Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 25

    เรื่อยเปื่อยด้วยความเคารพ

    I am 29 now.
    Just wondering about what I have been, done and played...
    So many places that I've passed on my birthday.
    I gave a visit to my beloved aunt.
    We was sitting and talking about things.
    Also I went to the temple and made a merit.
    I wanted nothing for a birthday gift.
    Just surrounded by people that I loved....That's enough.
     
    Time passed....so fast..
    I've have been told....If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever.
    If it doesn't, then it was never yours to begin with.
    I knew....so I just let it go....

    Although I knew, I will lost it forever because of myself.
    But I am very happy to know that although I couldnot have it.
    Still it will be in a deepest place of my heart.
     
    วันเกิด
    ไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอก
    ก็ไปเรื่อยๆ นั่งรถเมล์ลงวัดสุทัศน์
    ฝนตกพรำๆก็กางร่มเดินดุ่มๆไปไหว้พระ

    จากนั้นก็แวะไปไหว้ป้า นั่งคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้
    ฟังแล้วก็ยิ้มแล้วก็ได้แต่บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง
    ถึงเซนต์เบอร์นาร์ดจะยังเลียตูดถึงอยู่
    แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วง โตแล้ว
    งานดี เงินเดือนเยอะ วันหยุดอื้อ หุหุ
    เลิกห่วงได้แล้วน่า

    ได้ไหว้พระ บริจาคโลงศพ
    อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร
    สบายใจขึ้น  เรื่องบางเรื่องทุกข์ใจไปก็เท่านั้น
    ไม่มีประโยชน์ที่จะแก้ตัว
    เพราะถ้าคนที่ไม่ชอบเรา อธิบายอะไรไปยังไงเค้าก็ไม่ฟังหรอก...
    ทำบุญเยอะๆดีกว่าเผื่อชีวิตจะดีขึ้น ฮ่าๆ
     
    ตกบ่ายไปช้อปปิ้งสืบเนื่องจากคุณนายมุกจะไปฮ่องกง
    จะช้าอยู่ไย คิงเพาเวอร์รางน้ำนี่ไซร้รอเราอยู่ หุหุ
    ไปยืนมองนาฬิกาที่ตู้ประมาณยี่สิบนาทีจนพนักงานเข้ามาถาม
    ลองสวมได้นะครับ
    ฮ่าไม่เป็นไรค่ะ
    ราคาครึ่งแสน คิดนิดนึงแต่มือหยิบการ์ดไปแล้ว
    เอาดีมั้ย เอาดีมั้ย เอาดีมั้ย
    โชคดีวันนี้วันพระ เลยสยบกิเลสได้
    ไอ้ที่อยู่ในมือถึงจะราคาไม่กี่เหรียญแต่มันก็บอกเวลาได้ตรงเหมือนกันนั่นล่ะ
    เอาไว้ก่อนดีกว่า
    ไว้เจอกันเมื่อกิเลสเรียกร้อง
     
    กลับมาบ้านนั่งทบทวนและพิจารณา
    เอาละนะ เมื่อตัดสินใจแล้วก็ทำไป
    คิดดี ปฏิบัติดี ผลของมันคงจะได้เห็นสักวัน
    สักวันคงจะเข้าใจ
    ว่าสิ่งที่เห็น มันไม่เป็นอย่างที่สิ่งที่คิดเสมอไป

    อคติมันสามารถบังตาได้ทุกอย่างละ
    ช่วงนี้งานเยอะ เดินทางบ่อย
    ยุ่งจัง ทิ้งแลปท้อปไว้ที่ออฟฟิศอย่างบ่อย
    งานเอกสารไม่เยอะ จากสิงห์มือแชท
    กลายเป็นOffline Task ซะเยอะ
    ขนาดสเปซยังหายหัวเป็นเดือน
    หายแบบลาขาด ไม่เข้าเลย
    อีเมล์เยอะถึงร้อยกว่าเมล์ จังค์ทั้งนั้น ไม่เค้ยไม่เคยปล่อยให้เยอะขนาดนี้
    แต่ยุ่งแบบนี้ก็ดีนะ สนุก ลุ้น
    มีอะไรให้มองเห็นถึงแม้มันจะซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดของการเดินทางก็ตาม
     
    .
     
