Pond's profilePondPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
May 14 Asian Conference : Lastdayห่างหายจากการเขียนบล็อคไปเสียนาน ด้วยงานการที่แสนจะยุ่งเหยิงจนทำเอาเปื่อยอยู่บ่อยๆ เกือบจะหาทางเข้าไม่เจอ ทั้งที่จริงๆแล้วนึกอยากจะเข้าเสมอแต่แหม เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เข้ามาเสียที ค้างนู่นค้างนี้เขียนไม่จบหลายอย่าง
กลับเข้ามาดูentryเก่าๆถึงได้รู้ว่าตายละหวา นี่ตรูยังไม่ได้กลับจากภูเก็ตอีกเหรอเนี่ย แถมหลังจากนั้นยังมีอีกสารพัดทริปตามหลังมา รีบๆทยอยเขียนให้จบดีกว่า ดินพอกหางหมูจนใหญ่จะเป็นหมูอีกตัวแล้วนะเนี่ย สำหรับประชุมวันสุดท้าย มันจะเป็นการจัดกิจกรรมสัมพันธ์อะไรเทือกนั้น
ปีนี้นับว่าเป็นปีที่2 สมัยก่อนประชุมก็คือประชุมจริงๆ 3ปีที่ผ่านมานั่งหน้าเครียดจดๆถกๆเถียงๆกันทั้ง4วัน กว่ามันจะคิดได้ว่าควรจะมีปฏิสัมพันธ์กันก็นะ ไม่รอให้ฉันลาออกไปซะเลยล่ะ ปีนี้ไอ้กิจกรรมทีว่าก็สุดแสนจะท๊อป ซีเคร็ต ฉันไปเลียบๆเคียงถามกาเร็ตนายเก่า
ว่าเป็นยังไง ยากมั้ย โหดเหมือนปีที่แล้วรึเปล่า (ปีที่แล้วให้หาของเก่าอ่านเอาเองนะคะ) มันก็บอกไม่โหดเท่าปีก่อนหรอก โหดกว่านั้นเยอะ ขู่ฟ่อๆซะฉันแอบกลัว นัดกันตอนแปดโมงเช้าเพราะว่าต้องขึ้นรถโค้ชไปไกล
ฉันก็แต่งตัวตามที่เค้ารีเควสเป๊ะ เสื้อยืดบางๆใส่สบายๆ (นะก็เรารู้นิว่าอากาศบ้านเราเป็นอย่างไร) กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าแซนดอลกระเป๋าสะพายใบเล็กพร้อมลุย แยกย้ายกันไปตามสีที่เค้าจัดไว้ให้
แอบคิดในใจ ซวยอีกแล้วกรู ซวยได้ซวยดีทุกปี ปีที่แล้วก็ดันอยู่กลุ่มเดียวกับกาเร็ต เล่นเอาเข้ากิจกรรมไม่สนุกเท่าที่ควร เค้าเล่นกันขำ แม่งจะเอาให้ชนะให้ได้ โรคperfectionism กำเริบ ปีนี้เจอหนักกว่าเก่าอยู่กลุ่มเดียวกับMD ค่ะพี่น้อง ซวยได้อีกกรู
ขึ้นรถบัสกันไปประมาณ1ชม. ถึงหาดอะไรสักอย่าง พอลงไปถึงที่มีซุ้มรอเราอยู่ มีบู้ทครีมกันแดดกับยากันยุงให้ ไอ้ฉันก็ทาครีมกันแดดอยู่แล้ว เลยเดินไปที่ครีมทากันยุง พอเทใส่มือ กาเร็ตดันเดินมาบอกว่าไม่ได้ไปบุกป่าฝ่าดงจะทาทำไมยากันยุง อ้าวเวร แล้วมรึงจะให้ทางผู้จัดกิจกรรมเค้าเอามาวางทำไมเล่า ไหนๆก็เทไปแล้วเลยเอามาลูบๆขาพอเป็นพิธีละกัน พอเข้าแถวตามกลุ่มก็มีนักเรียนจากโรงเรียนที่อำเภอนั้นมาเข้าแถวรอต้อนรับเป็นแถวๆ
