Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 22

    โง่ เซ่อซ่า

     
    มือถือเบอร์หายครับพี่น้อง
    ไม่ได้เครื่องหายนะ
    หายเฉพาะเบอร์
     
    อยากจะกรี้ดดังๆในความโง่
    อยู่ดีไม่ว่าดีดันอัพเกรดเฟิร์มแวร์ในมือถือซะ
    มันก็ล้างเครื่องเราดีๆนี่เอง
     
    สรุปใครรู้จักข้าพเจ้าช่วยโทรหาทีเถอะนะ
    ตอนนี้มือถือใหม่กว่าตอนซื้อมาใหม่ๆอีก
    แง๊
    August 13

    โชคดีจังมีแม่สองคน

    ไหนๆก็ไหน ในโอกาสวันแม่ที่ผ่านมา
    ขอเขียนถึงแม่อีกสักครั้งดีกว่า
    เพราะจะว่าไปชีวิตนี้ฉันมีแม่กะเค้าอยู่สองคน

    เปล่าพ่อฉันไม่ได้มีเมียน้อย
    พ่อฉันมีเมียเยอะค่ะ เยอะมากชนิดที่ว่าขุนแผนเรียกพี่เลย
    แต่คุณนายแม่ของฉันเป็นสตรีหมายหนึ่งนั่นเอง

    โชคดีที่เป้นของฉันที่ไม่เคยเห็นการบู๊กันแบบยุทธการปราบเมียน้อยเหมือนในหนังในละคร
    เพราะแม่ฉันถือคติที่ว่า เฉยไว้เป็นดี
    เพราะการเป็นภรรยานั้นบางครั้งก็ต้องแกล้งโง่บ้าง
    เพราะฉะนั้นพ่อเลยค่อนข้างเกรงใจและเคารพแม่ฉันพอสมควร

    สำหรับฉันแม่เป็นผู้หญิงที่อดทน เข้มแข็งมาก
    เก่งและขยันด้วย สวยสง่ามาดคุณนายอีกต่างหาก
    ซึ่งฉันกับน้องสาวเคยลงมติกันสองคนอย่างคร่ำเครียด
    ว่าทำไมเราถึงไม่ได้หน้าตาและมาดของแม่มาสักเท่าไหร่เลยว่ะ

    แม่คนที่สอง คนนี้เป็นสุดยอดผู้หญิง ที่หนึ่งในจักรวาล
    สาวโสดอายุเกือบ60 ไม่สวย เหมือนทอมแต่เก่ง เป็นนักเลงด้วย
    ลูกน้องเพียบ เรียนมาน้อยแต่ฉลาดเป็นกรด
    คิดเลขไวชนิดนักคณิตศาสตร์ยังอาย
    ผู้เลี้ยงดูปูเสื่อ ส่งเสียและสั่งสอนดูแลฉันทุกอย่าง
    มาตั้งแต่แบเบาะ แบเบาะจริงๆ
    เนื่องจากพ่อฉันเป็นลูกชายคนเดียว พอแต่งงานมีลูกคนแรก
    โชะเลยได้หลานสาวออกมาหน้าตาดี๊ ดี
    เธอชื่นชอบเอลวิสและบีทเทีลมากๆเลยตั้งชื่อหลานคนนี้ว่า ปอล...
    ไม่เกี่ยวใช่มะ แต่ถ้าบอกเซอร์พอล แห่ง The Beatles ล่ะ
    เมื่อปาป๊าต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัด
    มหกรรมการแย่งชิง"หลานใน"ก็เกิดขึ้น
    อาม่าเล่าให้ฟังว่าฉันในวัยไม่กี่เดือน
    ต้องบินไปบินมาระหว่างกทม และภาคเหนืออยู่หลายครั้ง
    เพราะอาม่า อากงและป้าทนคิดถึงหลานไม่ไหว
    จนหลานป่วยเพราะบินบ่อยจัด ปวดหู
    แม่เลยต้องทำการตัดใจยกให้ป้าเลี้ยงซะ
    ป้าคนนี้ก็เลี้ยงมาอย่างดี ดีขนาดที่แม่คนนึงจะสรรหาสิ่งที่ดี่สุดมาให้ลูกคนนึงได้
    ฉันในวัยเด็กจึงเติบโตมาด้วยคำว่าดีที่สุดเสมอ

