December 07
กลับมาเขียนถึง Asian Conferenceให้จบๆก่อนจะลืมดีกว่า
วันที่สองของการประชุม ง่วงอิ๊บอ๋ายเลยค่ะพี่โน้ง
แต่ก็อย่างว่าดันนั่งสบตากับโฮเวิร์ดตลอดทั้งวัน จะหาวยังต้องแอบๆ
ตอนช่วงที่ไนเจลออกมาพรีเซนต์มีการเล่นเกมส์ตอบคำถามด้วย
ไอ้ฉันก็กำลังง่วง เล่นเกมส์นี่ชอบมาก ฮ่าๆ
จัดมา หน้าม้าจากไทยแลนด์ก็จัดไป
ได้รางวัลเป็นทิมแทมแบบเม็ดๆอีกถุงเล็กๆเลยมาแกะแบ่งกันกินที่โต๊ะ
โฮเวิร์ดบอกฉันว่า กำลังง่วงพอดี มีของกินยังพอแก้ง่วงได้ ก้าก
รอบบ่ายเป็นการประชุมแบบ Pararelle session
ฉันต้องเข้าไปนั่งฟังพวกเร็พด้วยกันพรีเซนต์
อย่างที่บอกปีนี้รอดเพราะปีที่แล้วพรีเซนต์ไปแล้ว
ส่วนเบียร์รอดได้เพราะว่าเวลาไม่พอ
พอรู้จากกาเร็ธเบียร์เลยเมล์ไปขอแสดงัวว่าถ้าคนเยอะก็ตัดผมออกก็ได้
ฉลาดมั่กๆ เพื่อนฉัน พอเฟรดดี้รู้เรื่องนี้มันโวยใหญ่เลย
แต่ปีนี้พรีเซนต์ฉันว่าไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่
เพราะว่ามีคนฟังเป็นคนกันเองแถมมีแค่สิบกว่าคนเท่านั้น
ปีที่แล้วตอนฉันพรีเซนต์ทั้งMD,directers สารพัดนั่งกันให้พรึ่บ
ถึงกับต้องใส่กระโปรงยาวกันเห็นว่าขาสั่นอยู่ ฮ่าๆ
วันนี้เร็พญี่ปุ่นเดินมาบอกว่าชอบเดรสที่ฉันใส่
ซื้อที่ไหนในไทยเหรอ อยากได้มั่ง
ชั้นบอกประตูน้ำแพลททินั่มค่า สามร้อยเอ๊งง
ส่วนเร็พเกาหลีเดินมาบอกฉันว่าไม่อยากเชื่อว่ามีลูกแล้ว
ซึ่งฉันอึ้งกว่าเพราะมารู้ทีหลังว่าเค้าอายุมากกว่าฉันปีนึงแต่หน้าเด็กโคตรๆ
ตกเย็นวันนี้เป็นวันฟรีเดย์
ไทยทีมตกลงกันว่าจะไปกินข้าวที่กระชังที่คุณทีพาไป
แล้วก็ชวนก๊วนเก่าอย่างเฟรดดี้ เอเมอริค โอลิเวอร์ และคนอื่นๆไป
ตอนชวนเอเมอริคนี่ฮามากเค้าถามว่ากินอะไรก็บอกไทยกับซีฟู้ดนี่ละ
ไปไกลลำบากแต่กินบน Raftนะ พอพูดคำว่าraftยังไม่ทันจบ
เอเมอริคบอก โอเค ไอ โก ซะงั้นทันที
พอหกโมงเย็นพวกเราก็ออกมารอกันที่ล๊อบบี้
เจอทีมเกาหลีก็สนใจจะไปด้วยแต่จะตามไปทีหลัง
เลยบอกต้องรีบนะเพราะนั่งรถไปก็ชั่วโมงนึงแล้ว
อยู่ในรถตู้นั่งเมาท์กันไปตลอดทาง
ถามเอเมอริคว่ามีไอเดียมั้ยว่าปีหน้าจะไปที่ไหน
เอเมอริคบอกว่าที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่สิงคโปร์
ฉันบอกอยากไปเกาหลีๆๆๆ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทาง
เอเมอริคบอกไปเกาหลีเหนือจะพอมีสิทธินะนันทพร
แว้ก ใครจะไปวะ
นั่งรถตู้กันจนพอเมื่อยก็ถึงร้านอาหารที่หมาย
นั่งเรือต่อไปอีกห้านาที เจ้าพวกนี้ตื่นเต้นกันมาก
บอกสวยๆๆ แอบสงสารโอลิเวอร์มาไม่ได้เพราะต้องประชุมAcademicต่อ

อยู่ท่าเรือเตรียมไปกิน
ระหว่างลงเรือไปร้านอาหาร
สั่งอาหารกันมายกใหญ่กินกันกระจาย
ไอ้สามคนนั้นดี๊ด๊ากันมาก กินๆสลับกับไปสูบบุหรี่
ไอ้เบียร์กวนตีนดันไปสอนภาษาไทยตามที่เฟรดดี้เรียกร้อง
นั่งกินข้าวอยู่หันไปเรียกเฟรดดี้มันตอบ "เอออออ"
บอกเบียร์สอนบอกว่าเอาไว้ตอบรับเวลาคนเรียก
เบียร์บอกพูดกับแม่ก็ได้ ฉันเลยตอบไปว่า
Sorry, I am a well educated,man.I am not saying that to my mother!