แล้วเค้าก็ประกาศให้แต่ละกลุ่มจับคู่กับกลุ่มของเด็กนักเรียนนั้นๆ เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายตอนเช้า เด็กๆป.4-6 ออกอาการเขินๆไม่กล้า อาจจะเพราะฝรั่งเยอะ เลยยืนนิ่งๆกัน เดือดร้อยถึฉันต้องเดินออกมาข้างหน้า ยักแข้งยักขาให้เด็กๆช่วยกันเต้น ก็นะ จัดที่ประเทศไทย ทำอะไรก็ต้องช่วยๆกันหน่อย เด็กๆเห็นฉันเต้น(ทุเรศๆ)เลยพอจะออกแข้งออกขากันนิดนึง จากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปตามกลุ่ม
กิจกรรมแรกก็คือเราต้องเพนท์ธงประจำกลุ่ม ฉันอยู่ทีมสีแดง คริส MDบอกฉันว่าเราควรมีชื่อทีม เอาทีมไรดีนันทพร นันทพรเริ่มเอาทรีนก่ายหน้าผาก เออ เอาไรดีละ คิดดิคริส คริสเลยบอกว่าเราอยู่เคมบริดจ์ สัตว์สัญลักษณ์ของเคมบริดจ์คือ"Lion" เราอยู่สีแดง งั้นชื่อทีม Red Lion ก็แล้วกัน ทุกคนก็โอเคตามนั้น (แต่ถามหน่อย ใครจะกล้าขัดฟะ) แล้วคริสก็ถามฉันว่า ช้าก่อน นี่มันเมืองไทย
นันทพร Lion ภาษาไทยว่าอะไร เสือไงเสืออะ มันออกเสีงไม่ได้อีก นันทพรตั้งชื่อไทยให้มีความหมายว่าRed Lion ทีสิ อะ นันทพรเอาทรีนก่ายหน้าผากแป๊ปนึงแล้วก็บอกว่า "สิงห์แดง"เป็นไง คริสทำหน้าฉงน สิงห์ เหรอ ใช่ สิงห์เหมือนเบียร์ สิงห์ไง พอบอก Singha Beer ทั้งทีมที่เหลือร้อง อ๋อออออ สรุปเราเลยชื่อทีม ซิงฮาแดง กัน (มันออกเสียงสิงห์ไม่ได้สักที) จากนั้นก็ตรงวาดรูปลงไปที่ธง
คริสบอกให้วาดสัญลักษณ์เคมบริดจ์ ซึ่งเป็นสิงห์สีทองสี่ตัวอยู่ในโล่ห์ (ถ้าใครนึกไม่ออกให้นึกถึงตราของโรงเรียนฮอกวอร์ต มันคล้ายๆแบบนั้นเลย) ฉันบอกคริสยูวาดเหอะ ถ้ายูวาดแล้วไม่สวยไอรับรองว่าไม่มีใครกล้าติ อะมันก็จัดการวาดลงไปแล้วหลังจากนั้นเราก็เริ่มตกแต่งธงกัน(อย่างมั่วๆ) คริสบอกว่าชื่อไทยเค้าชื่อสมคิด คริสเลยเขียนชื่อตัวเองลงไป ฉันก็เขียนลงไป(แน่นอนเขียนภาษาไทยโลด) คนเกาหลีก็เขียนเกาหลี ที่เด็ดคืออินเดียมันเขียนภาษาอินเดียด้วย
แลดูน่ากลัวมาก เอิ้ก จากนั้นก็เริ่มย้ายฐานเข้าไปเล่นเตะบอลแข่งกับทีมอื่นๆบ้าง แข่งกันเล่นสกีบกบ้าง
ตอนถึงสกีบกเฟรดดี้ตาแห้งกระพริบตาอยู่ดีๆคอนแทคกระเด้งออกมาข้างหนึ่ง แถมไม่ได้เอาแว่นติดตัวมาเลยต้องอดทนกระพริบตาหยีๆไปตลอดวัน การมีเด็กน้องๆชั้นประถมอยู่ในทีมก็สนุกไปอีกแบบเพราะฉันเป็นคนไทยคนเดียวในกลุ่ม เลยต้องรับหน้าที่เป็นล่ามให้ชาวบ้านไป สนุกดีเหมือนกัน พอถึงพักเที่ยงน้องๆได้รับแจกข้าวกล่องเป็นข้าวผัดบ้างกระเพราบ้างน่ากินม๊ากๆ