    วันแม่ปีนี้ก็เหมือนทุกๆปีคือไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ
    เพราะฉันอ้อนแม่กับป้าอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
    ปีนี้ไม่ได้ให้ดอกมะลิ แต่ให้ต้นมะลิทั้งต้นแทน
    ปลูกให้รอดนะตั่วโกว ฮ่าๆ
    August 10

    080808

    080808
    ฤกษ์งามยามดีสำหรับการเปิดโอลิมปิคส์เกมส์
    แล้วก็เป็นฤกษ์งามยามดีสำหรับการทานข้าวกันระหว่างแกงค์สี่สาวที่ยังเหลืออยู่ด้วย
    ปกติแล้วกลุ่มเพื่อนซี้อย่างพวกฉันที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย
    เราเคยมีการคุยกันว่าจะไม่ต่างคนต่างซื้อของขวัญ
    ให้เจ้าของวันเกิดระบุมาเลยว่าปีนั้นอยากได้อะไร
    เพื่อนๆที่เหลือจะจัดการหารให้ แต่มีข้อแม่ว่าจะไม่เกินเท่านั้นเท่านี้บาท
    ยังขอตังค์พ่อแม่อยู่ ถ้าเกินงบก็ให้ได้เท่านี้ที่เหลือออกเองก็มี
     
    แต่พอเรียนจบสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่วันเกิดแล้ว
    มันอยู่ที่การได้กลับมาคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันมากกว่า
    ก็เลยมีการแก้เป็น เจ้าของวันเกิดอยากทานอะไร
    เราจะพาท่านไปทานฟรี เพื่อนๆที่เหลือจะหารให้
    สมัยเรียนจบใหม่ๆของทานจะธรรมดาม๊ากกกค่ะ
    เป็นฟูจิ ซิซเลอร์ เอ็มเค อะไรแบบนั้น
    จะมีท้ายๆที่พยายามแหวกแนว
    ฉันเคยพาพรรคเพื่อนไปทานมังกี้ช็อคร้านสี่
    ร้านโปรดของฉันเลย ชอบบรรยากาศ ชอบนั่งข้างนอกด้วยนะ
     
    แต่ก็มีกระแสเสียงบ่นว่ากลับดึก อะไรแบบนั้น(ตอนนั้นก็24แล้วนะเพื่อน)
    แต่หลังจากนั้นอีกหน่อยนึง พวกเราก็เริ่มรู้สึกกันว่า
    ไอ้ฟูจิ ซิซเลอร์ เก็บไว้กินเองก็ได้
    หาร้านสวยๆเพลงเพราะๆกันดีกว่า
    เราก็เลยเริ่มหาร้านแปลกๆกัน
    โดยส่วนมากคุณนายแพรผู้ช่ำชองร้านอาหารที่สุดเป็นคนแนะนำ
    คุณนายบอกมีหนุ่มๆพาไปทานบ่อย
    เพราะสมัยนั้นฉันมักจะแนะนำฝ้ายคำอยู่ร้านเดียว
    อ้าววว ก็กินฟรีอะ.ไม่สนเรอะ ฮ่าๆ
     