     
    September 24

    สิงหาทริป#3

    เช้าวันประชุมวันแรด เอ้บ วันแรก!
    เมื่อวานเอเมอริคบอกไว้ว่าตอนนี้แขกมาพักเต็มให้รีบลงมาทานข้าวแต่เช้า
    เพราะกว่าจะเดินมาจากตึกที่พักก็ใช้เวลาอยู่โข
    เลยตื่นแต่เจ็ดโมงแล้วก็โทรไปปลุกเบียร์ที่รัก
    ตอนแรกว่าจะไปปลุกถึงบนเตียงแต่เกรงใจเลิฟ กลับกลัวเบียร์ตบฮ่าๆ
     
    รีบอาบน้ำแต่งตัว มามัวเสียเวลากับคอนแทคเลนส์นี่ละ
    คราวนี้เปิดซองมาดันหาเลนส์ไม่เจอ
    ควานอยู่ตั้งนานถึงจะเห็นว่ามันม้วนหลบอยู่ตรงฟอยล์
    ไม่กล้าโวยวายให้คนอื่นฟัง เดี๋ยวเค้าหาว่าโง่อีก ฮ่าๆ
    ออกไปทานข้าวกัน คนน้อยกว่าที่คิด ง่วงโคตร
    ตรูจะเสียเวลามาทำไมเนี่ย
     
    ตั้งหน้าตั้งตากินแบบผิดหวังนิดๆกับโรงแรม
    เพราะอาหารสวนทางกับชื่อเสียงพอสควร
    ระดับเซนทาราน่าจะทำอาหารเช้าให้ได้ดีกว่านี้นะ
    ขนาดตอนไปmolla centerที่UK อาหารเหมือนกันทุกวัน
    แต่วัตถุดิบและคุณภาพดีกว่ากันคนละเรื่องเลย
     
    คุณนายเลิฟสั่งกาแฟมากินสองแก้ว
    รอบแรกสั่งผิดได้กาแฟร้อนมาซึ่งเป็นความผิดมันเองเต็มๆ
    ดันดูแต่รูปแต่ไม่ได้อ่านว่ามันไม่ใช่กาแฟเย็น
     
    กินกันเสร็จก็จัดการหอบแฟ้มไปที่หอ้งประชุม
    แม่เจ้าห้องประชุมอยู่ชั้นแปด ลิฟท์มีแค่สองตัว ขึ้นได้เต็มที่ตัวละ6คน
    แถมฉันดันลืมแจ็คแก็ตไว้ที่ห้องอาหารอีก เลยต้องวิ่งหน้าตั้งกลับไปเอา
    แหมราคาเอาการอยู่ถึงจะเซลล์ก็เถอะ ใส่ยังไม่คุ้มเลยนี่นา
     
    เริ่มต้นวันแรกก็กล่าวเปิดพิธี ประชุมกันไปตามเรื่อง
    ง่วงนิดนึง หาวเยอะ ดันนั่งตรงข้ามกับHoward ไดเรคเตอร์ของอเมริกา
    ฉันปลื้มเขาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่สิงโปร์นู่นนน
    คนอะไรมีความสามารถอธิบายเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
    จำง่ายด้วย ตลกด้วย เก่งจังเลย เก่งสุดๆ
    หนังเหนียวอีกต่างหาก เพราะโฮเวิร์ดก็เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากสึนามิ
    ตอนที่รู้ข่าวจากกาเร็ธว่ายังหาโฮเวริ์ดไม่เจอ
    คุณนายเลิฟผู้น่ารักบอก โฮเวิร์ดอย่าตายนะ หนังสือ Touchstone ยังไม่เสร็จเลย ก้ากก
    ปลื้มเขาแต่ไม่รู้จะคุยด้วยอะไร เลยแอบยิ้มให้เป็นระยะๆ
    โฮเวิร์ดคงคิดว่าฉันบ้าแน่ๆ
     
    วันนี้ได้Tim Tam เวเฟอร์ชอคโกแลตจากออสเตรเลียมาห้าแพคคู่
    สืบเนื่องมาจากฉันเมล์ไปหามิเชลกรี้ดกร้าดดีใจที่ปีนี้มิเชลจะได้เป็นตัวแทนจากออสเตรเลียมาประชุม
    มิเชลเลยถามว่าอยากได้อะไรจากที่นั้นรึเปล่าเอาไปให้ได้หมดยกเว้นจิงโจ้กับหมีโคอาล่า
    พอฉันบอกเบียร์ๆเลยบอกว่าให้จัดทิมแทมมาให้หน่อย
    ของเมืองไทยมัน เมด อิน อินโดนีเซีย รสชาติไม่ได้เรื่อง
    มิเชลเลยจัดมาให้ห้าแพคคู่ก็ สิบแพคพอดี หนักมาก แต่ก็อร่อยมากเช่นกัน
     
    ประชุมเสร็จเลิกงาน แจ้นเข้าห้อง เตรียมอาบน้ำแต่งตัว
    เพราะคืนนี้ต้องไปทานBusiness Dinner ที่ร้าน Jazztaurant
    เลิฟไปคอยที่ล๊อบบี้แล้ว
     
    ฉันเลือกใส่ชุดกางเกงสีขาว (แน่นอนรองเท้าเหลืองแปร๊ดดด)
    เดินชิลๆไปกับเบียร์ก็ถ่ายรูปไประหว่างทาง
    IMG_0790
    ถ่ายรูปนี้เสร็จก็นึกขึ้นได้ว่าลืมมือถือส่วนเบียร์ลืมกระเป๋าเงิน
    หันไปมองนาฬิกาแล้วก็แทบกรี้ด เหลือเวลาอีกห้านาที
    เค้าเขียนในกำหนดการด้วยว่า 6 PM sharp!!!
    เวรแล้ว สองคู่หูเลยต้องวิ่งหน้าตั้งกลับเข้าห้องไปอย่างด่วนจี๋
     
