Pond's profilePondPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
August 24 ความลับเมื่อหลายปีก่อนฉันเคยเขียนถึงความลับลงในThaidiarist
ตอนนั้นฉันเขียนด้วยอารมณ์กรุ่นจากการเพิ่งอ่าน Can you keep a secret?
หนึ่งในนิยายน่ารักตลอดกาลของ โซฟี คินเซลลาส เจ้าของนิยายสาวนักช้อปคนนั้นไง
จุ๊ จุ๊ ขอแอบกระซิบข้างหูนิดนึงว่าฉันชอบเรื่องนี้มากกว่าเรื่องสาวนักช้อปมากกว่าเป็นไหนๆ
ความลับมีในโลกจริงเหรอ?
ฉันคงต้องขอเถียงขาดใจ เพราะฉันเชื่อว่าความลับมันไม่มีในโลก
เพราะเรื่องลับๆสำหรับคนๆนึง
มันกลับกลายเป็นเรื่องต้องเล่ากับคนอีกคนนึง
เรื่องลับของฉันเรื่องหนึ่ง อาจจะลับสำหรับพ่อแม่
แต่ไม่ลับสำหรับน้องสาว หรือเรื่องลับกับน้องสาวแต่อาจไม่ลับกับแฟน
อืม แล้วอย่างนี้มันจะยังเรียกว่าความลับได้อีกเหรอ?
แถมเวลาอัดอั้นอยากจะขยายความลับให้คนรอบข้างรู้
ก็ยิ่งต้องย้ำว่าลับมากนะ ห้ามบอกใครอีก
นั่นละค่ะคุณ มันจะยิ่งไปได้ไกลว่าไฟลามทุ่ง เร็วเสียยิ่งกว่าแสงด้วยซ้ำไป!!!
แล้วแบบนี้ยังจะกล้าพูดอีกเหรอว่ามันเป็นความลับ???!!!
ฉันเห็นโนบีตะซ่อนกระดาษคำตอบ0คะแนนไว้ที่ไหน
ก็ยังไม่วายโดนแม่หาเจอได้ทุกครั้ง
เฮ้อ นี่ฉันมาบ่นอะไรแถวนี้เนี่ย???
February 18 วันพิเศษของคน(เคย)พิเศษถึงแม้วันนี้จะไม่ได้โทรไปหา
ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ส่งข้อความใดใดไปให้
แต่ฉันรู้ว่าเธอต้องรู้ว่าฉัน"รู้"
และไม่เคยลืมมัน
ฉันเลือกที่จะอยู่เฉยเพราะฉันเชื่อว่าเธอจะได้ยินเสียงในใจฉัน
ขอให้เธอได้ค้นพบสิ่งที่ต้องการบนทางเดินสายใหม่
เลือกและทำในสิ่งที่ใจปรารถนา
ขอให้เธอหลุดพ้นจากวังวนแห่งความรู้สึกอันยุ่งเหยิงนี้เสียที
ฉันยินดีและให้อภัยในทุกสิ่งที่ผ่านมา
อีกไม่กี่นาทีก็จะผ่านพ้นวันนี้ไปแล้ว
ฉันขอให้เธอมีความสุข ไม่ทุกข์และไม่จมกับสิ่งที่ควรต้องจม
"สุขสันต์วันเกิดนะจ้ะ"
January 07 ผู้หญิงกับเครื่องทรมานตัวเองตอนที่ 2ปกติเวลาจะออกนอกบ้าน January 04 ผู้หญิงกับเครื่องทรมานตัวเองเมื่อวันเกือบสิ้นปีฉันพาตัวเองไปที่เซนทรัลลาดพร้าว January 01 My Goal 2009เมื่อสักครู่ว่างเลยสบโอกาสกลับไปดูบล็อคเก่าที่เขียนไว้ถึงโกลของตัวเองในปีที่แล้ว
5 ข้อ ทำจริงได้ข้อเดียว คือ ไปดูคอนเสริต์ ฮ่าๆ
เศร้าจิต ฮ่าๆ แต่เอาน่าก็ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยๆก็ทำได้สักข้อ
ปีนี้จะเซ็ทอะไรให้ตัวเองดีละ?
เอาละนะ
1. ขับรถให้เป็น นี่มันเหมือนปีที่แล้วนี่นา เอาวะ ยังไงก็ควรจะขับให้เป็นกับเค้าซะที
จะได้ไปไหนมาไหนสะดวกขึ้น แต่แหมถ้าขับรถเป็นก็ไม่มีคนมาส่งบ้านสิเนี่ย
2. อ้วนขึ้น เป้าหมาย 45 กิโล เอ้ะ นี่ก็คุ้นๆว่าเหมือนของปีที่แล้ว ตอนนี้หนักประมาณ43อีกแค่สองกิโลน่าจะทำได้ไม่ยาก(มั้ง)
3.ไปเขมร เอ้ะ นี่ก็ของปีที่แล้ว ฮ่าๆ ยังไม่ได้ไปสักที บิวด์เลิฟมาหลายปีละ ปีนี้บิวด์อีกจะได้ไปด้วยกัน
4. ออกนอกกรอบ จริงๆออกนอกกรอบมาตั้งแต่ปีที่แล้วละ มีคนพาออกเป็นระยะๆให้ใจเต้นตูมตามเหมือนตอนหนีโรงเรียนครั้งแรก (เคยหนีซะที่ไหน?)
ก็รู้สึก สนุก ใจแตก (เอาตอนสามสิบ?) ฮ่าๆ สนุกดี ปีนี้เอาอีกๆ คลายเครียดดีแท้
5. ประหยัดให้มากขึ้น ช้อปปิ้งให้น้อยลง นี่แปลว่าต้องไปช้อปปิ้งคนเดียว ถ้าไปกับเลิฟสองคนช่วยกันยุ แต่เอ้ะ วันก่อนไปลาดพร้าวคนเดียวก็ช้อปไม่หยุดนี่นา
ปีนี้คิดว่าจะงดช้อปเครื่องสำอาง ใช้ที่มีอยู่ให้หมดก่อน เลิกใช้พวก เคาท์เตอร์แบรนด์ บ้าง จะได้เซฟเงินไปทำอย่างอื่น ต้องประหยัดๆๆๆ ต่อไปจะมีหนี้ก้อนใหญ่
ปี08ที่ผ่านมาเป็นปีที่ดี ปีหนึ่งของฉันเลย
ได้ไปแรดๆ ได้ไปใช้ชีวิตเหมือนกับที่คนอายุเท่านี้ควรจะใช้บ้างนิดนึง ก็แฮปปี้ละ
หวังว่าปีนี้ก็จะเป็นปีที่ดีอีกหนึ่งปี
ปล.ทำไมทุกปีใหม่ต้องเปื่อยทุกครั้งนะ
ไปอ่านบล็อคปีก่อนก็เปื่อย ปีนี้ก็เปื่อย จะเปื่อยอะไรนักหนาเนี่ย!