    หลังจากที่เราเริ่มค้นพบกันว่าร้านอาหารบรรยากาศสวยๆ เพลงเพราะๆนั้น
    เพิ่มรสชาติให้อาหารและการเมาท์ได้ดีกว่าซิซเลอร์เป็นไหนๆ
    สี่สาวก็เริ่มใจแตกขึ้นๆ
    เช้าวันศุกร์ที่เลขสวย ฉันเปิดอีเมล์มาก็พบลิงค์ของร้านอาหารเรือนเจ้าพระยา
    ที่คุณนายแพรเป็นคนแนะนำ หลังจากส่งลิงค์ต่อให้เลิฟแล้ว
    เลิฟก็ถามว่ามีเพลงมั้ยวะ....เออ ดูจากรูปไม่น่ามีนะแก
    งั้นไม่อาววววววว เสียงเลิฟดังสนั่นออฟฟิศ
    อ้าวไม่เอาเรอะ กินวันเกิดแก แกก็คิดสิ อยากเอาที่ไหน
    เลิฟอยากกินร้านที่ตรงเลียบทางด่วนอะ
    อ๋ออออ จำได้ที่ไปวันที่ชั้นไม่สบายใช่มั้ย จำได้ๆว่ามันอยุ่ในซอยต้องเลี้ยวซ้าย
    เออแต่ร้านมันชื่ออะไรฟะ
    เออ ชั้นก็จำไม่ได้เหมือนกัน
     
    ตรู้ดดดดดดดด สายตรงถึงคุณนายแพรในบัดดล
    ฮัลโหลแกว่าไง
    เออแกจำร้านที่ไปกินที่เลียบทางด่วนได้มั้ย
    เลิฟมันอยากไปร้านนั้น
    อ๋อ Spring
    เออออ Spring
    แกจำทางไปได้เหรอปอนด์
    จำได้ๆ ว่าต้องเลี้ยวซ้าย แต่นอกนั้นตรูไม่รู้ว่ะ
    แล้วตกลงแกเอาใครไป
    พี่โยว่ะ
    อ้าวพี่โยเหรอ งั้นก็เมาท์เดน่าไม่ได้สิแก
    อย่าหลุดนะมึง ถ้าหลุดมึงตายยย
     
    อะเลือกร้านได้แล้วก็ค่อยยังชั่ว
    แต่ตอนเลิฟโทรบอกคุณนายผึ้งเธออิดออดอยากไปSortrelมากกว่า
    กรี้ดดดใกล้บ้านเกิน เบื่อค่ะ
    ปีนี้ไปมาสามครั้งแล้ว ไม่เอาได้มั้ยอะเลิฟ
    เลิฟบอกเออเบื่อเหมือนกัน ไม่อยากไปแล้ว
    เลยตกลงให้ฉันเป็นคนมัดมือชกโทรไปหาผึ้งอีกทีว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติสปริงไปเรียบร้อยแล้ว
     
    เราตกลงนัดให้ผึ้งมาหาที่ Esplanade
    เลิฟกับฉันไปถึงกันตั้งแต่ห้าโมงตรง
    คุณหัวหน้างานหันมากระซิบ เราจะเจอกาเร็ธที่นี่มั้ยวะ
    ไม่มั้งแก นี่มันห้าโมงเป๊งแล้ว เราแค่ออกก่อนเวลานิดนึงเอง
    อีกอย่างวันนี้ชั้นก็มีนัดไปตั้งสามถ้าเป็นปกติตูกลับบ้านไปแล้วววว
    เออ ไอ้ผึ้งเลิกงานหกโมง เราจะทำอะไรกันดีวะแก เลิฟถาม
    อยากสระผมว่ะ เมื่อเช้าไม่ได้สระผมกลัวไข้ขึ้น
    ฉันเพิ่งเข้าร้านเมื่อเช้านี้แก
    อะงั้นหาอย่างอื่นทำละกัน เออแกข้างล่างมี Red mango
    เหรอ ดีๆงั้นไปโดนกันคนละถ้วยก่อน
     
    เคยมีคนนิยามกันไว้ว่า อย่าเอาพรรณทิพากับนันทพรมาเจอกัน
    เพราะไอ้สองคนนี้มีแซ่จีนแซ่เดียวกันคือ"แซ่บ่าง"
    ไปไหนด้วยกันทีไรมีแต่เรื่องเสียเงิน(เยอะๆ)ทุกที เพราะไม่เคยขัดกันมีแต่ยุกันๆ
    ยิ่งมีสุระไปด้วยอีกคนยิ่งไปกันใหญ่ ไม่มีใครยอมใครช้อปกันกระจายทั้งนั้นนนน
     