    พอเอาของได้ก็ต้องรีบวิ่งหน้าตั้งกลับไปที่ตึกล๊อบบี้
    ไปถึงยืนหอบเป็นหมาเลย ต้องปืนขึ้นรถไปนั่งหอบต่ออีก
    นั่งรถกันไปครึ่งชั่วโมงได้มั้งก็ถึงร้าน
     
    IMG_0821
     
    ร้านสวยมาก ตั้งอยู่บนเนินเขา เลยทำให้เห็นวิวได้ทั้งเมือง
    แถมมีเสียงLive bandเล่นแจ้สให้ฟังกันสดๆ
    ตอนนั่งทานยังคุยกับเอเมอริคว่า อยากไปดูจอร์จ เบนสันจังเลย
    พูดไม่ทันขาดคำ ฉันก็ต้องชะงัก มีช้อนค้างอยู่ที่ปากเกือบห้าวินาที
    เพราะวงเค้าก็เล่น"เพลงนั้น"ของเบนสันขึ้นมา
    แปลกใจตัวเองนิดนึงเพราะรอยยิ้มพิเศษมันก็ผุดขึ้นมาที่มุมปากอีกครั้ง
     
    IMG_0800IMG_0802IMG_0807IMG_0808IMG_0810IMG_0814IMG_0816IMG_0820IMG_0822IMG_0823IMG_0829
     
    IMG_0828
     
    อัดอาหารกันจนอิ่มหนำเค้ามีเค้กเซอร์ไพรซ์วันเกิดให้มาร์ค เกรสเชมด้วย
    เฮฮากันต่ออีกสักพักก็ได้เวลากลับบ้านกัน
    วันนี้เหนื่อยนิดหน่อย ไม่ได้ใช้แรงกายแต่ใช้พลังสมองเยอะ
    หัวถึงหมอนก้หลับเลย
    September 17

    สิงหาทริป#2

    หลังจากนั่งรถจากศรีพันวาไปเซนทารา กะรน รวมเวลาบนถนนได้1ช.ม.พอดีเด๊ะ
    เราก็ลากสัมภาระหอบเบ้อเริ่มไปเช็คอินกัน
    พอเดินเข้าสู่เซนทารา Work modeมันก็ตามมาทันที
    หน้าล๊อบบี้ก็มาแล้ว Nigel, Emeric และอีกสารพัด กำลังยืนรอเช็คอินกันเป็นแถววว
    กว่าจะได้ห้องรอกันครึ่งชั่วโมงได้มั้ง
    ระหว่างนั่งรอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ใส่รองเท้าสีกระแดะมาก
    คือเหลืองอ๋อยมากเลย บวกกับใส่เสื้อเหลืองอีก
    เลยสะกิดเลิฟบอกแกๆ ถ่ายรูปให้ฉันหน่อยดิ เอาให้เห็นรองเท้านะ อิอิ
    IMG_0772
    --เหลืองแรดได้ใจมาก--
     
     
    พอได้ห้องพักปุ๊ปเราก็ไม่รอช้าจะรีบบึ่งไปหาทันที
    แต่ที่นี่เค้ามีตึกหลายตึกมาก แล้วก็ไปลำบาก ห้องพักของฉันอยู่ที่Tropical building เป็น Pool view
    ตอนแรกว่าจะเดินไปเองแต่ดูจากแผนที่แล้วเปลี่ยนใจขอนั่งรอรถกอล์ฟก่อนดีกว่า สมบัติมันเยอะ
    พอไปถึงเลิฟด้พักชั้นล่าง ฉันกับเบียร์ได้พักห้องติดกันที่ชั้นสอง
    เลิฟบอกอย่าทำอะไรไอ้ปอนด์นะ
    ฉันหันไปบอกเบียร์ว่า ไม่ต้องปืนเข้าหานะ เคาะดีๆก็เปิดแล้ว ฮ่าๆ
     
    IMG_0773IMG_0775IMG_0776
    IMG_0779IMG_0780
     
    เปิดประตูเข้าไปเจอเตียงคู่ แอบเซ็ง
    พักคนเดียวไม่ชอบเลยเตียงคู่เนี่ย กลัวผีมานอนด้วย
    พอเอาเสื้อผ้าขึ้นแขวนเลิฟก็โทรมาบอกว่าห้องเลิฟแอร์ไม่เย็นเค้ากำลังมาซ่อมอยู่
    เลยขึ้นมานั่งห้องฉันพร้อมรอซ้อมใส่หัวสตอมกันเล่นๆก่อนลงไปwelcome drinkกัน
     