December 29 วันอะไรเนี่ยวันนี้ฉันตื่นแต่เช้า ไม่งัวเงีย ไม่รู้สึกอยากนอนต่อ December 05 After (hard) Work!!หลังจากที่โดนมรสุมงานพัดเข้าใส่ช่วงสองอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพ.ย. กลับเข้ามาออฟฟิศก็ต้องรีบสะสางงานบนโต๊ะ อีเมล์ที่อ่านแต่ไม่ได้ตอบ จากนั้นฉันก็เลยถามไถ่ถึง?Moods Barว่าพร้อมจะเปิดเมื่อไหร่ แล้ว La Villa ตรงพหลโยธินก็เป็นข้อสรุปของพี่อั๋นกับฉัน เช้าวันพฤหัสฉันลาพักร้อนเพื่อจะจัดการเรื่องโรงเรียนอนุบาลของคุณนายแต่จ๋าให้เรียบร้อยก่อน พอเข็มนาฬิกาเดินไปที่ห้าโมงครึ่ง ฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากบ้านทันที ปรากฏว่านั่งรถไปยังไม่ถึงรถไฟฟ้าเหงื่อแตกพลั่ก พี่อั๋นเลยบอกฉันว่าเข้าไปได้เลยนะคะบอกว่าจองไว้ชื่ออั๋น นั่งกินข้าวกันไปก่อนสามคน พอสไปรท์มาไอ้เลิฟจัดการเทเบียร์ลงไปแล้วตามด้วยสไปรท์ในสัดส่วนเท่าๆกัน ตอนที่น้ำแตะปลายลิ้น ไปกินกันคราวนี้สนุกมาก เดินออกมาเมากันหัวทิ่ม มารู้ตัวก็ตอนเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้านี่ละ แต่เอาน่าก็bottom upกันบ่อยซะขนาดนั้น October 23 บ่น บ่น บ่น และบ่นยามสายของวันนี้ขณะที่ฉันกำลังวิ่งวุ่นเรื่องงานเอกสารที่ออฟฟิศ
เพราะไม่ค่อยได้มีโอกาสได้สถิตอยู่ในที่ทำงานเท่าที่ควร
กว่าจะรู้ตัวเอกสารก็ล้นโต้ะ เล่นเอาฉันแทบหาข้าวของไม่เจอ
เบียร์ แกไม่ต้องมาคอมเมนต์เลยนะว่าตอนไม่ยุ่งโต๊ะฉันก็รกน่ะ
เอาไว้หมดงานเคมบริดจ์เดย์ก่อน โต๊ะฉันจะเรียบร้อย(ได้สักกี่วัน?)ให้ดู
ไม่เชื่อก็ไปเตะไอ้เลิฟได้เลย
สาวแกงค์คุณแม่ในวงเอ็มก็ทักขึ้นมา
พร้อมกันถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
รวมทั้งเรื่องของการจะหายกบาล หายสรีระไปไหนในช่วงบ่ายรึเปล่า
แน่นอนก็ต้องไปน่ะสิ จะเหลือเหรอ
บ่ายนี้ฉันคิดว่าหลังจากเก็บบู้ทที่AUAเสร็จ
ฉันตั้งใจจะกลับไปนั่งแปลเอกสารเพื่อทำ Product Trainingที่บ้าน
เพราะมันเงียบดี จึงน่าจะมีสมาธิมากกว่า
ช่วงเก็บบู้ทที่งานก็ใช้จังหวะและความเร็วมากเล่นเอาเด็กดีเคบอกว่า
พี่น่าจะไปออกรายการพวก ถึก บึก อึด อะไรแบบนั้น
เผลอแป๊ปเดียวทุกอย่างลงไปอยู่ในสัมภาระแล้ว
จากนั้นก็กลับบ้าน วันนี้ฟลุคมากได้สารถีไปส่งบ้านแบบไม่ได้ตั้งใจ
แอบดีใจแหะๆ วันนี้ของหนักพอดี ขอบคุณนะคะ
พอถึงบ้านปุ๊ปก็กางแลปท้อปซึ่งวันนี้คิดอะไรอยู่ไม่รู้
ฉันดันถอดแบตออกแล้วเสียบปลั๊กเอาอย่างเดียว
เพราะเห็นว่าจะได้จ้องจอแปลงานกันบานตะไทแน่
ทำนายกับเลิฟไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย
ว่ายังไงๆ เบียร์ก็ไม่น่าจะทำในส่วนของตัวเองทัน
งานนี้ไม่แคล้ว"อะไรๆก็กรู"แน่นอน
เบียร์จ๋า ที่ทำให้เนี่ย เพราะรักตัวเดียวเลยนะตัวเอง จุ้บๆ
อ้วกกกก
กลับเข้าเรื่องต่อ ฉันนั่งขัดสมาธิบนเตียง ทีวีไม่เปิด
วิทยุไม่ได้เล่น ตั้งใจทำงานสุดๆ แปลไปได้ 3-4เล่ม
ฟ้าก็ผ่าดังเปรี้ยง ไฟดับวูบแล้วฝนก็ตกกระหน่ำ...
กรี้ดแรก กรี้ด...ตกใจไฟดับบบ
กรี้ดสอง กรี้ดดังกว่ากรี้ดแรกอีก
กรี้ดดดดดดดดดดแลปท้อปดับไปด้วย เพราะไม่มีแบต
กรี้ดดดดดดดดดดดดดงานกรู๊~~~~~~~~~~~~
ฉันร้องโหยหวนแข่งกับเสียงฟ้าคำราม
โอ้แม่เจ้า ตรูจะกลับมาบ้านทำมั้ยยยยยย
นั่งกวนตีนชาวบ้านอยู่ออฟฟิศยังจะดีซะกว่า
นั่งกลัวผีอยู่บนเตียงคนเดียวท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง
โอ้แม่เจ้า หายใจไม่ออก แอร์ไม่มี เปิดหน้าต่างไม่ได้
เปรี้ยง ไฟมาอีกรอบ
แต่มาแค่สามวินาทีแล้วก็วูบไป
มันจะมาทำวะคะ?