    ตอนเล็มไอติมกันอยู่สองคนเลิฟนึกได้หันมาถาม
    แกไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ
    เออ แต่อยากกินนี่หว่า ชอบเรดแมงโก้อะอุตส่าห์สั่งถ้วยเล็กแล้วนะ
    แล้วก็ก้มหน้าก้มตาตักกินจนหมด
    จากนั้นก็ไปเข้าห้องน้ำ ขาออกฉันดันเอ๋อ
    พาคุณนายเลิฟออกทางประตูเมด เปิดเข้าไปเต็มแรงเจอแต่ไม้ม็อบไม่มีทางออก
    ดีนะไม่มีคนเห็น อายชิปเป๋ง ^^"
     
    เดินเรื่อยเปื่อยมาถึงชั้นM อ้าวเจอร้านนวดซะแล้ว
    สองคนหันมามองหน้ากัน
    เอามะปอนด์
    เอามั้ยเลิฟ
     
    เอาวะ
     
    เดินเข้าไปนวดเท้ากันคนละชั่วโมง ฮ่าๆ
    บอกแล้วอย่ามาอยู่ด้วยกัน ไม่เคยห้ามกันซักที
    ตอนไปเวียดนามด้วยกันถูกใจรองเท้าคู่นึงราคาแพงนรก
    คือเงินเวียดนามมันศุนย์เยอะมากค่ะ โง่เลขหารแล้วมึน
    เลิฟยุเต็มที่ สวยแก สวยเอาไปเลย
    อะวางAMEXโชะลงไป รูดออกมาที่ 98 US$ ราคาดองอยู่ที่ล้านสี่ค่ะพี่โน้งงง กรี้ดดดดด
    นอนไม่หลับไปสามวัน ฮ่าๆ แถมใส่แล้วกัดอีกต่างหาก
    เล่าให้ใครฟังก็ทั้งขำทั้งเจ็บใจ
     
    นวดเสร็จคุณนายผึ้งโทรมาพอดี
    อะลงไปรับเพื่อนเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะไปที่รถ
    ผึ้งตื่นเต้นมากพอรู้ว่าเลิฟจะขับ
    ฉันเลยรีบบอกสบายแก เลิฟมันขับดี ดี๊ ดี
    ฉันอาสานั่งข้างหลังเพื่อให้ผึ้งมันได้รู้สึกว่า"ตื่นเต้นและลุ้นที่สุดในชีวิต"มันเป็นยังไง
    เข้ารถปุ๊ปคุณนายเลิฟจิ้มGPS ตุ๊ดๆๆ
    เงียบ...
    แกพิมพ์สปริงแล้วไม่มีอะ..
    เงียบ..
    ลองพืมพ์คำว่าเลียบทางด่วนจะมีมั้ยแก
    แบบนั้นพิมพ์ไม่ได้แก
    ง่า แกๆๆ ลองเอาร้านแถวนั้นๆชั้นจำได้ร้านของในหลวงต้องมีแน่ๆ
    แต่ร้านมันชื่ออะไรวะ เวรจริงๆที่ฉันดันมาลืมเอาวันนี้น
    งั้นมันจะมีอีกร้านนึง เออแต่ก็ลืมชื่อเหมือนกัน
     