กำลังจะไปคว้ามมากินมั่ง มิเชลสะกิดบอกว่าอันนี้ของน้องของเราจะเป็นอีกชุดนึง เดินไปเข้าคิวรับมาเป็นกล่องกระดาษจากเซนทารา ข้างในมีแซนวิซ สลัด ส้ม เงาะ น้ำผลไม้ เห็นแล้วห่อเหี่ยว กินแค่นี้วิ่งอีกรอบก็หมดแล้วอะ อยากกินกระเพราเหมือนน้องเค้าอะ แง๊ พอตกบ่ายนึกว่าจะมีกิจกรรมโหดเปล่าเลย
เป็นการปลูกต้นไม้ริมหาดเพื่อช่วยกันทดแทนธรรมชาติเดิมๆที่ถูกสึนามิถล่มไป จากนั้นก็หิ้วปลากันคนละถุงเดินลุยทะเลไปปล่อยปลากัน การปลูกต้นไม้เป็นไปอย่างราบรื่น
ฉันเจอไส้เดือนตัวใหญ่มากอยู่ในต้นกล้า มือสั่นขาอ่อนแทบจะกรี้ด เพราะคนที่สนิทกันจะรู้ว่าฉันเกลียดหนอนมากกก ตุ๊กแก จิ้งจก ไม่เคยกลัว แต่เห็นหนอนแล้วจะตาย ต้องกลั้นใจหลับหูหลับตาเอาดินกลบๆลงไป พอถึงช็อตลงไปปล่อยปลา
พวกที่ไปปล่อยปลาชุดแรกดันไม่ยอมถอดรองเท้าบู้ต เวรมากเค้าให้ช่วยๆกันแชร์ ฉันเลยต้องถอดรองเท้าลุยน้ำไป ที่ต้องใส่รองเท้าบู้ตเพราะทรายใต้น้ำมีก้อนหิน ก้อนกรวดแหลมๆมากมาย ฉันเป็นพวกใส่รองเท้าเปียกไม่ได้เลยเอาวะเท้าเปล่านี่ล่ะ จะเป็นไรไป เดินดุ่ยๆลงน้ำกับเลิฟ กับเฟรดดี้
เดินไปก็ร้องอู้ว อ้าว กันเพราะหินมันคมมาก สักพักฉันเหยียบอะไรไม่รู้เสียหลักจะล้มดีที่คว้ามือเฟรดดี้ไว้ทัน เฟรดดี้ถามเป็นไรเปล่า ก็บอกเหยียบหินไรไม่รู้อะ แล้วก็เดินเซๆเหมือนมีอะไรพันนิ้วเท้าอยู่ เลยยกเท้าขึ้นมาดูเป็นต้นไม้น้ำมั้งมันเกี่ยวนิ้วโป้งอยู่ พอสะบัดออกไปก็เห็นเลือดสดๆไหลออกมา เฟรดดี้บอกเฮ้ยนันทพรออกไปๆ เดี๋ยวฉลามได้กลิ่นเลือดยู
เวรไอ้นี่ ปากเรอะนั่น ที่มันก็ดี เพราะตั้งแต่เดินเสียหลักไปจับมือจนถึงตอนนั้นก็ยังไม่ได้ปล่อยมือ (ลืมตัวไปนิด จูงมือกันไปปล่อยปลาดูดีเชียว แต่คิดอีกทีมันไม่ใช่แฟนตรูนี่หว่า) พอเฟรดดี้เห็นฉันแกะมือออกเลยบอกว่าเอางี้เดี๋ยวไอเดินนำหน้า แล้วยูเดินตามก็แล้วกัน ส่วนไอ้เลิฟน่ะมันเดินลุยน้ำไปไกลแร้ววววว พอเฟรดดี้เห็นเลิฟไปไกลมากก็หันมามองฉันแล้วบอกว่า
นี่พอล ทำไมพรรณทิพาเค้าเดินคนเดียวได้ไปตั้งไกลไม่เห็นจะเหยียบโดนอะไรเลย มีแต่ยูนี่ละเดินไปทางซ้ายก็โดนหิน ทางขวาก็โดนหนาม เดินตรงๆก็ยังสะดุดอีก เออ เวรสรุปมันจะช่วยจริงรึเปล่าวะเนี่ย พอถึงจุดที่น้ำลึกพอเหมาะก็เอาถุงแช่น้ำ ฉันหันไปบอกเฟรดดี้ว่า Make a wish before you release the fish มันก็พยักหน้าแล้วทำตาม พอปล่อยเสร็จเราสามคนก็เดินดุ่ยๆกลับเข้าฝั่งกัน ตอนนั้นเลือดที่นิ้วเท้ายังไม่หยุดไหลเลย น้ำทะเลเค็มมันกัดปากแผลได้ดีนักเชียว ทำให้รู้สึกตัวว่ามีนิ้วเท้าอยู่ตลอดเวลา พอเข้าถึงฝั่งก็เดินไปหาพยาบาลบอกว่าโดนอะไรไม่รู้ในน้ำบาดเอาค่ะ