    กลิ้งๆกันจนถึงเวลา1ทุ่มพวกฉันก็ต้องเดินกลับไปที่ตึกใหญ่
    เดินเองถึงได้รู้ว่าไกล ไกล๊ ไกล แอบบ่น เพราะรองเท้าเหลืองเริ่มกัดซะแร้ววว
    พอไปถึงก็เจอกับฝรั่งฝูงใหญ่ก็ต้องเข้าไปเมาท์กันตามระเบียบ
    IMG_0782IMG_6159
     
    กำลังเดินออกไปก็เจอคู่ปรับเก่า ไอ้เฟรดดี้แห่งฮ่องกงซึ่งเดินสวนเข้ามาพอดี
    เลยแซวไปว่า Hi! Freddy the Mo man! (เฟรดดี้ นามสกุลโม ปีที่แล้วมันพรีเซนต์เรื่อง Co- ก็เลยแกล้งเอามาทำเป็นคำพ้องเสียง)
    เฟรดดี้มันทำหน้าปุเลียนๆก่อนจะบอกว่า Hi! Porn Girl!! Should I said that???
    C'mon man, My nick is Pond not that Porn!and if that's hard to say,just call me Paul,ok?
     
    อยู่ในเวรกรรม ดริงค์ประมาณชั่วโมงได้ก็ต้องพาไอ้พวกนี้ไปกินข้าว
    มีปัญหากันนิดนึงเพราะตอนแรกไอ้เกรเกอร์บอกว่าจะจัดหาให้เพราะมันเป็นคนส่งเมล์ร่อนทั้งSEAว่าจะจัดเลี้ยงต้อนรับสจ้วท
    ซึ่งเป็นเทรนเนอร์คนใหม่(ที่ตาเหร่..กรรมของตรู)
    พวกฉันก็นึกว่านังเกรเกอร์จะเป็นคนหาร้าน ปรากฏมันโบ้ยมาที่เลิฟซะงั้น
    เสนอไปร้านอิตาเลี่ยนมันก็บอกจะเอาร้านทยบรรยากาศดีๆ
    ปั๊ดโธ่ว้อย นี่มันก็ภูเก็ตครั้งแรกของพวกตรูเหมือนกัน
    สรุปเลยไปกินกันที่The Cliff  เซนทารา กะตะ กันแทน
     
    งานนี้ตาศักดิ์ Director คู่แค้นอย่างไอ้หนวดแห่งอินเดียต้องเป็นคนเลี้ยง
    ทั้งๆที่บอกมันแล้วว่าเป็น SEA dinner ไอ้หนวดยังเอาเพื่อนอินเดียมาอีกสาม
    แม่เจ้า แค่นี้ยังเหม็นไม่พออีกเหรอ
    เลิฟ เบียร์ และฉันมันหามองหน้ากันแล้วก็พยักหน้า
    เอาล่ะ เรามาล้มทับไอ้หนวดกันดีกว่า (ถึงมันจะใช้ Coporate credit cardก็เหอะ)
    กางเมนูเลย individual dish with share dish นะคร้า
    ราคาอาหารน่าตื่นตาตื่นใจ ต่ำกว่าห้าร้อยไม่สั่งยะ
    ปกติมนุษย์น้ำเปล่าอย่างฉันขอบายวันนี้สั่งพันซ์เลย แก้วละสองร้อย จิ้บๆ
    สั่งกันไม่ถูกใจมีรายการคุณนายเลิฟจัดให้ด้วย
    พนักงานจดช้าไม่ทันใจคุณนายขอบิลมาจดเองซะงั้น
     
    อาหารมาช้า ช้ามากถึงมากที่สุดกว่าจะได้อาหารก็เกือบห้าทุ่ม
    แถมไอ้อินเดียนรกยังหน้ามึน จานกุ้งเผาซึ่งเป็นจานแชร์
    พอมาถึงเราก็ส่งต่อก็หยิบกันคนละตัวสองตัว
    แต่พอมาถึงไอ้อินเดียนรกเพื่อนไอ้หนวด มันตักข้าวใส่จานกุ้งยักษ์เฉยเลย
    กุ้งเผาสองกิโลเพิ่งตักไปไม่กี่ตัว มึงเอาไป"แดร๊ก"หมดได้ไง
    กรี้ดดดดดด
     
    อารมณ์เสียกันสุดฤทธ์ ทั้งไทย มาเลย์ (ดีนะอีกโต๊ะมันไม่โดน)
    เริ่มหงุดหงิด อารมณ์เสีย พันซ์น้ำผลไม้หมด
    แต่โหมดนางมาร้ายออกฤทธ์ น้ำเปล่าไม่กินว้อย
    เลิฟ ปอนด์ เบียร์ต้องการเอเวียงมาแก้โมโหด่วน
     IMG_6159IMG_6164IMG_6165IMG_6161IMG_6162IMG_0783IMG_0784IMG_0785IMG_0786IMG_0787IMG_0788
     
    ล้มทับไอ้หนวดกันไปที่หมื่นห้า (ถูกกว่าที่คิดแฮะ)
    ค่อยกลับห้องนอนหลับอย่างมีความสุข ฮ่าๆ
     
     
     