    แย่แล้วไอ้แพรโทรมาพอดีบอกว่าถึงร้านแล้ว
    พวกฉันบอกว่ายังหาทางไปอยู่รอก่อนนะ
    แต่จนแล้วจนเล่าสิบกว่านาทีเราก็ยังไม่ได้ออกจากลานจอดรถ
    เลิฟโทรหาพี่เค...ไม่รับ
    ฉันโทรหาพี่อั๋น..ไม่รับ
    ฉันโทรหาเบียร์...ไม่รับ
    ผึ้งโทรหาพี่เคอีกรอบ...รับแล้วเย้
    แล้วพี่อั๋นก้โทรกลับ
    คำแรกพี่ถามอย่างกับตาเห็น "หลงเหรอคะ"
    แหะๆ ยังไม่หลงแต่หาทางไปไม่ถูกน่ะสิคะ
    อ๋อ ออกไปชิดขวาแล้วเลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวซ้ายแล้วก็ตรงไป
    แล้วเลี้ยวขวาแล้วก็ตรงๆๆก็ถึงแล้วค่ะ
    แต่ที่คุณนายผึ้งได้ยินจากพี่เคเป็น แล้วซ้าย เลี้ยวขวาแล้วซ้ายอีกที่แล้วอะไรไม่รู้
    ส่วนเบียร์โทรกลับมาทีหลังเบียร์บอกว่าแกตรงไปแยกเกษตรเลย
    ไหนๆก็เลยมาแล้วจริงๆแกต้องเลี้ยวตั้งแต่แยกพระรามเก้าแล้ว
    แล้วนี่ทำไมพวกแกไปกินข้าวเค้าอยู่ดูโอลิมปิกกันทั้งนั้น...
    โว้ยยย งงเจ้าค่ะ งง
     
    สรุปคุณนายผึ้งขอย้ายมานั่งหลังเพราะไม่รู้ทาง
    ฉันเลยต้องเป็นเนวิเกเตอร์จำเป็น
    ตอนบอกทางทำหน้ามั่นใจมาก (แต่ในมือพร้อมจิ้มหาพี่อั๋นตลอด)
    เลิฟมันจะรู้มั้ยว่าตรูมั่ว
    บอกทางไปศูนย์วัฒนธรรมถูก แล้วตรงไปเลยแก ตรงไป
    จะเจอทางเลี้ยวซ้าย คุ้นๆว่ามันมีคาเฟ่โป๊ๆ ชั้นเคยเห็นมีสาวๆมานั่งโป๊ๆช่วยกันดูนะแก
    กดหาไอ้แพรเข้าฝากข้อความ เวรแล้วไอ้เพื่อนทำไมไม่รับสาย
    อ้าวนินทาซะเลยเพราะผึ้งยังไม่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น
    เมาท์ๆๆๆนังแพรซะจนทางที่ไปเริ่มมืด
    เลิฟบอกเลี้ยวซ้ายตรงไหนวะแก ไม่รู้ว่ะ มันน่าจะสว่างกว่านี้นะ
    ลองซ้ายเลย เลี้ยวโชะ เป็นสะพานน่ากลัวมาก
    ข้างหน้าเป็นโรงแรมเบอร์ลินด้า อะไรวะเนี่ย ไม่ใช่แล้ว
    ข้างหน้ามีป้าหนึ่งคนกับน้องวัยรุ่นอีกคน
    เลิฟบอกถามป้าเลย
    แต่จากการที่ขับรถหลงในภาคอีสานบ่อยมาก
    ป้าเค้าไม่รู้ทางหรอก ถามน้องดีกว่า
    น้องคะเลียบทางด่วนไปทางไหนคะ
    พี่คะถอยหลังแล้วตรงยาวจนเจอไฟแดงแล้วเลี้ยวขวาเลยค่ะ
    พอรู้ทางฉันต้องหันไปยกมือไหว้เลิฟ เลิฟขอโต้ดดดด จะไม่เมาท์แล้วอะ
    ขับไปให้ถูกก่อนนะ ผึ้งบอกเอ้ยแต่ไปถึงเมาท์ไม่ได้นะแกพี่โยอยู่
    อะเออจริง
    พอเข้าแยกเหม่งจ๋าย คราวนี้เลี้ยวซ้าย
    เลี้ยวขวา
    หรือตรงไปฟะ
     
    คุ้นๆเหมือนพี่อั๋นบอกตรงไปนะแก
    แต่ฉันก็คุ้นๆว่ามันน่าจะเลี้ยวขวานะ
    โทรๆแกปอนด์แกโทรเดี๋ยวนี้ แพรรอเงกแล้ว
    อะพี่อั๋นคร้า ตอนนี้หนูอยู่นี่ค่ะ เลี้ยวอะไรดีค้า
    พี่อั๋นบอกขวาค่ะ
    อะ ขวาแล้วน่าจะถูกแล้วนะ พอจำได้ๆๆๆ
    ผ่านร้านเฉลียง เออ คุ้นแล้วเพื่อนคุ้นแล้ว
    โผล่ออกมาเจอเชยเตอร์ เลิฟฟร้านนี้ไงที่ชั้นบอกว่าเมื่อกี้เราน่าจะใส่ชื่อนี้แต่ชั้นจำชื่อไม่ได้น่ะ
    ช้าไปแล้วว้อยไอ้ปอนด์ คุณนายผึ้งด่าจากข้างหลัง
     