พยาบาลก็เข้ามาราดแอลกอฮอล์แล้วตามด้วยทิงเจอร์ให้ โอ้ว แสบจับจิตมาก ทุกคนพอเห็นฉันร้องอ้ากซ์ๆๆ ก็เดินเข้ามาถามกันใหญ่เกิดไรขึ้นๆ สรุปวันนั้นมีฉันคนเดียวที่ได้แผล เฮ้อ เวร พอทำแผลเสร็จก็ลุกขึ้นไปทำกิจกรรมต่อ
เราก็แจกหนังสือนิทานกัน พวกน้องๆก็ร้องเพลงให้ฟัง บางคนก็มาขอลายเซ็น มาขอจับมือ (งงมากตัวเองเป็นนักร้องตั้งแต่เมื่อไหร่) ก็สนุกดีนะมีการผูกข้อมือให้กันก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปห้อง ไปรีบอาบน้ำแต่งตัวกันเพื่อให้ทันงานแฟนซีกาล่าคืนนี้ ทีมELTไทยอย่างเราสามคนก็ได้อาศัยอุปกรณ์ของคุณนัท
ก็หัวสตาร์วอร์ที่เราแบกๆกันลงมาจากกทม.นี่ละ ฉันกับเลิฟเป็นstrom troopersแต่ใส่เสื้อยืดสีขาวสกรีนว่า Love Cambridge กับกางเกงยีนส์ขาสั้น สะพายปืนไว้ที่เอวแล้วก็ใส่รองเท้าส้นสูง แต่งหน้ากันเข้มเลย ติดขนตาปลอมด้วยเป็นการติดขนตามปลอมครั้งแรกในชีวิต ติดให้เลิฟง่ายมาแต่ติดของตัวเองไม่ได้ ช่างมันวุ้ย คุณนายเลิฟเพิ่งได้ไอเดียว่าเราควรจะหาถุงน่องตาข่ายมาใส่กันจะได้เซ็กซี่ แต่ร้านแถวหน้าโรงแรมไม่มีขาย ไอ้เลิฟก็บ้าดีเด่น โทรหารถตู้ให้ออกไปซื้อให้ แต่คนขับรถตู้ไม่บ้ากับเราด้วยเลยอดไป หุหุ ส่วนเบียร์ก็ใส่หัวDarth Vader กับสูทสีดำพร้อมด้วย Light Sabreด้วย เท่มากๆ วิ่งออกไปขึ้นรถบัสเพื่อไปที่ฮิลตัน
พอเห็นฮิลตันแล้วแอบเสียดาย ทำไมไม่จัดที่ฮิลตันไปเลยเน้อ สวยกว่า กว้างกว่าด้วย เสียเดียที่ตอนแรกเซลล์เล่นตัวไม่ยอมลดราคาให้ พอเราเซ็นเลือกเซนทารา รีบมาลดให้เลยแต่ก็นะ ช้าไปแล้วอะ เดินเข้าไปงานทำธีมหรูหราประหนึ่งไปงานออสการ์ มีพรมแดงปูด้วย พวกเราก็เดินเข้าไปแบบฮาๆ งานนี้มีโจรสลัดหลายคนเลย บางคนก็แต่งตัวมาขำดีนะ บางคนก็ดูไม่ออกเลยว่านีมันชุดอะไรจากหนังเรื่องไหน งานดำเนินไปอย่างฮาๆ ถ่ายรูปกันกระจาย
เหนื่อยจากกลางวันมาต่อกันตอนกลางคืน พองานเลิกแทบสลบ เฟรดดี้ โจลีนกับเอเมอริคเดินมาหาฉันใหญ่บอกไปต่อไหนกันดี (หลังจากคุ้นเคยกันดีตั้งแต่ที่ ยูเค ยันมะนิลา ฉันบอกกลับโรงแรมแล้วไปป่าตองกันก็ได้ (เคยไปซะที่ไหนละตรู พี่อั๋นเล่าทัง้นั้น) รับปากกันดิบดีพอกลับถึงห้องฉันดันเดินสะดุดปลายเตียง
หัวทิ่มลงเหมือนนุ่มๆพอดีเลยหลับทั้งชุดนั้นเลย ง่วงมาก สลบถึงเช้า หมดไปอีกหนึ่งวัน |
|
|