Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 31

    Travis สุดยอด

    กระผมมีโอกาสหนีไปดูTravis Lives in Bangkokมาครับ
    โอ้วพระเจ้ายอด มันจอร์จมาก มากกก คุ้มค่ากับการไปดูเป็นที่ยิ่ง
    งานนี้กระผมมีเพื่อนจากpublisherอื่นไปด้วยทั้ง Cambridge ,Oxford,Mcgraw-Hillและ TKO Comics) แต่อยู่กันคนละมุม เพราะต่างคนต่างต้องการพื้นที่ดิ้นส่วนตัว
    สรุปงานนี้กระผมเลยปล่อยแก่ หลังจากไปยืนถั่วงาในครึ่งแรก
    เพราะไม่รู้จัก Simple Plan ยืนดิ้นยืนโดดดำน้ำอยู่จนหมดช่วงsimple plan
    เพราะเอามันส์คุ้มค่าตั๋ว ทั้งที่จริงๆSPเล่นสดดีมากครับ entertainคนดูได้ดี
    แต่กระผมรู้จักแค่ Shut up กับ your love is a lieอยู่สองเพลงครับ
    ที่เหลือผมเลยเน้นโดดเอาจนส้นรองเท้าแทบสึก
    พอหมดช่วงSimple Plan กระผมก็มีโอกาสได้นั่งพักดมยาดมสักครู่


    ในตอนแรกกระผมแอบใจเสียเพราะคนน้อยอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย
    แถมตอนเดินเข้าไปนั้นกระผมรู้สึกได้ว่าเค้าใช้พื้นที่แสดงแค่ครึ่งเดียวของฮอลล์เท่านั้น
    ในขณะที่ตอน Oasis, Robbie, Coldply นั้น ใช้พื้นที่เต็มๆ

    ระหว่างรอเค้าทำsoundcheckให้ทราวิส กระผมก็ใช้เวลาแกะจอกแหนออกจากตัว
    หลังจากที่ดำน้ำบุ๋งตอน SPโชว์มาอย่างยาวนานจึงนั่งพักเอาแรง
    รวมทั้งแอบเมื่อยขาเล็กน้อยเพราะดันลืมเปลี่ยนรองเท้า
    ตอนเช้ากระผมอุตส่าห์แบกรองเท้าผ้าใบไปเยี่ยมลูกค้า
    แต่ดันลืมใส่ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า Charle and Keith 3นิ้วของกระผมเลยพ่นพิษใส่
    มันไม่ได้กัดครับพี่น้องครับ แต่มันเมื่อยมากครับ
    เพราะกระผมโดดซะจนคิดว่าเลิกงานอาจต้องหาแอนลีนมากินกันเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุนก่อนวัยอันควรเสียแล้ว

    ระหว่างนั่งรอก็เริ่มเห็นได้ชัดว่ามีคนส่วนใหญ่มารอดูเฉพาะTravis อย่างเดียวก็เยอะ
    ฮอลล์เริ่มแน่น คนเริ่มทยอยเข้ามา กระผมเริ่มกรี้ด เพราะอดอยากปากแห้งจากวงดีๆแบบนี้มานาน
    แม้ว่าช่วงแรกๆของโชว์กระผมจะรู้สึกว่าเสียงมันบี้มาก ผิดกับช่วงของSP
    กระผมแอบทำหน้าเหรอหรา ตามเสียงที่วิ่งไปชนตรงนู้นทีตรงนี้ที
    และแล้วกระผมก็รู้ตัวว่ากระผมไม่ได้หูฝาด เพราะพี่อั๋นก็รู้สึกแบบเดียวกัน
    2-3เพลงผ่านไปกระผมเริ่มรู้สึกดีขึ้น มันส์ขึ้น เหมือนอัตราการเร่งของเครื่องยนต์
    รองเท้าน่ะกระผมถอดทิ้งตั้งแต่ช่วงพักครึ่งแล้วครับ
    ค่อยโดดและดีดดิ้นมันส์หน่อย