    แล้วไปไงต่ออะปอนด์
    ตรงไป ตรงไปเลยต้องเจอคริสตัล พาร์คก่อน
    นั่นไงแก คริสตัล
    ไม่ใช่นั่นปั๊มบางจาก
    นี่ไงๆคริสตัล
    ไม่ใช่ไอ้เลิฟนี่มันโลตัส
     
    เฮ้ยแก ขึ้นสะพานรึเปล่าวะ
    ไม่รู้ว่ะแก รู้แต่ว่าต้องตรงไป
    งั้นไม่ขึ้นสะพานนะ ช้วบบบบบ
    เลี้ยวมาเจอลาดพร้าว 81ซะงั้น
    ฉันเริ่มซีดหน้าเริ่มเหลือสองนิ้ว
    แย่ละว้อย มันมาลาดพร้าวได้ไงวะ

    พี่อั๋นนนนนนน ช่วยหนูด้วย พวกหนูมาลาดพร้าวแล้วค่ะ
    มาได้ไม่รู้ค่ะ พี่อั๋นบอกให้หาที่ยูเทิร์นแล้วเลี้ยวซ้ายก็เจอแล้ว
    แต่ทางยูเทิร์นช่างยาวไกล
    ถ้ามันต้องไปกลับรถถึงซอยภาวนา ฉันคงได้ขอลาเพื่อนไปนอนบ้านเฮียปั๊มเป็นแน่แท้
    เพราะทนอับอายที่บอกทางผิดๆถูกๆไม่ไหว
    อายพี่อั๋นก็อาย สงสารแพรก็สงสาร
    กลัวไอ้ผึ้งตบกบาลอีก
    ไอ้เลิฟคงตบเราไม่ได้มือมันกำพวงมาลัยอยู่ ฮ่าๆ

    อะพอกลับรถได้ เลี้ยวผิดไปอีกหนึ่งดอก
    แต่ไปไม่ไกลมากบวกกับรถมาน้อยพอดี
    เลยบอกเลิฟว่าก่อนเราจะออกทะเลไปกว่านี้
    ใช้วิธีหน้าด้านถอยหลังแล้วเลี้ยวเอาเลยดีกว่า
    เค้าไม่ด่าเราหรอกเลิฟ เค้าด่าพ่อกับแม่เราที่บ้านมากกว่า
     
    อะพอตรงไปได้อีกนิด กรี้ด คริสตัล แล้วแก
    เตรียมยูเทริน์ๆๆๆ อะไปแซงเค้าด้วยตอนกลับรถ
    เจอด่ามาอีกสองปี๊น
    แกคราวนี้ไม่หลงแน่ ฉันรีบบอก
    เลี้ยวซ้ายว้อย เลี้ยวซ้าย
    กรูโคตรจะมั่นใจ จำได้สุดก็เลี้ยวนี้แหล่ะวะ
    พอถึงร้านด้วยสวัสดิภาพก็โทรายงานตัวกับเบียร์และพี่อั๋น
    สรุปรถไม่ติดแต่ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่งเต็มๆ
    หลงเพียวๆ
    น่าอายเหลือเกิน
    อะกินกันไป เมาท์กันไป

    อาหารอร่อย เพลงเพราะ ฉันแอบหันไปดูพิธีเปิดโอลิมปิคเป็นระยะๆ
    (เรื่องพิธีเปิดเดี๋ยวจะมาเขียนเต็มๆอีกรอบเพราะประทับใจมากๆ)
    สนุกมาก ถ่ายรูปเก็บไว้เผื่อจัสด้วย