แล้วก็มีเสียงเฮ้~~~~จากไอ้พวกที่เหลือ
ขำดี
เลือกกันเลยจะเอาตัวไหน (บาปดีแท้)
บรรยากาศดีสุดๆ
กินกันจนได้เวลาก็นั่งเรือกลับสนุกดี
ขากลับเรามีคุยกันในรถ พยายามถามกันว่าตกลงแฟนซีใส่อะไรกัน
ทุกคนก็พยายามบอกว่าเหลืออีกวันเดียวจะอยากรู้ไปทำไม รอก็ได้น่า
December 05
หลังจากที่โดนมรสุมงานพัดเข้าใส่ช่วงสองอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพ.ย.
สะบักสะบอมกันไปทั่วหน้าทั้งฉัน เลิฟ และเบียร์
จริงๆแค่ตารางที่ทำกันเอาไว้ก็เอี๊ยดจะตายอยู่แล้ว
เหตุเกิดด้วยความงกอยากใช้authorsให้คุ้มๆ
แล้วเป็นไงล่ะ โทรมกันเป็นแถวๆ
แถมยังโดนหางเลขจากการปิดดอนเมือง
เลยต้องนั่งรถตู้ปุเลงๆไป6ชั่วโมง แทบสลบกันเป็นแถบๆ
กลับเข้ามาออฟฟิศก็ต้องรีบสะสางงานบนโต๊ะ อีเมล์ที่อ่านแต่ไม่ได้ตอบ
อีเมล์ที่นึกว่าตอบแล้วแต่จริงๆแล้วลืม!
จนมาวันหนึ่งในตอนสายๆ ผู้ชายคนหนึ่งก็ออนไลน์ขึ้นมา
หลังจากถามไถ่กันสักพัก topicที่เราสองคนต้องคุยกันประจำก็คือ
"เมื่อไหร่จะไปเที่ยวกันอีก?"
และคำตอบก็จะเป็นเหมือนเดิมทุกครั้งคือ
พี่ต้องไปถามคุณนายเลิฟค่ะ ทุกคนพร้อมหมดยกเว้นคุณนายเลิฟ
จากนั้นฉันก็เลยถามไถ่ถึง?Moods Barว่าพร้อมจะเปิดเมื่อไหร่
จะได้รวมพลไปช่วยตัดริบบิ้นฉลองกันดีกว่า
พี่อั๋นเลยบอกขึ้นมาว่า ไปที่อื่นก่อนเถอะค่ะ กว่าจะเปิดตั้งวันที่ 25
งั้นวันไหนดีคะพี่?