    September 15

    สิงหาทริป#1

    หลังจากที่หายหัว หายสรีระไปนาน
    จนใครหลายคนนึกว่าจะเลิกอัพสเปซไปรึเปล่า
    ก็ไม่ใช่นะ แต่งานมันก็ยุ่งนิดนึง มึนนิดนึงแถมมีconferenceกันอีก
     
    เดือนที่แล้วเลยมีกิจกรรมหลายอย่างมาก
    ทั้งในส่วนของตัวเองและลูก
    ของลูกก็เชิญตามไปอ่านในของลูก งานนี้ขอคัดเฉพาะของตัวเองก่อนดีกว่า
     
    เริ่มแรกก็ไปงานแต่งงานเพื่อนอ้น
    สนุกดี ไกลดี ถือเป็นการลงใต้ครั้งแรกในชีวิต
    ไปถึงก็อดตื่นเต้นไม่ได้เวลานั่งรถผ่านรร.ที่ใช้หนังสือ
    เราก็ดีใจ ฮ่าๆ อยากจะไปกราบขอบพระคุณแนบอก
    ทั้งๆที่จริงอีกไม่กี่วันคุณนายเลิฟก็จะตามลงมากันติดๆ
    140820081336
     
    งานแต่งงานอ้นใหญ่เบิ้ม คนตู้ม เห็นแล้วเหนื่อยแทน
    แต่อ้นสวยมากๆ แบบนี้ใช่ใหมที่เค้าเรียกว่าราศีจับ เพราะเพื่อนอ้นผ่องทั้งตัวเลย
    งานนี้ขนชุดไปสามชุดเพราะไม่แน่ใจว่าใส่ชุดไหนได้
    อาการทางจมูกก็ยังไม่ค่อยดี ต้องขนน้ำเกลือกับไซรินจ์ไปล้างด้วย
     
    แต่พอถึงงานด้วยความเร่งรีบก็เลยได้ใส่ชุดโชว์ไหปลาร้าซะแทน
    แถมชุดนี้ดันหักหลังฉันตอนยืนส่งตัวเจ้าสาวตอนกลางคืน
    อยู่ๆสายเดี่ยวมันก็หลุดผลอยออกมาหนึ่งข้างเฉยเลย
    โชคดีที่หลุดจากด้านหลังไม่งั้น..เอิ้ก ไม่อยากจะนึก...
    นัทต้องช่วยเอากิ๊บดำมาเหน็บให้แทน
    จบงานอ้นยังมีรายการไปคาราโอเกะกันตลอดกลางคืนต่อ
    สนุกและตลกเหมือนเคย กลับถึงห้องนอนหลับๆตื่นๆ
    เพราะก่อนมาดันได้คุยเอ็มกับพี่อั๋นและโดนหลอกผีเอาไว้
    ตอนแรกก็ลืมไปแล้วแต่คนขับรถตู้ที่อ้นส่งมารับฉันที่สนามบิน
    ดันคุยกันเรื่องผี ได้ยินเลาๆว่าเมื่อคืนเพิ่งโดนหลอกมา
    ประกอบกับได้smsจากพี่อั๋นพอดีว่าโดนผีหลอกรึยัง
    งานนี้หลอนเลย
     
    แอบกลัวผีเล็กน้อย โชคดีที่ยังมีนัทนอนเป็นเพื่อน
    ตื่นมารีบแต่งตัวกินข้าวและแจ้นไปสนามบินกลับกทม
     
    เพิ่งรู้ตัวว่าเพลียมากก็ตอนที่อยู่บนเครื่อง
    เพราะไม่ทำอะไรเลยนอกจากนอนหลับยาวจนถึงกรุงเทพ
    พอเปิดมือถืองานเข้าตู้ม ลูกค้าโทรเพียบจนงง
    ทีแรกบ้าพลังกะไปช่วยเลิฟออกบู้ทที่รามต่อ
    แต่โชคดีเลิฟบอกคนน้อยไม่ต้องก็ได้
    พอลากกระเป๋าเข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก็พุ่งสู่เตียง
    แต่ยังคุณนายแพรโทรมาชวนไปดูคอนเสริต์ Groove Rider
    แต่ตอนนั้นจิตหลุดจากร่างไปแล้ว
    สำนึกสุดท้ายบอกแพรไปว่า แก 081XXXXXX
    นี่เบอร์พี่อั๋น แกโทรไปหาพี่อั๋นเองนะ เผื่อพี่เค้าจะไป
    ตอนนี้ชั้นไม่ไหวแล้ว....คร่อก
     