พยายามโทรหาคนที่รู้จัก ไม่มีใครรับสักคน
เอาวะ sms เท่านั้นที่เราต้องการ
ส่งๆ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย กลัวผีค่ะ
ไม่กล้าส่งเยอะ อะ เดี๋ยวโดนหัวเราะเยาะ
นั่งมืดๆ หดหู่ๆ ผสมหงุดหงิด
ถ้าไฟดับเฉยๆคงหนีไปเดินพระรามสามแล้วมั้ง
แต่นี่ฝนตกกระหน่ำฉันจะไปไหนได้
ซาตานสีดำบินมาเกาะที่ไหล่ขวา
ก็ซื้อรถซะทีสิแม่คุณ จะได้ขับออกไปตะแล้ดแต๋ดแต๋ได้เอง
ไม่ต้องรอพึ่งชาวบ้านแบบนี้
แง๊ ปลายปีนี้สงสัยต้องซื้อแน่ๆ
ต้องรีบหายใจลึกๆไปฟาดเคราะห์แล้วไปหัดจับพวงมาลัยอีกครั้ง
เมื่อคืนนี้นั่งคุยกับปอย
เรื่องนู่น นี่ นั่น
แล้วก็ถอนหายใจยาวๆ ปอยบอกว่าเอาน่าๆๆ
ใครมีอะไรเค้าก็มาหาแจ้หมดอะ เพราะแจ้อะไรก็ได้ ใจดี ปากไม่ร้าย และชอบให้ ใช่มั้ย
เฮ้อ สงสัยต้องไปหาเสื้อ"อะไรๆก็กรู"มาใส่จริงๆซะละมั้ง
แต่ก็อะนะ ที่อะไรก็ได้ ก็เพราะไม่อยากเรื่องมาก
ไม่อยากรำคาญ
แต่ก็นั่นแหล่ะบางครั้งสิ่งที่เห็นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นอยู่
หลักกาลมะสูตรเป็นสิ่งที่เชื่อได้จริง
บ่นๆ พล่ามๆมาเนี่ย
แค่จะบอกว่าสรุปฉันแปลงานไม่เสร็จเพราะไฟดับนี่ล่ะ
ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำละกัน
หายหมดแบบนี้มันเสียเส้นไปซะแล้ว
October 13 งานล้มทับแอบเข้ามาอีกนิด เพราะช่วงนี้ยุ่งจัง
หายหัวไปหลายเดือน เนื่องจากแลปท้อปเดี้ยง
พี่หญิงไม่สามารถลงโปรแกรมLotus notesได้สมบูรณ์เสียที
เสียเวลาไปหลายเดือน แถมทำเอาเครื่องของเราอืด ป่วยอย่างเห็นได้ชัด
ทำงานไม่ได้ เข้าเน็ตไม่รอดอย่างเห็นได้ชัด
ขณะนี้อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนนึกอยากจะซื้อส่วนตัวเองขึ้นมาตงิดๆ
งานยุ่งจนหลายคนถามไถ่ว่าหายสรีระไปไหน
ไอ้ซาร่าเพื่อนรักต้องโทรมาตามว่าตายไปหรือยัง
กระทู้คุณแม่ไม่โผล่ วงเอ็มไม่ออน
พอบอกทำงานมันดันถามว่าแกทำเป็นด้วยเรอะ
อ้าวไอ้เวร ช่วงว่างก็มี ช่วงยุ่งก็เยอะ
จริงๆเค้ามีหลักการย่ะ Work hard,Play smart โลด
มีอะไรกรุณาโทรหา เพราะว่าไม่ค่อยสิงที่ออฟฟิศ
ถ้าเจอออนเอ็ม เป็นไปได้ว่าออนผ่านมือถือเพราะรถติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง ฮ่าๆ
มีกิจกรรมหลากหลายเกิดขึ้นมากมายตอนหายหัว
ไปเป็นพริตตี้แทนคุณนายปอย2ช.ม
ไปร้องคาราโอเกะแบบบ้าเลือดกับพี่โจ แอร์สาวคนสวยของเรา
ไปโยนโบว์ลิ่งหลังเลิกงานจนแขนช้ำในวันรุ่งขึ้น
ไปทานข้าวที่ร้านอาหารเนื่องในวันเกิดเพื่อนๆที่รักและรู้ใจ
ไปดูหนังคนเดียวบ้างในช่วงเวลาที่ลงตัว
ไปดูหนังกับคนอื่นบ้างในช่วงเวลาส่วนตัว
ไปนวดหน้าแบบงงๆในช่วงเวลาที่คุณนายเลิฟจัดให้ นัดให้ และออกตังให้ ฮ่าๆ
เรื่องแปลกเกิดขึ้นมาก ทั้งความรู้สึกของตัวเองและของคนรอบข้างแต่ไม่ค่อยแปลกใจ
เพราะชีวิตมีอะไรมาให้แปลกก็ดูมีสีสันดี
คุณนายปอยโทรหาบ่อย..บ่อยจนนึกว่าเธออยู่เมืองไทย...ไม่ใช่ลอนดอน
โทรมาเล่าเรื่องของชาวบ้านให้ฟัง ฟังแล้วก็ขำ
เอาน่า เคยดูหนังเก่าสมัยก่อนมั้ย ที่ชื่อว่า "ช่างมัน ฉันไม่แคร์"น่ะ
ไว้อยากกินอะไรจะกินแทนแล้วถ่ายรูปไปให้ดู..ดีมั้ย?
มือถือกำลังจะเดี้ยง อยากได้ใหม่
ใจมุ่งไปที่Omnia แต่ดันติดระบบของNokia
เอาไงดีนะเอาไงดี?
มีความจำเป็นจะต้องขับรถให้ได้ภายในเร็ววัน
อาจจะถึงเวลาที่จะต้องมีรถของตัวเองเสียที
September 25 เรื่อยเปื่อยด้วยความเคารพI am 29 now.
Just wondering about what I have been, done and played... So many places that I've passed on my birthday. I gave a visit to my beloved aunt. We was sitting and talking about things. Also I went to the temple and made a merit. I wanted nothing for a birthday gift. Just surrounded by people that I loved....That's enough. Time passed....so fast..
I've have been told....If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with. I knew....so I just let it go.... Although I knew, I will lost it forever because of myself. But I am very happy to know that although I couldnot have it.
Still it will be in a deepest place of my heart. วันเกิด
ไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอก ก็ไปเรื่อยๆ นั่งรถเมล์ลงวัดสุทัศน์ ฝนตกพรำๆก็กางร่มเดินดุ่มๆไปไหว้พระ จากนั้นก็แวะไปไหว้ป้า นั่งคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ ฟังแล้วก็ยิ้มแล้วก็ได้แต่บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถึงเซนต์เบอร์นาร์ดจะยังเลียตูดถึงอยู่ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วง โตแล้ว งานดี เงินเดือนเยอะ วันหยุดอื้อ หุหุ เลิกห่วงได้แล้วน่า ได้ไหว้พระ บริจาคโลงศพ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร สบายใจขึ้น เรื่องบางเรื่องทุกข์ใจไปก็เท่านั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะแก้ตัว เพราะถ้าคนที่ไม่ชอบเรา อธิบายอะไรไปยังไงเค้าก็ไม่ฟังหรอก... ทำบุญเยอะๆดีกว่าเผื่อชีวิตจะดีขึ้น ฮ่าๆ ตกบ่ายไปช้อปปิ้งสืบเนื่องจากคุณนายมุกจะไปฮ่องกง
จะช้าอยู่ไย คิงเพาเวอร์รางน้ำนี่ไซร้รอเราอยู่ หุหุ ไปยืนมองนาฬิกาที่ตู้ประมาณยี่สิบนาทีจนพนักงานเข้ามาถาม ลองสวมได้นะครับ ฮ่าไม่เป็นไรค่ะ
ราคาครึ่งแสน คิดนิดนึงแต่มือหยิบการ์ดไปแล้ว เอาดีมั้ย เอาดีมั้ย เอาดีมั้ย โชคดีวันนี้วันพระ เลยสยบกิเลสได้ ไอ้ที่อยู่ในมือถึงจะราคาไม่กี่เหรียญแต่มันก็บอกเวลาได้ตรงเหมือนกันนั่นล่ะ เอาไว้ก่อนดีกว่า ไว้เจอกันเมื่อกิเลสเรียกร้อง กลับมาบ้านนั่งทบทวนและพิจารณา
เอาละนะ เมื่อตัดสินใจแล้วก็ทำไป คิดดี ปฏิบัติดี ผลของมันคงจะได้เห็นสักวัน สักวันคงจะเข้าใจ
ว่าสิ่งที่เห็น มันไม่เป็นอย่างที่สิ่งที่คิดเสมอไป อคติมันสามารถบังตาได้ทุกอย่างละ ช่วงนี้งานเยอะ เดินทางบ่อย
ยุ่งจัง ทิ้งแลปท้อปไว้ที่ออฟฟิศอย่างบ่อย งานเอกสารไม่เยอะ จากสิงห์มือแชท กลายเป็นOffline Task ซะเยอะ ขนาดสเปซยังหายหัวเป็นเดือน หายแบบลาขาด ไม่เข้าเลย อีเมล์เยอะถึงร้อยกว่าเมล์ จังค์ทั้งนั้น ไม่เค้ยไม่เคยปล่อยให้เยอะขนาดนี้ แต่ยุ่งแบบนี้ก็ดีนะ สนุก ลุ้น
มีอะไรให้มองเห็นถึงแม้มันจะซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดของการเดินทางก็ตาม .