    ฟรานและทุกคนในวงน่ารักมาก ร้องไปยิ้มไป
    กระผมก็ร้องตาม และยิ้มไปด้วย
    เต็มอิ่มกับคอนเสริต์นี้จริงๆ
    จังหวะหยุดในช่วงCloserที่ทั้งฮอลล์ช่วยกันร้อง
    Closer, Closer...Lean on me now..Lean on me now
    ขนลุกซู่เลย เสียดายกระผมดันยืนอยู่ข้างหลังคนเดียวหาคนLean on ไม่ได้
    จะหันไปยิ้มกับคนข้างๆก็เจอะคุณป้าวัยดึกก็เกรงว่าเดี๋ยวแกจะตกใจ
    เลยต้องหันไปlean on กำแพงแทน ได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ

    ในช่วงEncore ทราวิสกลับมาด้วย Flower in the window
    เพลงที่กระผมรักมากที่สุดเพลงหนึ่ง ภาพที่ประใจก็คือ
    ฟรานร้อง ดอดจี้ดีดกีตาร์ แอนดี้จับคอร์ต น่ารักที่สุดและยังตรึงตราจนถึงขณะนี้
    จริงๆกระผมเห็นภาพนี้แล้วใน you tube แต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นสดๆกับตาตัวเอง
    และเมื่อเพลงสุดท้ายขึ้น แน่นอนครับมันคือ Why does it always rain me?
    กระผมก็แหกปากสุดตีน และโดดPoka กันสุดใจส่งท้าย
    จบคอนเสริ์ตคราวนี้ กระผมถึงได้รู้ว่าสังขารกระผมมันบ่ายแล้วจริงๆ
    เพราะยืนหอบอยู่หลายอึดใจ จนต้องตะกายหาน้ำมาดื่ม
    แต่ก็ยังไม่วายไปหาซื้อซีดีมาแทนที่เทปชุดเก่าที่กระผมมี

    ผ่านมาสองวันแล้วครับสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้
    แต่เครื่องเล่นซีดีในหัวของกระผมก็ยังไม่หยุดเล่นเพลงของTravis เลย
    Why does it always rain on me?
    or it's because I lied when I was 17.

    Well, It's really rain on me when I am 29.
    Please come back to me, Travis.

    2008-07-31_102215_C6843971-11
    เครดิตภาพ-hiro_sang จากห้องเฉลิมกรุง พันทิพ

    July 23

    Amazing

    ในบางช่วงที่รู้สึกว่าชีวิตมืดหม่น
    อยากจะร้องกรี้ดดังๆ
    หรือว่าเบื่อมนุษย์ ขี้เกียจพูด ขี้เกียจมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน
    เครื่องเล่นแผ่นเสียงในสมองมักจะเล่นเพลงๆหนึ่ง
    จากวงดนตรีที่ฉันชอบออกมาสั่งการให้สมองผ่อนคลายเสมอ
    และก็แปลกนะ มันมักจะได้ผลทุกที

    อย่างน้อยก็เหมือนน้ำเย็นๆที่ราดรดลงมาที่ต้นกล้าของดอกไม้
    หรือแม้กระทั่งบางทีตกอยู่ในสถานการณ์คับขับทางด้านหน้าที่การงาน
    หลุด adoption ยอดค้ำคอ หนังสือว่ายน้ำมาเมืองไทยไม่ทัน และอีกร้อยแปดปัญหา
    ก็ได้เพลงนี้ละมาแก้ปวดหัว  ไม่ได้มาแก้ปัญหาหรอก
    แต่ก็ช่วยแก้เครียดได้กระจึ๋งนึง
     
    ฉันเป็นคนที่ชอบฟังเพลง และก็ออกจะมั่นใจ
    ว่าคงไม่มีใครไม่ชอบฟังเพลงหรอกนะ
    อย่างที่พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่6 กล่าวไว้ว่า
    "ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก"
    บางคนฟังเพลงโดยปล่อยให้ท่วงทำนองขัดกล่อมจิตใจ