    หมดสภาพหลับเป็นตายไปหลายชั่วโมงอยู่กว่าจะฟื้นเล่นเอามึน
    จากนั้นวันต่อมาก็ยังมีไปเป็นหน้าม้าที่ร้านโตไก สาขาอโศก
    เพราะคุณนายเลิฟต้องทำโปรเจค์ป.โทในหัวข้อที่ว่า
    ต้องทำโปรโมชั่นให้ร้านนี้มียอดขึ้นจากปกติภายในเวลาสองชั่วโมง
    เหล่ามนุษย์หน้าม้าจากพับลิชเชอร์ต่างๆ ทั้ง เคมบริดจ์ แมคมิลเลน แมคกรอฮิลล์
    ต่างก็ช่วยกันซื้อคูปองบุพเฟท์กันคนละใบสองใบ
    พอถึงวันงาน เจ้าแม่แฟชั่นอย่างคุณนายเลิฟขอแปลงร่างเป็นสาวญี่ป่นทันที
    ออกมาน่ารักมากเพราะหน้ามันให้
    หกโมงกว่าๆของวัน ฉัน กับโจ้ก็นั่งรถเบียร์มุ่งสู่ร้านโตไกทันที
    ตอนแรกโจ้บอกพี่ปอนด์แฟนโจ้ห้ามสั่งบุฟเฟท์ มันกลัวโจ้กินกระจายแล้วจะอ้วน
    แต่พอไปถึงร้านโจ้ก็อดใจไม่ไหวสั่งบุฟเฟท์จนได้
    กินกันได้สักพัก ป๋าอั๋นแห่งแมคกรอฮิลล์ก็ก้าวเท้าเข้ามา
    พี่อั๋นทานน้อยกว่าเพื่อน สงสัยแกมาเอามันส์โดยเฉพาะ
    ปล่อยมุกกันกระจาย และเพื่อไม่ให้แกมาเสียเที่ยว
    บังเอิญว่าเบียร์ได้CDน้อง อ้อย อาโออิมาพอดี
    โจ้เลยจัดการไรท์แจกทุกคนรวมทั้งพี่อั๋นด้วย!!
    IMG_6024IMG_6026IMG_6027IMG_6029IMG_6030IMG_6031IMG_6032IMG_6036IMG_6037IMG_6038IMG_6040IMG_6039IMG_6042IMG_6048IMG_6044
     
    กินอิ่มแปล้ กลับบ้านกันไป เลิฟมากระซิบบอกทีหลังโต๊ะแกย
    กินกันคุ้มเหลือหลาย ฮ่าๆๆ
     
    แอบขำกันนิดนึงตรงที่พอเลิฟมันเมื่อยขามันก็มานั่งที่โต๊ะพวกฉัน
    ซึ่งก็ดันนั่งติดอาจารย์มันพอดี
    อาจารย์หันมาเจอเลิฟนั่งก็เลยแซวว่าเอ้ย นั่งกับลูกค้าได้ไง
    เบียร์กับพี่อั๋นหัวไวมาก บอกไปได้ว่า
    อ๋อ ผมซื้อดริงค์น้องเค้าไว้ครับ
    เนี่ยซื้อไปเจ็ดดริงค์ นั่งถึงเช้าเลย
    เล่นเอาอาจารย์ขำก๊าก นั่งกันเหวอไปเลย
     
    หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ฉันกับเบียร์ก็เตรียมแพ็คกระเป๋าลงภูเก็ตกันในทันใด
    งานนี้แอบไปล่วงหน้าก่อนสองวัน ต้องเริ่มไปเซนทราปั้นหน้าเข้าสังคมกันตั้งแต่วันอาทิตย์
    เลยนัดแนะกับเบียร์ไปออกเดินทางกันตั้งแต่วันศุกร์เลยดีกว่า
    นัดเจอกับเบียร์ที่สุวรรณภูมิ
    งานนี้ลนเหมือนตอนไปยูเคเดี๊ยะ จัดกระเป๋าแบบเอ๋อ
    ตอนแรกก็ใช้ใบประจำ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถใส่ปืน2กระบอกและดาบlight saberที่จะเอาไปใส่ตอนงานกาล่าได้
    แถมยังมีสูทตัวใหญ่ของเบียร์ซึ่งฉันต้องไปเอามาให้จากสยามอีก
    เลยต้องเปลี่ยนเป็นแซมโซไนต์ใบยักษ์ที่สามารถใส่ทุกอย่างรวมถึงตัวฉันด้วย
     
    ฉันไปถึงก่อนเบียร์นิดหน่อยพอเบียร์ตามมาก็เช็คอิน
    แล้วก็ไปหาของกินกันก่อน ฉันซัดสปาเก็ตตี้ไปจาน ไม่อร่อยแต่เกลี้ยงเพราะหิวสุดๆ
    ตอนเอาหัวเวเดอร์กับสตอมผ่านเครื่องx-rayก็สนุกดี
    เพราะว่าพวกจนท.สนามบินเรียกเพื่อนมาดูกันใหญ่
    เล่นเอาฉันต้องกลั้นยิ้มเวลาหยิบถุงเดินออกไป
     
    IMG_0533IMG_0534IMG_0537
    --ระหว่างรอขึ้นเครื่อง ก็ถ่ายรูปส่งsmsไปยั่วคุณนายเลิฟและชายชราที่แมคกรอ ฮิลล์--- 
     