August 22 โง่ เซ่อซ่ามือถือเบอร์หายครับพี่น้อง
ไม่ได้เครื่องหายนะ
หายเฉพาะเบอร์
อยากจะกรี้ดดังๆในความโง่
อยู่ดีไม่ว่าดีดันอัพเกรดเฟิร์มแวร์ในมือถือซะ
มันก็ล้างเครื่องเราดีๆนี่เอง
สรุปใครรู้จักข้าพเจ้าช่วยโทรหาทีเถอะนะ
ตอนนี้มือถือใหม่กว่าตอนซื้อมาใหม่ๆอีก
แง๊ August 13 โชคดีจังมีแม่สองคนไหนๆก็ไหน ในโอกาสวันแม่ที่ผ่านมา ขอเขียนถึงแม่อีกสักครั้งดีกว่า เพราะจะว่าไปชีวิตนี้ฉันมีแม่กะเค้าอยู่สองคน เปล่าพ่อฉันไม่ได้มีเมียน้อย พ่อฉันมีเมียเยอะค่ะ เยอะมากชนิดที่ว่าขุนแผนเรียกพี่เลย แต่คุณนายแม่ของฉันเป็นสตรีหมายหนึ่งนั่นเอง โชคดีที่เป้นของฉันที่ไม่เคยเห็นการบู๊กันแบบยุทธการปราบเมียน้อยเหมือนในหนังในละคร เพราะแม่ฉันถือคติที่ว่า เฉยไว้เป็นดี เพราะการเป็นภรรยานั้นบางครั้งก็ต้องแกล้งโง่บ้าง เพราะฉะนั้นพ่อเลยค่อนข้างเกรงใจและเคารพแม่ฉันพอสมควร สำหรับฉันแม่เป็นผู้หญิงที่อดทน เข้มแข็งมาก เก่งและขยันด้วย สวยสง่ามาดคุณนายอีกต่างหาก ซึ่งฉันกับน้องสาวเคยลงมติกันสองคนอย่างคร่ำเครียด ว่าทำไมเราถึงไม่ได้หน้าตาและมาดของแม่มาสักเท่าไหร่เลยว่ะ แม่คนที่สอง คนนี้เป็นสุดยอดผู้หญิง ที่หนึ่งในจักรวาล สาวโสดอายุเกือบ60 ไม่สวย เหมือนทอมแต่เก่ง เป็นนักเลงด้วย ลูกน้องเพียบ เรียนมาน้อยแต่ฉลาดเป็นกรด คิดเลขไวชนิดนักคณิตศาสตร์ยังอาย ผู้เลี้ยงดูปูเสื่อ ส่งเสียและสั่งสอนดูแลฉันทุกอย่าง มาตั้งแต่แบเบาะ แบเบาะจริงๆ เนื่องจากพ่อฉันเป็นลูกชายคนเดียว พอแต่งงานมีลูกคนแรก โชะเลยได้หลานสาวออกมาหน้าตาดี๊ ดี เธอชื่นชอบเอลวิสและบีทเทีลมากๆเลยตั้งชื่อหลานคนนี้ว่า ปอล... ไม่เกี่ยวใช่มะ แต่ถ้าบอกเซอร์พอล แห่ง The Beatles ล่ะ เมื่อปาป๊าต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัด มหกรรมการแย่งชิง"หลานใน"ก็เกิดขึ้น อาม่าเล่าให้ฟังว่าฉันในวัยไม่กี่เดือน ต้องบินไปบินมาระหว่างกทม และภาคเหนืออยู่หลายครั้ง เพราะอาม่า อากงและป้าทนคิดถึงหลานไม่ไหว จนหลานป่วยเพราะบินบ่อยจัด ปวดหู แม่เลยต้องทำการตัดใจยกให้ป้าเลี้ยงซะ ป้าคนนี้ก็เลี้ยงมาอย่างดี ดีขนาดที่แม่คนนึงจะสรรหาสิ่งที่ดี่สุดมาให้ลูกคนนึงได้ ฉันในวัยเด็กจึงเติบโตมาด้วยคำว่าดีที่สุดเสมอ วันแม่ปีนี้ก็เหมือนทุกๆปีคือไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เพราะฉันอ้อนแม่กับป้าอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ปีนี้ไม่ได้ให้ดอกมะลิ แต่ให้ต้นมะลิทั้งต้นแทน ปลูกให้รอดนะตั่วโกว ฮ่าๆ August 10 080808080808
ฤกษ์งามยามดีสำหรับการเปิดโอลิมปิคส์เกมส์
แล้วก็เป็นฤกษ์งามยามดีสำหรับการทานข้าวกันระหว่างแกงค์สี่สาวที่ยังเหลืออยู่ด้วย
ปกติแล้วกลุ่มเพื่อนซี้อย่างพวกฉันที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย
เราเคยมีการคุยกันว่าจะไม่ต่างคนต่างซื้อของขวัญ
ให้เจ้าของวันเกิดระบุมาเลยว่าปีนั้นอยากได้อะไร
เพื่อนๆที่เหลือจะจัดการหารให้ แต่มีข้อแม่ว่าจะไม่เกินเท่านั้นเท่านี้บาท
ยังขอตังค์พ่อแม่อยู่ ถ้าเกินงบก็ให้ได้เท่านี้ที่เหลือออกเองก็มี
แต่พอเรียนจบสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่วันเกิดแล้ว
มันอยู่ที่การได้กลับมาคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันมากกว่า
ก็เลยมีการแก้เป็น เจ้าของวันเกิดอยากทานอะไร
เราจะพาท่านไปทานฟรี เพื่อนๆที่เหลือจะหารให้
สมัยเรียนจบใหม่ๆของทานจะธรรมดาม๊ากกกค่ะ
เป็นฟูจิ ซิซเลอร์ เอ็มเค อะไรแบบนั้น
จะมีท้ายๆที่พยายามแหวกแนว
ฉันเคยพาพรรคเพื่อนไปทานมังกี้ช็อคร้านสี่
ร้านโปรดของฉันเลย ชอบบรรยากาศ ชอบนั่งข้างนอกด้วยนะ
แต่ก็มีกระแสเสียงบ่นว่ากลับดึก อะไรแบบนั้น(ตอนนั้นก็24แล้วนะเพื่อน)
แต่หลังจากนั้นอีกหน่อยนึง พวกเราก็เริ่มรู้สึกกันว่า
ไอ้ฟูจิ ซิซเลอร์ เก็บไว้กินเองก็ได้
หาร้านสวยๆเพลงเพราะๆกันดีกว่า
เราก็เลยเริ่มหาร้านแปลกๆกัน
โดยส่วนมากคุณนายแพรผู้ช่ำชองร้านอาหารที่สุดเป็นคนแนะนำ