    ลองโทรหาจัสครั้งแรกตอนสามทุ่มยังไม่รับเพราะทำงานอยู่
    กะเวลาอีกทีสี่ทุ่มก็ราวๆสี่โมงจัสน่าจะเลิกงานแล้ว
    โทรไปเสียงจัสดีใจมากๆ
    บอกขอบใจมากเพื่อนที่แกไม่ลืมชั้น

    จะลิมได้ไงเพื่อน ต่อไปถ้าผึ้งต้องแต่งงานแล้วย้ายไปเยอรมันอีกคน
    จะเหลือแค่เลิฟ แพร ฉันมาฉลองวันเกิด เหงาแย่เลย
    จากนั้นก็เป็นการส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนๆได้คุยกับจัส

    คุยเสร็จเริ่มง่วง เลิฟหาวใหญ่บอกทำไมง่วงวะ
    ฉันว่าสงสัยเพราะร้านมันมืดว่ะแก
    เอ้าคิดเงินแล้วกลับบ้านกันดีกว่า
    กลับบ้านไม่หลงเพราะGPSนำทางได้แล้ว
    แต่เลิฟส่งพวกฉันที่ตรงงามดูพลีก่อนจากนั้นค่อยเรียกแทกซี่กลับกันต่อ

    สรุปว่าวันนี้สนุกมาก
    สนุกก็ตรงมันหลงนี่ล่ะ คราวหน้าเป็นกินวันเกิดฉัน
    เอาที่ไหนดีละเนี่ย อุอุ
     
     
     