    พอส่งsmsเสร็จเลิฟโทรมาบอกว่า เอาmmsไปให้โจนาธานดูเค้าบอกว่าถ่ายยังกะไปฮันนีมูนเมืองนอก
    ส่วนพี่อั๋นsmsตอบกลับมาว่า"มีความสุขกันซะให้พอค่ะ" เนื่องจากทีแรกแกบอกขอไปด้วย
    แต่ติดธุระเลยไปไม่ได้ ฮ่าๆ พลาดมากนะพี่ พลาดของดีไปแล้ว
     
    ใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องไปประมาณหนึ่งชั่วโมง
    เราก็ถึงสนามบินภูเก็ตโดยสวัสดีภาพ โทรไปหาคุณนายเลิฟ
    มันก็เพิ่งกลับโรงแรมพอดี เลยแกล้งเร่งให้รีบๆมา เพื่อนๆคิดถึง
    ยืนเกร่ๆรอกันที่สนามบินพักเดียว คุณทีก็มารับพาเราไปพักที่ศรีพันวากัน
     
    ก่อนจะไปถึงเรามีแวะทานข้าวกันก่อน
    ได้ข่าวว่าเพิ่งกินสปาเก็ตตี้ไปเมื่อสักครู่แต่ก็บ่ยั่น
    ก็แค่ปลาเต๋าเต้ยเอ๊งงง กินด้ายยยยยยย
     
    กว่าจะถึงที่พักก็เกือบห้าทุ่มได้
    ฉันกับเบียร์ถึงกับตื่นตะลึงในความอลังการ
    โอ้ว แม่เจ้า ในชีวิตจริงตรูคงไม่มีปัญญาพักที่นี่แน่นอน
    พูลวิลล่าแบบนี้ แทบสลบ
     
    เบียร์เลยฉลองสระว่ายน้ำด้วยการว่ายน้ำอาบแสงดาวกันตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีสาม
    มันไม่เป็นปอดบวมบ้างรึไงฟะ??
    ส่วนฉันก็แค่เอาขาจุ่มๆน้ำเล่นเพราะดันซวยลืมเอาชุดว่ายน้ำมาซะงั้น
    สลับกับการเป็นอีแจ๋ว คอยรินเบียร์ให้คุณชายเบียร์
    จนตีสามน่ะถึงจะแยกย้ายเข้าห้องนอน
    เตียงใหญ่มากกกก ใหญ่กว่า6ฟุตอีกอลังการ
    เลยเรียกเบียร์มานอนบนเตียงด้วยกันก็ได้
    แต่เบียร์เกรงใจกลัวฉันลอบปล้ำ
    เลยไปนอนตรงโซฟาดีกว่า (จริงๆโซฟาก็ใหญ่มากๆ)
     
    ตื่นเช้ามาแปดโมง เอ้ะ รู้สึกเหมือนไม่ได้นอน
    แต่ก็เอาน่า มาเที่ยวๆๆๆ ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน
    แล้วออกมาเจอกาแฟร้อนจากคุณที
    ซึ่งแอบถูกใจ เพราะไม่ได้บอกอะไรคุณทีเลยแต่ชงได้รสแบบลาเต้ที่ฉันชอบเป๊ะ
    ในขณะที่เบียร์กินกาแฟดำเพียวๆ
     
    ตอนเช้านั่งจิบกาแฟมองทะลุสระน้ำแล้วมีเส้นตัดกับทะเลเป็นอินฟีนิตี้ สวยมาก
    สวยจนมองแล้วคิดถึงคนข้างหลัง อยากให้มาด้วยกัน
    IMG_0560IMG_0556IMG_0561
     
    จากนั้นเราก็เริ่มออกเดินเพราะมีคนจะพาเดินชมรอบๆศรัพันวากัน
    ตอนแรกคิดว่าใกล้ๆไปแป้ปเดียวกลับ
    เลยไปทั้งหน้าโล้นๆปราศจากครีมกันแดดทั้งมวล
    เป็นวันที่พลาดมาก เพราะวันนี้วันเดียวทำอาฉันหลังไหม้ หน้าดำมาจนถึงวันนี้!
    IMG_0576IMG_0578IMG_0585IMG_0587IMG_0599IMG_0637IMG_0586
     
     
    เดินกันจนทั่ว ดำกันจนได้ที่ก็กลับมาคราวนี้กระโจนลงสระกันอีกรอบ
    ตอนแรกฉันก็เอาขาจุ่มๆ แต่แหมช่างมัน สระส่วนตัวหนิ
    ว่าแล้วก็เสื้อกล้ามชุดนอนกับกางเกงจาสั้นนี่ละฟะ ลุ้ยยยยย
    (นี่ถ้าไม่มีเสื้อกล้ามสงสัยได้ตีโป่งแน่นอน)
    IMG_0673IMG_0676IMG_0679IMG_0680
     