    แต่ส่วนตัว ฉันนิยมฟังทั้งดนตรี และคำร้อง
    ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ
    ถ้าเป็นภาษาที่ฟังออกก็จะตั้งใจฟัง
    เพราะมันจะยิ่งทำให้เพลงนั้นไพเราะมากยิ่งขึ้น
     
    ช่วงนี้จะว่าไปมันก็ไม่เชิงหดหู่
    ไม่ได้เศร้าสร้อย ไม่ได้อยู่ในช่วงเบื่อมนุษย์
    อ้อ อาจจะมีรายการสมเพชมนุษย์บางจำพวกบ้าง
    เพราะอย่างที่เคยพล่ามๆไป ฉันก็เป็นเช่นมนุษย์ทั่วไป
    ยังมีจิต โลภ โกรธ หลง เป็นธรรมดา

    แม้ว่าตอนนี้พยายามจะศึกษาการวิปัสนากรรมฐาน
    ไม่ใช่จะเป็นการไปฝึกเข้าป่านั่งสมาธิอะไรหรอก

    แค่ฝึก"รู้"
     
    โกรธก็รู้ว่าโกรธ

    โลภก็รู้ว่าโลภ

    หลงก็รู้ตัวว่าหลง
     
    ไม่ใช่ไปห้ามโกรธ ห้ามโลภ ห้ามหลง หรอก
    แค่เป็นการฝึก"รู้"ว่าจิตของตัวเองมันเป็นอย่างไรอยู่
     
    โกรธครั้งล่าสุด เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ
    โอ้โห รู้สึกตัวเลยว่ามันแล่นขึ้นมาในใจเป็นริ้วๆ
    เป็นระลอกๆ แล้วพอรับรู้ว่าเออ นี่ฉันกำลังโกรธนะ
    มันก็เริ่มเบาบางลง
     
    ถึงแม้ว่าบางทีเมื่อได้ทบทวนว่าโกรธอะไร โกรธใครอยู่
    แล้วความโกรธมันจะแล่นกลับมาเป็นระลอกๆ
    ให้ความรู้สึกเหมือนกระแสคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งไม่มีผิด

    แล้วมันก็นึกขำตัวเอง
    เออนะ โกรธแล้วจะไปโต้ตอบก็ใช่ที่
    ไอ้การโต้ตอบก็เป็นเรื่องของอัตตาด้วยใช่มั้ย?
    ตัวกู ของกู ศักดิ์ศรีกู กูยอมไม่ได้

    แล้วในอนาคตล่ะ?
    เมื่อเราตายไป ตัวกู ยังใช่ของกูรึเปล่า?
    ของกู ..ไม่ว่าจะคนหรือจะเป็นสิ่งของ ..เอาติดตัวไปด้วยได้หรือ
    ศักดิ์ศรียื่งไม่ต้องพูดถึงเข้าไปใหญ่
    เพราะในเมื่อรูปธรรมยังเอาไปไม่ได้
    แล้วนามธรรมจะเอาไปได้เหรอคะ
     
    เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนอาจงง
    แล้วไอ้เพลงที่มันเล่นวนเวียนอยู่ในหัวฉันตอนนี้คือเพลงอะไรละ
    ถูกแล้วค่ะ Amazing ของAerosmith ค่ะ
    เพลงที่สำหรับฉันแล้วทุกบรรทัดเป็นสัจธรรมหมดเลย
     
    I kept the right ones out
    And let the wrong ones in
    Had an angel of mercy to see me through all my sins
    There were times in my life
    When I was goin' insane
    Tryin' to walk through
    The pain
    When I lost my grip
    And I hit the floor
    Yeah,I thought I could leave but couldn't get out the door
    I was so sick and tired
    Of livin' a lie
    I was wishin that I
    Would die
    [Chorus:]
    It's Amazing
    With the blink of an eye you finally see the light
    It's Amazing
    When the moment arrives that you know you'll be alright
    It's Amazing
    And I'm sayin' a prayer for the desperate hearts tonight
    That one last shot's a Permanent Vacation
    And how high can you fly with broken wings?
    Life's a journey not a destination
    And I just can't tell just what tomorrow brings
    You have to learn to crawl
    Before you learn to walk
    But I just couldn't listen to all that righteous talk, oh yeah
    I was out on the street,
    Just tryin' to survive
    Scratchin' to stay
    Alive
    [Chorus]
    Desperate hearts, desperate hearts
     