    August 01

    อันเนื่องมากจากความต๊อง

    อันเนื่องมากจากความต๊อง
    เช้านี้ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนเมาค้าง
    ปวดหัวตุบๆเพราะนอนไม่พอจากการที่เมื่อคืนนี้
    โดนลูกสาวถีบเข้าที่ก้านคอตอนตีสองเป๊ง
    ทำให้ตาค้างลากยาวมาถึงตีสี่
    ในช่วงระหว่างตาค้างเลยออนไลน์เล่นๆก็เจอบุคคลที่ไม่ประสงค์จะออกนาม
    กำลังมีความทุกข์ใจ สับสน เบี่ยงเบนอย่างยิ่งยวด
    เลยทำตัวเป็นศิราณี เปิดประเด็นสนทนาธรรมกันตอนตีสองกว่า
    ไม่ง่วงแต่เมื่อยนิ้วมาก เพราะดันออนเอ็มด้วยมือถือ
    แล้วฉันเป็นคนท่องก.ไก่ถึงฮ.นกฮุกไม่ได้ค่ะ
    โปรดทราบท่องไม่ได้ ทุกวันนี้เวลาพิมพ์smsเป็นภาษาไทยหาใคร
    ได้โปรดรับรู้ไว้เถิดว่าฉันตั้งใจมาก กรุณาตั้งใจอ่านด้วยนะคะ
    คุณเพื่อนคนนี้ถามคำถามมากมายล้วนแล้วแต่บอกถึงความสับสนในใจ
    จากที่พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษก็ต้องเริ่มมีการสลับเป็นภาษาไทยบ้างเพราะอีแปลไม่ออก
    คุยกันไปจนตีสี่ฉันเริ่มพิมพ์ไทยคล่องขึ้นๆ
    เปล่า ก็ยังท่องไม่ได้อยู่ดีแต่ใช้วิธีจำเอาว่ามันน่าจะอยู่ปุ่มไหน
    สุดท้ายเริ่มคำถามยากขึ้นๆจนต้องบอกว่า
    ช่วยโทรหาตรูทีเถิด เมื่อยนิ้วมากมายแถมแป้นโทรศัพท์น่าจะใกล้พังแล้วเพราะรัวนิ้วมาสองชั่วโมงได้
    คุยเสร็จตีสี่ครึ่ง ตายละหว่า พรุ่งนี้มีนัดเก้าโมงครึ่ง
    ตรูจะไปยังไง ตรูจะตื่นไหวมั้ย
    ไอ้หยา ฉันนั่งคิดในใจ เอาวะ ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่
    หลังจากตั้งนาฬิกาปลุกให้เป็น7โมงเช้า (แอบเลทนิดนึง)
    พออาบน้ำเสร็จก็ได้เวลาใส่คอนแทคเลนส์
    อย่าค่ะ อย่าคิดว่าจะใส่ง่าย
    ฉันใส่มาจะครบปีแล้วทุกเช้ามันก็จะต้องมีสักข้างละน่า
    ที่ต้องมีอันเป็นไปไม่ม้วนหน้าม้วนหลังก็ร่วงลงไปที่ซิงค์
    วันนี้ตาขวาใส่โช้ะเข้าไป เอ้ะ ทำไมมัวๆหว่า
    ไม่เป็นไร คงเพราะนอนน้อย ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น
    ตาซ้ายใส่โชะ ไม่เข้า ใส่ไงก็ไม่เข้า วะ อะไรเนี่ย รีบอยู่นะ
    อะเอามาล้างน้ำยาใหม่ใส่อีกที เย้ เข้าสักที
    แต่ทำไมมันมัวจังมัวเหมือนตอนใส่แว่นเมื่อคืนนี้เลย
    เดินมึนมาที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อเตรียมแต่งหน้า
    เอ้ะ มัวจังเอ้า หรือเราจะใส่กลับด้านนะ ถอดแล้วใส่ใหม่ละกัน
    พอถอดข้าวขวาออกมา เอ้ะ ทำไมภาพชัดจัง
    หลับตาสลับขวาซ้าย ทำไมข้างที่ถอดชัดกว่าข้างที่ใส่ งง
    หยิบกระจกมาส่องอีกที เอ้ะ ทำไมมันมีขอบเลนส์อีก
    เอ้า กลั้นใจเอานิ้วหยิบออกมา เฮ้ย ทำไมมีซ้อนกันสองอัน
    เซ็ทนี้คิวซีหลุดเหรอเนี่ย (โง่ได้อีกค่ะ ยังโง่ได้อีก)
    ตลกจังอะวางลงในตลับแช่ ก่อนจะถอดข้างซ้าย
    เอ้ะ ทำไมข้างซ้ายพอถอดแล้วก็ชัด
    ไม่อยากจะเชื่อเลย ทำไมรายวันมันจะหลุดใส่ซ้อนกันมาสองอันได้
    มองเข้าไปอีกที เฮ้ยยังมีอีกอันอยู่ในตาเรานี่
    นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น!!!?? ฉันทวนคำพูดกับตัวเองแบบงงๆ
    จริงๆแล้วยังไม่รู้ตัวอีกว่าโง่เมื่อคืนลืมถอดแล้วยังไม่รู้สึก
    ก็ตื่นมาตามันไม่แห้งนี่นา
    ตายละหวา แล้วอันไหนใช้แล้วอันไหนแกะใหม่ละเนี่ยซ้อนกันมั่วไปแล้ว
    อะ แกะใหม่ก็ได้ไม่เป็นไรๆ
    ดีที่เอะใจลองถอดออกมาดู
    เพราะด้วยความรีบในตอนเช้าวันนี้ทำให้เกือบจะออกไปทั้งยังงี้แล้ว
    บวกกับsms อรุณสวัสดิ์ที่ได้รับในตอนเช้าที่ทำให้รู้ตัวว่า
    ทำไมอ่านข้อความไม่ได้ มันมัวเหมือนใส่เลนส์แล้วใส่แว่นทับ
    แต่เอ้ะ คิดๆดูอีกที sms เนี้ย ช่วยชีวิตให้ไม่ต้องใส่ซ้อนกันสองอันออกมาผจญโลกภายนอกก็จริง
    แต่เจ้าของเจอร์นัลที่ทำให้ขำกลิ้งคืนก่อนนี่สิตัวการ
    ที่ทำให้ฉันขำกลิ้งจนหลับไปทั้งคอนแทคเลนส์
    ผิดนะคะเนี่ย รู้ตัวรึเปล่า