คุณนายบอกมีหนุ่มๆพาไปทานบ่อย
เพราะสมัยนั้นฉันมักจะแนะนำฝ้ายคำอยู่ร้านเดียว
อ้าววว ก็กินฟรีอะ.ไม่สนเรอะ ฮ่าๆ
หลังจากที่เราเริ่มค้นพบกันว่าร้านอาหารบรรยากาศสวยๆ เพลงเพราะๆนั้น
เพิ่มรสชาติให้อาหารและการเมาท์ได้ดีกว่าซิซเลอร์เป็นไหนๆ
สี่สาวก็เริ่มใจแตกขึ้นๆ
เช้าวันศุกร์ที่เลขสวย ฉันเปิดอีเมล์มาก็พบลิงค์ของร้านอาหารเรือนเจ้าพระยา
ที่คุณนายแพรเป็นคนแนะนำ หลังจากส่งลิงค์ต่อให้เลิฟแล้ว
เลิฟก็ถามว่ามีเพลงมั้ยวะ....เออ ดูจากรูปไม่น่ามีนะแก
งั้นไม่อาววววววว เสียงเลิฟดังสนั่นออฟฟิศ
อ้าวไม่เอาเรอะ กินวันเกิดแก แกก็คิดสิ อยากเอาที่ไหน
เลิฟอยากกินร้านที่ตรงเลียบทางด่วนอะ
อ๋ออออ จำได้ที่ไปวันที่ชั้นไม่สบายใช่มั้ย จำได้ๆว่ามันอยุ่ในซอยต้องเลี้ยวซ้าย
เออแต่ร้านมันชื่ออะไรฟะ
เออ ชั้นก็จำไม่ได้เหมือนกัน
ตรู้ดดดดดดดด สายตรงถึงคุณนายแพรในบัดดล
ฮัลโหลแกว่าไง
เออแกจำร้านที่ไปกินที่เลียบทางด่วนได้มั้ย
เลิฟมันอยากไปร้านนั้น
อ๋อ Spring
เออออ Spring
แกจำทางไปได้เหรอปอนด์
จำได้ๆ ว่าต้องเลี้ยวซ้าย แต่นอกนั้นตรูไม่รู้ว่ะ
แล้วตกลงแกเอาใครไป
พี่โยว่ะ
อ้าวพี่โยเหรอ งั้นก็เมาท์เดน่าไม่ได้สิแก
อย่าหลุดนะมึง ถ้าหลุดมึงตายยย
อะเลือกร้านได้แล้วก็ค่อยยังชั่ว
แต่ตอนเลิฟโทรบอกคุณนายผึ้งเธออิดออดอยากไปSortrelมากกว่า
กรี้ดดดใกล้บ้านเกิน เบื่อค่ะ
ปีนี้ไปมาสามครั้งแล้ว ไม่เอาได้มั้ยอะเลิฟ
เลิฟบอกเออเบื่อเหมือนกัน ไม่อยากไปแล้ว
เลยตกลงให้ฉันเป็นคนมัดมือชกโทรไปหาผึ้งอีกทีว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติสปริงไปเรียบร้อยแล้ว
เราตกลงนัดให้ผึ้งมาหาที่ Esplanade
เลิฟกับฉันไปถึงกันตั้งแต่ห้าโมงตรง
คุณหัวหน้างานหันมากระซิบ เราจะเจอกาเร็ธที่นี่มั้ยวะ
ไม่มั้งแก นี่มันห้าโมงเป๊งแล้ว เราแค่ออกก่อนเวลานิดนึงเอง
อีกอย่างวันนี้ชั้นก็มีนัดไปตั้งสามถ้าเป็นปกติตูกลับบ้านไปแล้วววว
เออ ไอ้ผึ้งเลิกงานหกโมง เราจะทำอะไรกันดีวะแก เลิฟถาม
อยากสระผมว่ะ เมื่อเช้าไม่ได้สระผมกลัวไข้ขึ้น
ฉันเพิ่งเข้าร้านเมื่อเช้านี้แก
อะงั้นหาอย่างอื่นทำละกัน เออแกข้างล่างมี Red mango
เหรอ ดีๆงั้นไปโดนกันคนละถ้วยก่อน
เคยมีคนนิยามกันไว้ว่า อย่าเอาพรรณทิพากับนันทพรมาเจอกัน
เพราะไอ้สองคนนี้มีแซ่จีนแซ่เดียวกันคือ"แซ่บ่าง"
ไปไหนด้วยกันทีไรมีแต่เรื่องเสียเงิน(เยอะๆ)ทุกที เพราะไม่เคยขัดกันมีแต่ยุกันๆ
ยิ่งมีสุระไปด้วยอีกคนยิ่งไปกันใหญ่ ไม่มีใครยอมใครช้อปกันกระจายทั้งนั้นนนน
ตอนเล็มไอติมกันอยู่สองคนเลิฟนึกได้หันมาถาม
แกไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ
เออ แต่อยากกินนี่หว่า ชอบเรดแมงโก้อะอุตส่าห์สั่งถ้วยเล็กแล้วนะ
แล้วก็ก้มหน้าก้มตาตักกินจนหมด
จากนั้นก็ไปเข้าห้องน้ำ ขาออกฉันดันเอ๋อ
พาคุณนายเลิฟออกทางประตูเมด เปิดเข้าไปเต็มแรงเจอแต่ไม้ม็อบไม่มีทางออก
ดีนะไม่มีคนเห็น อายชิปเป๋ง ^^"
เดินเรื่อยเปื่อยมาถึงชั้นM อ้าวเจอร้านนวดซะแล้ว
สองคนหันมามองหน้ากัน
เอามะปอนด์
เอามั้ยเลิฟ
เอาวะ
เดินเข้าไปนวดเท้ากันคนละชั่วโมง ฮ่าๆ
บอกแล้วอย่ามาอยู่ด้วยกัน ไม่เคยห้ามกันซักที
ตอนไปเวียดนามด้วยกันถูกใจรองเท้าคู่นึงราคาแพงนรก
คือเงินเวียดนามมันศุนย์เยอะมากค่ะ โง่เลขหารแล้วมึน
เลิฟยุเต็มที่ สวยแก สวยเอาไปเลย
อะวางAMEXโชะลงไป รูดออกมาที่ 98 US$ ราคาดองอยู่ที่ล้านสี่ค่ะพี่โน้งงง กรี้ดดดดด
นอนไม่หลับไปสามวัน ฮ่าๆ แถมใส่แล้วกัดอีกต่างหาก
เล่าให้ใครฟังก็ทั้งขำทั้งเจ็บใจ
นวดเสร็จคุณนายผึ้งโทรมาพอดี
อะลงไปรับเพื่อนเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะไปที่รถ
ผึ้งตื่นเต้นมากพอรู้ว่าเลิฟจะขับ
ฉันเลยรีบบอกสบายแก เลิฟมันขับดี ดี๊ ดี
ฉันอาสานั่งข้างหลังเพื่อให้ผึ้งมันได้รู้สึกว่า"ตื่นเต้นและลุ้นที่สุดในชีวิต"มันเป็นยังไง
เข้ารถปุ๊ปคุณนายเลิฟจิ้มGPS ตุ๊ดๆๆ
เงียบ...
แกพิมพ์สปริงแล้วไม่มีอะ..
เงียบ..
