Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 26

    Good bye MJ

    เมื่อราว16ปีที่แล้ว
    เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันรู้สึกตื่นเต้น

    ตื่นเต้นเพราะตอนนั้นเรากำลังจะมีคอนเสริ์ตที่ถือว่าเป็นคอนเสริ์ตเต็มรูปแบบ
    จากศิลปินระดับโลกอย่าง Michael Jackson
    วูบแรกที่ได้ยินข่าวนี้ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องจริงหรือนี่
    แต่การโปรโมทอันแสนยิ่งใหญ่จากช่องสามและ BEC-Tero
    ด้วยโฆษณาจากสปอนเซอร์หลักอย่างเป๊ปซี่
    และรายการพิเศษตอนกลางคืนที่ทำให้เด็กอายุ14
    อย่างฉันต้องตั้งนาฬิกาปลุกขึ้นมาดูทุกครั้ง
     
     
    สมัยนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต..
    ยังไม่มียูทูปรวมถึงโทรทัศน์ดนตรีต่างๆที่
    ถ้าจะได้มีโอกาสดูบ้านคุณต้องติดจานดาวเทียม..
    การเข้าถึงนักร้องต่างประเทศยังต้องอาศัยความพยายามมาก
     
    ฉันรู้จักไมเคิล แจ็คสันครั้งแรกตอนที่น้าแอ๊ด คาราบาวร้องว่า
    เอาไมเคิลแจคสันคืนปายยยย
    เอาพระนารายณ์คืนมาาาาาา
    จากนั้นด้วยความอยากรู้ก็อ่าน
    ดู มองตามร้านเทป

    ไปเห็นซีดี Bad บนหัวเตียงของพี่ฟ้าที่อุดร
    สมัยนั้นฉันมีแต่เครื่องเล่นเทป
    โอกาสจิ๊กกลับมากรุงเทพเลยมีค่าเท่ากับศูนย์
    แต่ก็ยังติดตามเท่าที่เด็กคนนึงจะตามได้
     
    เด็กม.3กับการไปดูคอนเสริ์ตของไมเคิล
    ที่ถึงแม้บัตรราคาถูกสุดจะ500ก็เถอะ
    ก็ยังไม่มีปัญญา กลัวฟังไม่ออก ไม่มีคนไปด้วย
    (ถ้าเป็นตอนนี้เหรอ เชอะ อยากไปก็ต้องไปสิ)

    ฉันยังจำได้ถึงเพื่อนชายคนนึงที่นั่งโต๊ะติดกัน
    รัชตะลงทุนหยุดเรียนไปดูคอนเสิร์ตไมเคิลที่สนามศุภเชียวนะ
    จำได้แม่นว่าไมเคิลเลื่อน2วันรัชตะก็ต้องหยุดเรียน2วัน
    แถมตอนนั้นรถติดเป็นประวัติการณ์
    (ส่วนฉันนอนตายอยู่ที่บ้าน อีสุกอีใสถามหาพอดี!)
     
     
    ในความทรงจำของฉันนั้น
    ไมเคิลคือราชาเพลงพ็อพของจริง
    ด้วยเพลงพ็อพขั้นเทพ ซาวด์ทันสมัย
    MVที่ดูอลังการและเทคนิคที่แพรวพราว
    ที่ไม่ว่าดูอีกกี่ครั้งก็รู้สึกไม่เก่า แถมยังทันสมัย
    แบบนี้สินะที่เขาเรียกกันว่าอยู่เหนื่อกาลเวลา?

    แม้กระทั่งทุกวันนี้ถ้ามีช่องไหนเปิดเพลงของคิง ออฟ พ็อพ
    ฉันมักจะต้องหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ชั่วคราว
    แล้วหันไปตั้งอกตั้งใจดูเสมอ
     
    ฉันไม่นิยมและใส่ใจในเรื่องส่วนตัวของเขาเท่าไหร่
    แต่เทให้หมดใจกับความสามารถทางดนตรี

    เมื่อเช้าตอนที่ตื่นขึ้นเปิดโทรทัศน์รายงานข่าวการจากไปของเขา
    ฉันตกใจหันไปมองหน้าพ่อแล้วแต่
    แล้วก็ต่างคนต่างพุ่งเข้าสู่แลปท้อปเช็คข่าวทันที
    ช็อค
    เรื่องจริงเหรอเนี่ย...
     
    นึกถึงไมเคิลแล้วก็นึกไปถึงเคิรท โคเบน
    จอหน์ เลนนอน เอลวิส เพลสลีย์
     เขาเหล่านี้ถึงจะจากไปแล้วแต่บางครั้ง
    เรากลับรู้สึกว่าเค้าอยู่ใกล้กับเรามากขึ้นกว่าเดิม
    บทเพลงและผลงานต่างๆที่เขาเหล่านี้สร้างสรรค์ขึ้นมายังคงอยู่
    และเป็นอมตะ เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางดนตรี
    ที่เราทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคทองของเขาเหล่านี้
    ได้ทำให้เรามีความสุขมากมายแค่ไหนเมื่อยามได้ฟัง
    ได้เต้น และได้ร้องตาม...
     
     
    ขอบคุณมากนะคะ
     
     
    จากนี้ไปขอให้พักผ่อนให้สบาย คุณต่อสู้และเหนื่อยมามากพอแล้ว...
     
     
     
     
    "There's a place in your heart, and I know that it is love
    And this place could be much brighter than tomorrow
    And if you really try, you'll find there's no need to cry
    In this place you'll feel, there's no hurt or sorrow"