พรุ่งนี้เลยดีกว่าค่ะ
พรุ่งนี้? เอาเลยเหรอคะ
แล้ว La Villa ตรงพหลโยธินก็เป็นข้อสรุปของพี่อั๋นกับฉัน
จริงๆแล้วฉันไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นละ ก็เคยไปกับเค้าซะที่ไหนละนั่น
พอสรุปได้ก็หันไปชวนเลิฟ โทรหาเบียร์ จิกไอ้ผึ้ง ด่าไอ้แพร ชวนไอ้แอ๋ ถามถึงขวัญ
สรุปจำนวนคนได้ปุ๊บก็ตั้งหน้าตั้งตารอวันพรุ่งนี้กันทันที
เช้าวันพฤหัสฉันลาพักร้อนเพื่อจะจัดการเรื่องโรงเรียนอนุบาลของคุณนายแต่จ๋าให้เรียบร้อยก่อน
เนื่องจากคุณพ่อแล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ
กลับมาจากทำงานทริปไกลๆนึกว่าจะเรียบร้อย เฮ้อ ทำเองก็ได้ค่ะ
เสร็จปุ๊ปก็ไปแวะซื้อคอนแทคเลนส์
ทีแรกตั้งใจจะไปหาหนังดูสักเรื่องแต่ก็พลาดไป
มุกโทรมาบอกว่าพี่อ้อมคลอดแล้ว เอ๊ะรึจะไปเยี่ยมพี่อ้อมก่อนดี
แต่คิดอีกทีไปพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะว่าเพิ่งผ่าคลอดวันนี้ ต้องพักผ่อนเยอะๆ
ยกโขยงทีมคุณแม่ไปก่อกวนทีเดียวน่าจะดีกว่า
ว่าแล้วก็เลยออนไลน์ฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ
พอเข็มนาฬิกาเดินไปที่ห้าโมงครึ่ง ฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากบ้านทันที
วันนี้รู้สึกว่าแต่งตัวลำบาก
เพราะทราบจากพี่อั๋นว่าที่กินเป็นดาดฟ้าชั้น4
จะใส่แขนกุดก็กลัวหนาว เพราะตั้งใจจะใส่ขาสั้น
จะสั้นบนสั้นล่างก็จะเยอะไปดูไม่ดี
เลยตัดสินใจใส่แขนยาวกับขาสั้นไม่เยอะดีกว่า
แล้วหาผ้าพันคอไปอีกทบ กันเหนัยวเผื่อหนาวมาก
ปรากฏว่านั่งรถไปยังไม่ถึงรถไฟฟ้าเหงื่อแตกพลั่ก
กลับบ้านไปใส่แขนกุดดีมั้ยตรู หรือจะถอดผ้าพันคอออก่อน
ท่าทางวันนี้จะไม่หนาวยังไงไม่รู้
แต่ก็นะ อีกใจยังแอบหวังว่าตกกลางคืนมันคงจะหนาวล่ะน่า
พอถึงรถไฟฟ้าโทรจิกคุณนายแพรที่อ้ำๆอึ้งตามฟอร์มจนต้องด่าไป
แล้วก็สำทับว่าจะไม่มาก็บอกมาเลยอย่ากั๊ก ขี้เกียจรอ
จากนั้นคุยกับคุณนายขวัญที่กำลังอยู่สถานีสยามพอดีเลยบอกให้รอก๊อนนนน
พอฉันไปถึงสยามก็เริ่มเปิดฉากเมาท์กันสนั่นโลก
คุยกันตั้งแต่สยามถึงอารีย์ไม่มีหยุด
พอลงจากรถก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินไปลา วิลล่า
ไปถึงปุ๊ปฉันก็ถามขวัญว่า แกๆ ขึ้นไปยังไงวะ
ขวัญบอกไม่รู้ก็มาครั้งแรกเหมือนแก
งั้นเพื่อความปลอดภัย เดินขึ้นบันไดเลยดีกว่า
ไม่หลงแน่ๆ
ไต่บันไดไปถึงชั้นสาม อ้าวไม่มีบันไดไปชั้นสี่
เดินมั่วๆไปเจอลิฟท์เอ้าเอาลิฟท์ขึ้นไปเลย
แต่พอลิฟท์เปิดเห็นพี่อั๋นเดินออกมาพอดี
พี่อั๋นเลยบอกฉันว่าเข้าไปได้เลยนะคะบอกว่าจองไว้ชื่ออั๋น
เดี๋ยวพี่ขอไปที่รถแป๊ปนึง
ฉันก็ทำตามคำสั่งแต่โดยดี แต่เค้าก็ให้ยืนรอนานมาก
มารู้ทีหลังว่าเค้าไปหาโต๊ะคุณอัญชลี ซึ่งไม่มีในที่จองไว้
ปั๊ดโธ่ สรุปกว่าเค้าจะพาไปโต๊ะพี่อั๋น
พี่อั๋นก็เดินกลับมาจากรถพอดี
นั่งกินข้าวกันไปก่อนสามคน
เลิฟกับสจ๊วทก็ตามมาและมีเบียร์มาเป็นคนสุดท้าย
พี่อั๋นถามว่าจะลองดื่มมั้ย ขมวดคิ้วอยู่แป้ปนึง
เอาสิคะมาลองดู
แต่ก่อนจะลองสามสาว เลิฟ ปอนด์ ขวัญมีการประชุมกันลับๆ
โดยเลิฟบอกว่าไม่อยากเลยมันขม
ขวัญเลยเสนอให้เอาลูกอมหย่อนลงไปในเบียร์เผื่อรสจะดีขึ้น
ฉันก็เลยบอกว่ามีๆๆ ฉันพกฮอลล์อยู่แล้ว
แต่พอบอกสจ๊วทๆบอกว่า No, Half beer,half sprite.It's called shander.