      
     
     
    July 19

    ถึงจะป่วยก็ยังแรดได้ อุอุ

    ห่างหายจากการเขียนไปเสียนาน
    เนื่องจากมีสาเหตุหลายประการอย่างที่เคยบ่นๆไป
    ใจจริงก็ไม่อยากจะแบกรับมันมาก
    เพราะมากไปก็ปวดบ่าอยู่ดี

    หลังจากที่เปลี่ยนชื่อไปก็มีคนชอบถามว่าชื่อใหม่ชื่ออะไร
    บอกมั่งไม่บอกมั่ง เพราะส่วนมากที่อยากรู้มันรอจะแซวทั้งนั้น
    การเปลี่ยนชื่อก็ทำให้วุ่นวายมากมาย
    เพราะฉะนั้นเลยยังนิยมใช้ชื่อเดิมเวลาทำงานอยู่
    ไม่อยากให้ลูกค้าสับสน เพราะบางครั้งเวลาเซ็นต์เอกสารบางตัว
    เจ้าของชื่ออย่างฉันยังสับสนเลย

    อาทิตย์ก่อนพี่เอ้มาขอเรซูเม่ไปอย่างกะทันหัน
    ขอมาก็จัดให้ไปแบบทั้งยังเอ๋อๆ
    ก่อนจะรู้ทีหลังว่าตำแหน่งที่แฟนเจ้านายพี่เอ้กำลังหาอยู่คือ "เลขา"
    โอ้ว แม่เจ้า แอบกลัวนิดๆเพราะเคยทำงานนั่งอยู่กับที่ซะที่ไหนเล่า
    แต่คิดอีกทีนึง  ลองสัมภาษณ์เล่นๆดูก่อน อาจไม่ได้ก็ได้เนอะ

    เรื่องที่สอง คุณนายปอยป่านนี้ถึงลอนดอนรึยังหว่า
    ในที่สุดเธอก็ไปจนได้
    แอบห่วงนิดๆแต่ก็เอาเถอะ
    ให้มันเลือกทางเดินชีวิตของมันเองก็แล้วกัน
    แล้วมันจะรู้ว่าบ้านเราน่าอยู่ที่สุด

    เรื่องที่สาม ไม่สบายอีกแล้ว
    อันนี้ติดจากคุณลูกเต็มๆตอนที่ไปเฝ้าที่โรงพยาบาล
    ขนาดพยายามโด้บวิตามินซีแล้วนะ
    แต่ก็ไม่รอด--ก็นั่นน่ะสิจะรอดได้ไง
    ในเมื่อคุณเธอไอใส่หน้าฉันวันละ4-5รอบ
    พอคุณลูกจอมป่วนออกจากรพ.
    พ่อกับแม่มันก็ป่วยตามไปติดๆ
    แต่ไอ้อาการป่วยของแม่มันก็พอเข้าใจได้
    เพราะหยุดงานอยู่กับลูกทั้งวันทั้งคืน
    นอนก็ไม่ค่อยได้นอนเพราะพยาบาลเดินสวนสนามกันทั้งคืน
    แต่ไอ้คุณฝาชี เฝ้าก็ไม่ค่อยได้เฝ้า กลางคืนคุณเมียก็ไล่กลับไปนอนบ้าน
    ทำมั้ย ทำไม มันยังป่วยได้อีก(วะ)
    แถมอาการออกก่อนฉันเสียอีก
    เลยกลายเป็นต้องดูทั้งตัวเองและไอ้คุณปรั๋ว
    งานก็ต้องทำ แต่ทำแบบเบลอๆเพราะโดนยาอัดจนมึน

