้มากขึ้น ช้อปปิ้งให้น้อยลง นี่แปลว่าต้องไปช้อปปิ้งคนเดียว ถ้าไปกับเลิฟสองคนช่วยกันยุ แต่เอ้ะ วันก่อนไปลาดพร้าวคนเดียวก็ช้อปไม่หยุดนี่นา
    ปีนี้คิดว่าจะงดช้อปเครื่องสำอาง ใช้ที่มีอยู่ให้หมดก่อน เลิกใช้พวก เคาท์เตอร์แบรนด์ บ้าง จะได้เซฟเงินไปทำอย่างอื่น ต้องประหยัดๆๆๆ ต่อไปจะมีหนี้ก้อนใหญ่
     
     
    ปี08ที่ผ่านมาเป็นปีที่ดี ปีหนึ่งของฉันเลย
    ได้ไปแรดๆ ได้ไปใช้ชีวิตเหมือนกับที่คนอายุเท่านี้ควรจะใช้บ้างนิดนึง ก็แฮปปี้ละ
    หวังว่าปีนี้ก็จะเป็นปีที่ดีอีกหนึ่งปี
     
    ปล.ทำไมทุกปีใหม่ต้องเปื่อยทุกครั้งนะ
    ไปอ่านบล็อคปีก่อนก็เปื่อย ปีนี้ก็เปื่อย จะเปื่อยอะไรนักหนาเนี่ย!