สามสาวมองหน้ากันแล้วพยักหน้า พร้อมหันไปสั่งเด็กเสริฟให้จัดสไปรท์มาให้ด่วน
พอสไปรท์มาไอ้เลิฟจัดการเทเบียร์ลงไปแล้วตามด้วยสไปรท์ในสัดส่วนเท่าๆกัน
พร้อมทั้งส่งแก้วให้ฉัน
ฉันก็ทำหน้างง Me? Why me?
หันไปมองหน้าสจ๊วทมันพยักหน้า
เอาวะ ทำไมตรูต้องเป็นหนูลองยาด้วยเนี่ย
มองน้ำสีเหลืองอ่อนๆในแก้วแล้วลองตัดใจดื่มเข้าไปจึ๋งนึง
ตอนที่น้ำแตะปลายลิ้น
ฉันรู้สึกว่ากลิ่นมันอ่อนลง และไม่ขม มันกลับหอมหวานเสียด้วยซ้ำ
"เฮ้ย อร่อยยยย" ฉันอุทาน
เลิฟกับขวัญเห็นดังนั้นก็เลยจัดแจงรินเพิ่มอีกสองแก้วทันที
แล้วก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยยย หวานน
สจ๊วทบอกว่าที่ยูเคกินแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เป็นเครื่องดื่มสำหรับผุ้หญิง
แต่จะให้อร่อยต้องกินกับ 7upแต่ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้สไปรท์ได้เช่นกัน
ในขณะที่พี่อั๋นกระซิบว่าระวังนะคะมันจะเมาง่าย
เพราะหวานเลยกินได้เยอะ กว่าจะรู้ก็เมาไปแล้ว..
ฉันก็พยักหน้าหงึกๆ แล้วค่อยกินๆไป
ไปกินกันคราวนี้สนุกมาก
สามารถหลอกล่อคุณนายขวัญให้ไปด้วยได้
แถมตะล่อมจนจากจะกลับตอนสามทุ่มครึ่งเป็นห้าทุ่มอีกต่างหาก
ขวัญมาบอกทีหลังว่าสนุก ติดใจพี่อั๋น
ฮ่าๆ ก็บอกแล้วว่าของเค้าดี มีไปด้วยรับประกันความฮา
ดนตรีวงแรกเล่นดีมากกก มากจนฉันฟังด้วยความทึ่ง
สจ๊วทเองยังบอกว่าเล่นดีจังเลย สองวงหลังที่มาเล่นต่อดูด้อยไปถนัดตา









เดินออกมาเมากันหัวทิ่ม มารู้ตัวก็ตอนเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้านี่ละ
จำได้ว่าโก้เคยบอกไว้ตอนอยู่ที่สุราษฎร์ว่า เมาเนี่ยคือเวลาเดินแล้วมันโคลง
นั่นละเมา ฉันรู้สึกว่าก้าวเท้าแล้วยวบๆนิดนึง แบบนี้เรียกเมาได้รึเปล่าหนอ?
แต่เอาน่าก็bottom upกันบ่อยซะขนาดนั้น
จะไม่ให้เป๋บ้างเลยก็คงจะแปลก
ห่วงก็แต่คุณนายขวัญกับพี่อั๋นที่ต้องขับรถกลับบ้าน
แต่ตอนเที่ยงคืนขวัญsmsมาบอกว่าถึงแล้วย่ะ ขอบใจวันนี้สนุกมาก
ในขณะที่พี่อั๋นเงียบฉี่ เพิ่งจะได้รับสัญญาณของการมีชีวิตอยู่ตอนสิบโมงกว่าของอีกวัน
ว่าถึงบ้านได้ไงไม่รู้ค่ะ สภาพศพดูไม่ได้
อ่านแล้วต้องขำก้ากออกมาดังๆ ก็พี่เล่นดื่มหนักซะขนาดนั้น
หนูก็เป็นห่วงสิคะ ถ้าไม่มีคู่แข่งแบบนี้สงสัยขายหนังสือไม่สนุกแหงๆ
ปล. นังแพร ถ้ายังคิดจะเบี้ยวอีกคราวหน้าเพื่อนจะไม่ให้อภัยแล้วนะเฟร้ยยย