    เรื่องที่สาม วันเกิดคุณสามีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
    ฉันเตรียมการสั่งดอกไม้ผ่านเว็บไปเซอร์ไพรซ์
    เพราะปีที่แล้วทำงานมากไป--จนลืม คุณเฮียเลยงอน
    ปีนี้สั่งมันล่วงหน้าสองวันเลย กันเหนียวเพราะพี่แกบอกล่วงหน้ามาเลยว่ารุ่นพี่จะจัดงาน
    ฉลองครบรอบ8ปีหนังสือCUTE
    พอดีกับที่เพื่อนๆฉันนัดกันทานข้าว
    ตอนแรกก็บอกจะมาๆแต่พอตอนเย็นก็บอกว่าไม่แน่
    อาจจะเปลี่ยนไปรับแทน

    GetAttachmentCA198A0HNatBD

    เรื่องสุดท้ายไปทานข้าวกับเพื่อนๆ
    คราวนี้ไม่อิ่มเลยเพราะแต่กวนอย่างแรง
    แต่ก็ชินแล้วล่ะ เพราะมีแต่ที่ไหนก็มีป่วนที่นั่นน่ะสิ
    ไอ้ตัวตูดก็มาดอมดมนัวเนียซะจนแม่อดกิน
    แงๆ เศร้า

    IMG_0280IMG_0281IMG_0282IMG_0287IMG_0288IMG_0291

     

    วันต่อมา ไม่ใช่วันหยุด
    แต่อยากดูสามก๊กมากๆ เลยหยุดหนีไปดูสามก๊กซะเลย
    (ถ้าคุณสามีมาอ่าน ห้ามโกรธนะคร้า เพราะหนูไม่เห็นพี่อยากดูหนิ)
    หนังสนุกมาก สนุกจนตอนที่เดินออกมาคิดถึงบ้านเลย
    จะต้องไปเอาชุดที่มีอยู่ที่บ้านเจ้าพ่อเสือมาอ่านให้ได้
    ร้อยวันพันปีไม่เคยแตะ แต่คราวนี้ไม่ได้แล้ว
    ยังไงคงต้องอ่านซะหน่อย
    ไม่อยากเล่า เพราะไม่อยากสปอยล์
    เอาเป็นว่าถ้าใครมีโอกาสควรไปดูนะคะ ไม่ควรพลาดอย่างแรง

    วันต่อมาอีก
    ตื่นขึ้นมาปวดท้องหนึบๆอ้าวมาแล้วรึ?
    อ้าว ไม่สบายยังไม่ทันจะหายปวดท้องอีกแล้ว
    ส่งลูกไปเรียนตอนเช้า กลับมานั่งปวดท้อง
    พี่เก๋ก็โทรมาชวนไปหลังการบินไทย
    ตอนแรกว่าจะไม่ไป แต่ไอ้ร่ามันไป
    ก็นึกเป็นห่วงสาวท้องแก่ 38 วีคผู้ซึ่งสามารถคลอดได้ทุกเวลา
    อะ ไปก็ไปวะ ก่อนไปพกทิชชู่ไปตู้มเพราะขี้มูกไหลตลอดเวลา

    เดินอยู่ในนั้นได้กางเกงขาสั้นมาหนึ่งตัว
    ของเล่นลูกชุดใหญ่ เสื้อผ้าลูก1ชุด
    คิดในใจ เอ้ะ ฉันจะมาหาชุดแสคสวยๆใส่ทำงานนี่หว่า
    ไหงได้แต่ของคุณนายแต่จ๋าหว่า
    พี่เก๋มันคงกลัวจะเสียเงินเยอะอยู่คนเดียว
    สามคนเลยตกลงกันว่าจะไปเซ็นทรัล ลาดพร้าวกันต่อดีกว่า
    เพราะว่าพี่เก๋อยู่เครือMinor สามารถลดราคารองเท้า Charles and Keith ได้40%
    กรี้ดๆๆๆ เลยไปโดนมาสองคู่
    ด้วยแรงยุจากคุณเพียงฤทัยและคุณสุนทรี
    นันทพรเลยโดนไปสองคู่ๆละ1690
    แต่ได้ลดเหลือคู่ละ 990 ก็โอเคนะ
    ขอบคุณพี่เก๋มากค่า ฮ่าๆ
    ซื้อสีเหลืองแปร๋นมาเลย เวลาใส่คงจะขำดี