ลองพืมพ์คำว่าเลียบทางด่วนจะมีมั้ยแก
แบบนั้นพิมพ์ไม่ได้แก
ง่า แกๆๆ ลองเอาร้านแถวนั้นๆชั้นจำได้ร้านของในหลวงต้องมีแน่ๆ
แต่ร้านมันชื่ออะไรวะ เวรจริงๆที่ฉันดันมาลืมเอาวันนี้น
งั้นมันจะมีอีกร้านนึง เออแต่ก็ลืมชื่อเหมือนกัน
แย่แล้วไอ้แพรโทรมาพอดีบอกว่าถึงร้านแล้ว
พวกฉันบอกว่ายังหาทางไปอยู่รอก่อนนะ
แต่จนแล้วจนเล่าสิบกว่านาทีเราก็ยังไม่ได้ออกจากลานจอดรถ
เลิฟโทรหาพี่เค...ไม่รับ
ฉันโทรหาพี่อั๋น..ไม่รับ
ฉันโทรหาเบียร์...ไม่รับ
ผึ้งโทรหาพี่เคอีกรอบ...รับแล้วเย้
แล้วพี่อั๋นก้โทรกลับ
คำแรกพี่ถามอย่างกับตาเห็น "หลงเหรอคะ"
แหะๆ ยังไม่หลงแต่หาทางไปไม่ถูกน่ะสิคะ
อ๋อ ออกไปชิดขวาแล้วเลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวซ้ายแล้วก็ตรงไป
แล้วเลี้ยวขวาแล้วก็ตรงๆๆก็ถึงแล้วค่ะ
แต่ที่คุณนายผึ้งได้ยินจากพี่เคเป็น แล้วซ้าย เลี้ยวขวาแล้วซ้ายอีกที่แล้วอะไรไม่รู้
ส่วนเบียร์โทรกลับมาทีหลังเบียร์บอกว่าแกตรงไปแยกเกษตรเลย
ไหนๆก็เลยมาแล้วจริงๆแกต้องเลี้ยวตั้งแต่แยกพระรามเก้าแล้ว
แล้วนี่ทำไมพวกแกไปกินข้าวเค้าอยู่ดูโอลิมปิกกันทั้งนั้น...
โว้ยยย งงเจ้าค่ะ งง
สรุปคุณนายผึ้งขอย้ายมานั่งหลังเพราะไม่รู้ทาง
ฉันเลยต้องเป็นเนวิเกเตอร์จำเป็น
ตอนบอกทางทำหน้ามั่นใจมาก (แต่ในมือพร้อมจิ้มหาพี่อั๋นตลอด)
เลิฟมันจะรู้มั้ยว่าตรูมั่ว
บอกทางไปศูนย์วัฒนธรรมถูก แล้วตรงไปเลยแก ตรงไป
จะเจอทางเลี้ยวซ้าย คุ้นๆว่ามันมีคาเฟ่โป๊ๆ ชั้นเคยเห็นมีสาวๆมานั่งโป๊ๆช่วยกันดูนะแก
กดหาไอ้แพรเข้าฝากข้อความ เวรแล้วไอ้เพื่อนทำไมไม่รับสาย
อ้าวนินทาซะเลยเพราะผึ้งยังไม่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น
เมาท์ๆๆๆนังแพรซะจนทางที่ไปเริ่มมืด
เลิฟบอกเลี้ยวซ้ายตรงไหนวะแก ไม่รู้ว่ะ มันน่าจะสว่างกว่านี้นะ
ลองซ้ายเลย เลี้ยวโชะ เป็นสะพานน่ากลัวมาก
ข้างหน้าเป็นโรงแรมเบอร์ลินด้า อะไรวะเนี่ย ไม่ใช่แล้ว
ข้างหน้ามีป้าหนึ่งคนกับน้องวัยรุ่นอีกคน
เลิฟบอกถามป้าเลย
แต่จากการที่ขับรถหลงในภาคอีสานบ่อยมาก
ป้าเค้าไม่รู้ทางหรอก ถามน้องดีกว่า
น้องคะเลียบทางด่วนไปทางไหนคะ
พี่คะถอยหลังแล้วตรงยาวจนเจอไฟแดงแล้วเลี้ยวขวาเลยค่ะ
พอรู้ทางฉันต้องหันไปยกมือไหว้เลิฟ เลิฟขอโต้ดดดด จะไม่เมาท์แล้วอะ
ขับไปให้ถูกก่อนนะ ผึ้งบอกเอ้ยแต่ไปถึงเมาท์ไม่ได้นะแกพี่โยอยู่
อะเออจริง
พอเข้าแยกเหม่งจ๋าย คราวนี้เลี้ยวซ้าย
เลี้ยวขวา
หรือตรงไปฟะ
คุ้นๆเหมือนพี่อั๋นบอกตรงไปนะแก
แต่ฉันก็คุ้นๆว่ามันน่าจะเลี้ยวขวานะ
โทรๆแกปอนด์แกโทรเดี๋ยวนี้ แพรรอเงกแล้ว
อะพี่อั๋นคร้า ตอนนี้หนูอยู่นี่ค่ะ เลี้ยวอะไรดีค้า
พี่อั๋นบอกขวาค่ะ
อะ ขวาแล้วน่าจะถูกแล้วนะ พอจำได้ๆๆๆ
ผ่านร้านเฉลียง เออ คุ้นแล้วเพื่อนคุ้นแล้ว
โผล่ออกมาเจอเชยเตอร์ เลิฟฟร้านนี้ไงที่ชั้นบอกว่าเมื่อกี้เราน่าจะใส่ชื่อนี้แต่ชั้นจำชื่อไม่ได้น่ะ
ช้าไปแล้วว้อยไอ้ปอนด์ คุณนายผึ้งด่าจากข้างหลัง
แล้วไปไงต่ออะปอนด์
ตรงไป ตรงไปเลยต้องเจอคริสตัล พาร์คก่อน
นั่นไงแก คริสตัล
ไม่ใช่นั่นปั๊มบางจาก
นี่ไงๆคริสตัล
ไม่ใช่ไอ้เลิฟนี่มันโลตัส
เฮ้ยแก ขึ้นสะพานรึเปล่าวะ
ไม่รู้ว่ะแก รู้แต่ว่าต้องตรงไป
งั้นไม่ขึ้นสะพานนะ ช้วบบบบบ
เลี้ยวมาเจอลาดพร้าว 81ซะงั้น
ฉันเริ่มซีดหน้าเริ่มเหลือสองนิ้ว
แย่ละว้อย มันมาลาดพร้าวได้ไงวะ พี่อั๋นนนนนนน ช่วยหนูด้วย พวกหนูมาลาดพร้าวแล้วค่ะ มาได้ไม่รู้ค่ะ พี่อั๋นบอกให้หาที่ยูเทิร์นแล้วเลี้ยวซ้ายก็เจอแล้ว แต่ทางยูเทิร์นช่างยาวไกล ถ้ามันต้องไปกลับรถถึงซอยภาวนา ฉันคงได้ขอลาเพื่อนไปนอนบ้านเฮียปั๊มเป็นแน่แท้ เพราะทนอับอายที่บอกทางผิดๆถูกๆไม่ไหว อายพี่อั๋นก็อาย สงสารแพรก็สงสาร
กลัวไอ้ผึ้งตบกบาลอีก ไอ้เลิฟคงตบเราไม่ได้มือมันกำพวงมาลัยอยู่ ฮ่าๆ อะพอกลับรถได้ เลี้ยวผิดไปอีกหนึ่งดอก แต่ไปไม่ไกลมากบวกกับรถมาน้อยพอดี เลยบอกเลิฟว่าก่อนเราจะออกทะเลไปกว่านี้ ใช้วิธีหน้าด้านถอยหลังแล้วเลี้ยวเอาเลยดีกว่า เค้าไม่ด่าเราหรอกเลิฟ เค้าด่าพ่อกับแม่เราที่บ้านมากกว่า อะพอตรงไปได้อีกนิด กรี้ด คริสตัล แล้วแก
เตรียมยูเทริน์ๆๆๆ อะไปแซงเค้าด้วยตอนกลับรถ เจอด่ามาอีกสองปี๊น แกคราวนี้ไม่หลงแน่ ฉันรีบบอก เลี้ยวซ้ายว้อย เลี้ยวซ้าย
กรูโคตรจะมั่นใจ จำได้สุดก็เลี้ยวนี้แหล่ะวะ พอถึงร้านด้วยสวัสดิภาพก็โทรายงานตัวกับเบียร์และพี่อั๋น สรุปรถไม่ติดแต่ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่งเต็มๆ หลงเพียวๆ