    ว่ายกันจนบ่าย คุณนายเลิฟเพิ่งมา หิวข้าวสุดๆ
    ทั้งเช้ามีกาแฟหล่นถึงท้องแค่ถ้วยเดียว เลยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำไปหาของกินด่วน
    ข้อเสียของศรีพันวาคือเข้ามาแล้วขี้เกียจออกไปไหน เพราะมันไกล ไกล๊ ไกล
    อะเมื่อออกแล้วเราก็ไปหาของกินกันทันทีด้วยการนั่งเรือไปทานกันในกระชัง
    อาหารสด อร่อยราวกับเพิ่งจับออกมาจากกระชังเมื่อตะกี้นี้
    ตอนกินแอบแผ่เมตตาไปด้วยถ้าย่าปุกรู้มีหวังโดนเทศน์หูชา
     
    IMG_0693IMG_0696IMG_0697IMG_0700IMG_0701
    ได้ขึ้นไปที่หอชมวิวเขาขาดด้วย กว่าจะไต่ไปถึงลิ้นห้อยออกมาถึงตาตุ่ม แต่ลมดี เย็น วิวสวย หายเหนื่อยเลย
    ก่อนกลับเข้าที่พักมีแวะซื้อลูกชิ้นปลาเจ้าดังที่คุณทีการันตีไว้ว่าใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ อร่อยและไม่คาว
    ซื้อกันไปหนึ่งกิโล ทีแรกพอเห็นว่าโลเดียวมีแค่25ลูก เลิฟกับเบียร์มองหน้ากันด้วยความรู้จักขนาดกระเพาะอาหารของกันและกันเป็นอย่างดี
    เลยหันไปบอกว่าเอาอีก! แต่คุณทีสั่งห้ามมมม ไว้มาซื้อใหม่ก็ได้น่า
     
    อ้อ คืนนั้นเราได้ทานข้าวต้มกระดูกหมูที่อรอ่ย อร่อยมากกกก
    กระดูกหมูอ่อนทุกชิ้น กินกันมันปากมาก
    น้ำซุปก็หวาน หวานเสียจนคนไม่ชอบน้ำแกงอย่างฉันยังกินได้หมดชาม
     
    พอกลับถึงที่พัก อ้าว ทำไมพอนังคุณนายเลิฟมาฉันก็ยังกลายเป็นยัยแจ๋วอยู่ดีฟะ
    ขณะที่ตัวเองกำลังบิดของผ่านเน็ตอย่างเมามัน ก็มีเสียงตะโกนจากสระน้ำว่า
    ปอนด์ อยากกินขนมจาก  ปอนด์ ไปลวกลูกชิ้นมาให้กินหน่อยดิ๊
    อะไรกันนักหนา ขอตูซื้อของเสร็จก่อนได้มั้ย
    แต่ซื้อของเสร็จแอบดูมวยต่อด้วย เชียร์พี่สมจิตรขาดใจ ฮ่าๆ
     
    จากนั้นก็ออกมาลวกลูกชิ้นพร้อมเป็นเบ๊ต่อ นั่งคุยกันสนุกสนานถึงตีอะไรไม่รู้
    แล้วก็เข้านอน คืนนี้เลิฟพยายามชวนเบียร์ขึ้นเตียงเป็นครั้งที่สอง แต่ไม่สำเร็จ
    ท่าทางเบียร์จะกลัวเราสองคนเอามากๆ ฮ่าๆ
     
    เช้าวันอาทิตย์ เตรียมกลับสู่สภาพความเป็นจริง
    เรามาภูเก็ตเพื่อประชุมนี่หว่า คิดได้ดังนั้นก็ชักไม่สนุก
    เตรียมตัวเก็บข้าวของพร้อมสมบัติพัสถานแล้วก็ถ่ายรูป ถ่ายรู๊ป ถ่ายรูปกันทั่วๆ
     
    แอบติดใจฝักบัวใหญ่ๆของที่นี่ หลังจากที่ไปแอบดูที่โฮมโปร
    พร้อมกับตกใจในราคา กรี้ดดด สองหมื่น ได้ข่าวว่านั้นเกินครึ่งของเงินเดือนอิชั้นอีกนะ!
    พักที่นี่เราสามคนออกไปอาบน้ำฝักบัวท่ามกลางแสงจันทร์กันหมด
    ก็ดูสิ บรรยากาศน่าอาบแถมสบู่อาบน้ำของปัญปุริก็อย่างหอม
    หอมจนคุณนายเลิฟลงทุนเทน้ำมันล้างหน้าแล้วกดครีมอาบน้ำไปตู้มมมม
    IMG_0711IMG_0712IMG_0715IMG_0728IMG_0730IMG_0731IMG_0739IMG_0737IMG_0740IMG_0741IMG_0733IMG_0748IMG_0759IMG_0760IMG_0766IMG_0769IMG_0768
     
     บ่ายโมงกว่าเราสามคนก็เคลื่อนทัพออกจากศรีพันวามุ่งหน้าสู่ เซนทารา กะรน
    ปรับสีหน้าจากนักท่องเที่ยว พาหลังดำๆไหม้แดด มุ่งหน้าเข้าสู่ work modeกันทันที