    เอ๊ะ ช่วงนี้ชักจะช๊อปเก่งเกินไปแล้วนะ

    ปล.ศุกร์หน้าจะหนีลูกและฝาชีไปJet
    ฝาชีบอกว่าทำไมไม่ได้ Cave หุ้นส่วนเค้าอยู่ข้างบ้านหนูไง
    เอ่อ ใครจะไปรู้วะแล้วไอ้เคฟที่ว่ามันอยู่ไหนละ
    อันนี้นังแพรกับพี่อั๋นจัดให้ต่างหาก
    ใครว่างตามไปได้เลย
    เพราะขณะนี้มีทั้งฉัน พี่ปุ๊ก เบียร์ เลิฟ ผึ้ง พี่อั๋น แพร เด็กๆแพร  โจ้ แฟนโจ้ ฯ
    เริ่มเยอะแล้ววุ้ย แต่คราวนี้น่าจะสนุก
    เอ๊ะ หรือว่าฉันจะมาใจแตกตอนแก่ฟะ


     

    July 02

    ฉันชอบดนตรี

    วันก่อนขณะที่ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสือเพลินๆ
    สายตาก็ละจากหนังสือเล่มโปรดไปที่ทีวีที่คุณฝาชีเปิดทิ้งไว้
    (เปิดไว้แล้วไม่ดู เปิดทำไมวะคะ? มันรบกวนสมาธิรู้มั้ย?)

    มันคือโฆษณาบัตรเครดิตของ HSBC
    เป็นพ่อลูกคู่หนึ่ง เดินเข้าไปที่ร้านกีตาร์ด้วยกัน
    คุณลูกชี้ชวนให้พ่อดูกีตาร์ไฟฟ้า
    ส่วนคุณพ่อกลับให้ความคิดเห็นว่าชอบรุ่นคลาสสิคมากกว่า

    จากนั้นสองพ่อลูกก็จัดแจงต่อสายเข้าตู้แอมป์
    ตั้งเสาเอก เอ้ยตั้งสายกีตาร์ ลองเสียงกันอย่างเมามัน

    แรกเริ่มก็มีการโซโล่อวดกันพ่อลูกเป็นระยะๆ
    แต่จากนั้นเสียงกีตาร์ที่ตอนแรกดูต่างกันคนละขั้ว
    กลับผสมกลมกลืนเข้ากันได้เป็นอย่างดี
    แล้วพ่อลูกคู่นั้นก็หันมายิ้มให้กันที่มุมปาก
    และซื้อกีตาร์คนละตัวด้วยบัตรเครดิตประตูน้ำ เอ้ย พลาตินั่ม
    ก่อนจะจูงมือกันหิ้วกีตาร์คนละข้างเดินออกจากร้านไป

    พอจบโฆษณาชุดนี้ ฉันอดยิ้มที่มุมปากไม่ได้
    เท่จังเลย ทั้งคุณพ่อและคุณลูก
    ตัวฉันเองความรู้ทางด้านดนตรีเท่ากับศูนย์
    ทั้งๆที่มีพี่ชายเล่นกีตาร์เก่งพอประมาณ
    แต่ตัวเองกลับไม่ได้เรื่องเลยสักนิด ฮ่า!

    เคยเรียนขิมก็ไม่รอด
    นึกอยากเรียนเปียโน ก็ขี้เกียจตื่นเช้า
    สรุปเลยขอเป็นนักฟังดนตรีที่ดีที่กว่า

    ฉันชอบเพลงไทย
    ในขณะที่ฉันก็ฟังเพลงฝรั่ง
    และฉันก็หลงรักในเสียงดนตรี

    และฉันเชื่อว่า เมื่อแล้วแต่โตขึ้น

    สิ่งนี้ละที่จะเป็นหนึ่งในหลายๆสิ่งที่เราแม่ลูกจะได้ทำด้วยกัน

     

     

    แน่นอน...