น่าอายเหลือเกิน
อะกินกันไป เมาท์กันไป
อาหารอร่อย เพลงเพราะ ฉันแอบหันไปดูพิธีเปิดโอลิมปิคเป็นระยะๆ (เรื่องพิธีเปิดเดี๋ยวจะมาเขียนเต็มๆอีกรอบเพราะประทับใจมากๆ) สนุกมาก ถ่ายรูปเก็บไว้เผื่อจัสด้วย ลองโทรหาจัสครั้งแรกตอนสามทุ่มยังไม่รับเพราะทำงานอยู่ กะเวลาอีกทีสี่ทุ่มก็ราวๆสี่โมงจัสน่าจะเลิกงานแล้ว โทรไปเสียงจัสดีใจมากๆ
บอกขอบใจมากเพื่อนที่แกไม่ลืมชั้น จะลิมได้ไงเพื่อน ต่อไปถ้าผึ้งต้องแต่งงานแล้วย้ายไปเยอรมันอีกคน จะเหลือแค่เลิฟ แพร ฉันมาฉลองวันเกิด เหงาแย่เลย จากนั้นก็เป็นการส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนๆได้คุยกับจัส คุยเสร็จเริ่มง่วง เลิฟหาวใหญ่บอกทำไมง่วงวะ ฉันว่าสงสัยเพราะร้านมันมืดว่ะแก เอ้าคิดเงินแล้วกลับบ้านกันดีกว่า กลับบ้านไม่หลงเพราะGPSนำทางได้แล้ว
แต่เลิฟส่งพวกฉันที่ตรงงามดูพลีก่อนจากนั้นค่อยเรียกแทกซี่กลับกันต่อ สรุปว่าวันนี้สนุกมาก สนุกก็ตรงมันหลงนี่ล่ะ คราวหน้าเป็นกินวันเกิดฉัน
เอาที่ไหนดีละเนี่ย อุอุ
August 01 อันเนื่องมากจากความต๊องอันเนื่องมากจากความต๊อง
เช้านี้ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนเมาค้าง
ปวดหัวตุบๆเพราะนอนไม่พอจากการที่เมื่อคืนนี้ โดนลูกสาวถีบเข้าที่ก้านคอตอนตีสองเป๊ง ทำให้ตาค้างลากยาวมาถึงตีสี่ ในช่วงระหว่างตาค้างเลยออนไลน์เล่นๆก็เจอบุคคลที่ไม่ประสงค์จะออกนาม กำลังมีความทุกข์ใจ สับสน เบี่ยงเบนอย่างยิ่งยวด เลยทำตัวเป็นศิราณี เปิดประเด็นสนทนาธรรมกันตอนตีสองกว่า ไม่ง่วงแต่เมื่อยนิ้วมาก เพราะดันออนเอ็มด้วยมือถือ แล้วฉันเป็นคนท่องก.ไก่ถึงฮ.นกฮุกไม่ได้ค่ะ โปรดทราบท่องไม่ได้ ทุกวันนี้เวลาพิมพ์smsเป็นภาษาไทยหาใคร ได้โปรดรับรู้ไว้เถิดว่าฉันตั้งใจมาก กรุณาตั้งใจอ่านด้วยนะคะ คุณเพื่อนคนนี้ถามคำถามมากมายล้วนแล้วแต่บอกถึงความสับสนในใจ จากที่พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษก็ต้องเริ่มมีการสลับเป็นภาษาไทยบ้างเพราะอีแปลไม่ออก คุยกันไปจนตีสี่ฉันเริ่มพิมพ์ไทยคล่องขึ้นๆ เปล่า ก็ยังท่องไม่ได้อยู่ดีแต่ใช้วิธีจำเอาว่ามันน่าจะอยู่ปุ่มไหน สุดท้ายเริ่มคำถามยากขึ้นๆจนต้องบอกว่า ช่วยโทรหาตรูทีเถิด เมื่อยนิ้วมากมายแถมแป้นโทรศัพท์น่าจะใกล้พังแล้วเพราะรัวนิ้วมาสองชั่วโมงได้ คุยเสร็จตีสี่ครึ่ง ตายละหว่า พรุ่งนี้มีนัดเก้าโมงครึ่ง
ตรูจะไปยังไง ตรูจะตื่นไหวมั้ย ไอ้หยา ฉันนั่งคิดในใจ เอาวะ ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ หลังจากตั้งนาฬิกาปลุกให้เป็น7โมงเช้า (แอบเลทนิดนึง) พออาบน้ำเสร็จก็ได้เวลาใส่คอนแทคเลนส์
อย่าค่ะ อย่าคิดว่าจะใส่ง่าย ฉันใส่มาจะครบปีแล้วทุกเช้ามันก็จะต้องมีสักข้างละน่า ที่ต้องมีอันเป็นไปไม่ม้วนหน้าม้วนหลังก็ร่วงลงไปที่ซิงค์ วันนี้ตาขวาใส่โช้ะเข้าไป เอ้ะ ทำไมมัวๆหว่า ไม่เป็นไร คงเพราะนอนน้อย ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น ตาซ้ายใส่โชะ ไม่เข้า ใส่ไงก็ไม่เข้า วะ อะไรเนี่ย รีบอยู่นะ อะเอามาล้างน้ำยาใหม่ใส่อีกที เย้ เข้าสักที แต่ทำไมมันมัวจังมัวเหมือนตอนใส่แว่นเมื่อคืนนี้เลย
เดินมึนมาที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อเตรียมแต่งหน้า เอ้ะ มัวจังเอ้า หรือเราจะใส่กลับด้านนะ ถอดแล้วใส่ใหม่ละกัน พอถอดข้าวขวาออกมา เอ้ะ ทำไมภาพชัดจัง หลับตาสลับขวาซ้าย ทำไมข้างที่ถอดชัดกว่าข้างที่ใส่ งง หยิบกระจกมาส่องอีกที เอ้ะ ทำไมมันมีขอบเลนส์อีก เอ้า กลั้นใจเอานิ้วหยิบออกมา เฮ้ย ทำไมมีซ้อนกันสองอัน เซ็ทนี้คิวซีหลุดเหรอเนี่ย (โง่ได้อีกค่ะ ยังโง่ได้อีก) ตลกจังอะวางลงในตลับแช่ ก่อนจะถอดข้างซ้าย เอ้ะ ทำไมข้างซ้ายพอถอดแล้วก็ชัด ไม่อยากจะเชื่อเลย ทำไมรายวันมันจะหลุดใส่ซ้อนกันมาสองอันได้ มองเข้าไปอีกที เฮ้ยยังมีอีกอันอยู่ในตาเรานี่ นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น!!!?? ฉันทวนคำพูดกับตัวเองแบบงงๆ จริงๆแล้วยังไม่รู้ตัวอีกว่าโง่เมื่อคืนลืมถอดแล้วยังไม่รู้สึก
ก็ตื่นมาตามันไม่แห้งนี่นา ตายละหวา แล้วอันไหนใช้แล้วอันไหนแกะใหม่ละเนี่ยซ้อนกันมั่วไปแล้ว อะ แกะใหม่ก็ได้ไม่เป็นไรๆ ดีที่เอะใจลองถอดออกมาดู
เพราะด้วยความรีบในตอนเช้าวันนี้ทำให้เกือบจะออกไปทั้งยังงี้แล้ว บวกกับsms อรุณสวัสดิ์ที่ได้รับในตอนเช้าที่ทำให้รู้ตัวว่า ทำไมอ่านข้อความไม่ได้ มันมัวเหมือนใส่เลนส์แล้วใส่แว่นทับ แต่เอ้ะ คิดๆดูอีกที sms เนี้ย ช่วยชีวิตให้ไม่ต้องใส่ซ้อนกันสองอันออกมาผจญโลกภายนอกก็จริง แต่เจ้าของเจอร์นัลที่ทำให้ขำกลิ้งคืนก่อนนี่สิตัวการ ที่ทำให้ฉันขำกลิ้งจนหลับไปทั้งคอนแทคเลนส์ ผิดนะคะเนี่ย รู้ตัวรึเปล่า July 31 Travis สุดยอดกระผมมีโอกาสหนีไปดูTravis Lives in Bangkokมาครับ ระหว่างรอเค้าทำsoundcheckให้ทราวิส กระผมก็ใช้เวลาแกะจอกแหนออกจากตัว ระหว่างนั่งรอก็เริ่มเห็นได้ชัดว่ามีคนส่วนใหญ่มารอดูเฉพาะTravis อย่างเดียวก็เยอะ ฟรานและทุกคนในวงน่ารักมาก ร้องไปยิ้มไป ในช่วงEncore ทราวิสกลับมาด้วย Flower in the window ผ่านมาสองวันแล้วครับสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ Well, It's really rain on me when I am 29. July 19 ถึงจะป่วยก็ยังแรดได้ อุอุห่างหายจากการเขียนไปเสียนาน หลังจากที่เปลี่ยนชื่อไปก็มีคนชอบถามว่าชื่อใหม่ชื่ออะไร อาทิตย์ก่อนพี่เอ้มาขอเรซูเม่ไปอย่างกะทันหัน เรื่องที่สอง คุณนายปอยป่านนี้ถึงลอนดอนรึยังหว่า เรื่องที่สาม ไม่สบายอีกแล้ว เรื่องที่สาม วันเกิดคุณสามีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรื่องสุดท้ายไปทานข้าวกับเพื่อนๆ
วันต่อมา ไม่ใช่วันหยุด วันต่อมาอีก เดินอยู่ในนั้นได้กางเกงขาสั้นมาหนึ่งตัว เอ๊ะ ช่วงนี้ชักจะช๊อปเก่งเกินไปแล้วนะ ปล.ศุกร์หน้าจะหนีลูกและฝาชีไปJet
July 02 ฉันชอบดนตรีวันก่อนขณะที่ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสือเพลินๆ มันคือโฆษณาบัตรเครดิตของ HSBC แรกเริ่มก็มีการโซโล่อวดกันพ่อลูกเป็นระยะๆ พอจบโฆษณาชุดนี้ ฉันอดยิ้มที่มุมปากไม่ได้ ฉันชอบเพลงไทย และฉันเชื่อว่า เมื่อแล้วแต่โตขึ้น
แน่นอน... June 26 Same old brand new meจั่วหัวชื่อ Topic ไว้ขนาดนี้
เพื่อนสนิทหลายคนคงเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน
หลังจากที่หลีก หลบ เลี่ยง แหลมาหลายต่อหลายเดือน
ในที่สุดก็หนีไม่พ้นจนได้
เมื่อวานฉันเลยต้องไปนั่งหน้าเหมือนตูดที่เขตสาทร
เพื่อยื่นความจำนงขอเปลี่ยนชื่อ
คุณเจ้าหน้าที่คงดูออก เพราะหน้าตาฉันอยากเปลี่ยนมาก
เลยถามไถ่ให้หายสงสัย ฉันก็ตอบไปตามนั้น
เค้าเลยยิ้มหวานให้ฉันแล้วบอกเอาน่าน้องอย่าทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆเลยค่ะ
เอ่อ ค่ะ จริงๆก็อยากเป็นเรื่องค่ะ
เศร้าใจจะทะเลาะกันทั้งทีมาทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระเนี่ยนะ
สองวันนี้เลยกลับมาหลายใจลึกๆ ผ่อนลมหายใจยาวๆ
(บางทีที่ฉันหงุดหงิดจนช้อปกระจายอาจะเป็นเพราะเรื่องชื่อนี่ด้วยละมั้ง)
เอาน่า ชื่อมันก็แค่สิ่งสมมติ
จะดีจะชั่ว อย่างไรก็อยู่ที่ตัวกระทำอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นจะชื่ออะไร ก็ช่างเถอะ
มีสติ รู้ให้เท่าทันจิต ก็พอนะ
ฝึกไว้ให้รู้เท่าทัน
ลดอัตตาลงไป
เพราะสุดท้ายแล้ว ก็ไม่มีตัวกู หรือของกูทั้งนั้น
......
เมื่อคิดได้แบบนี้แล้วก็สบายใจขึ้น
June 25 เหงา? หงุดหงิด? งุ่นง่าน?ช่วงนี้อากาศไม่ดี ฝนตก หงุดหงิด เบื่อ รถติด ม็อบเยอะ
เดินตากฝนบ่อย ทั้งฝนปรอย ฝนกระหน่ำ จนต้องทำการอัดวิตามินซีเข้าร่างกายโดยด่วน
เพราะมีคำสั่งจากคุณนายเลิฟหัวหน้า(บ้า)งานว่าช่วงนี้แกห้ามป่วย ห้ามตาย
ขณะนี้เริ่มมีการแพลนล่วงหน้ากันแล้วว่าปลายปีเราสามคนต้องตายกันแน่
เพราะปลายปีนี้จะต้องมีการเดินสายทั่วประเทศกันอีกครั้ง
เห็นMarketing Plan ก็อยากป่วยแล้ว ทำไงดี ทำไงดี
ก็คงต้องทำให้ดีที่สุด ทำให้เต็มความสามารถเหมือนเดิม
และครั้งนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งเหมือนทุกครั้งว่าขอให้มันออกมาประสบความสำเร็จด้วยเถอะ
ตอนแรกที่ฝนเริ่มพรำๆ ฉันมักร้องเพลง Raindrops keep falling on my head ไปด้วย
แต่พอฝนมันกระหน่ำๆๆตกใส่ก็เริ่มร้องไม่ไหว นี่มันไม่ใช่raindropsแล้วนี่หว่า
คิดๆไปก็ร้องเป็น Only the strongest will survive ของ Hurricane#1ดีมั้ย
เพลงน่ะไม่ได้เข้ากับบรรยากาศเท่าไหร่
แต่ชื่อวงมันเข้ากันกับตอนฝนกระหน่ำดีเสียเหลือเกิน
แล้วพอโดนฝนบ่อยๆเข้า เอ้า Why does it always rain on me? ละเนี่ย
ช่วงนี้งานซาๆก็มานั่งเลี้ยงลูกยุ่งๆ แต่ใจเริ่มเหงาๆ
เพราะมีบางสิ่งที่รบกวนจิตใจอยู่ มันคงอยู่สักพักแล้วล่ะ
จิตมันรับรู้ได้ว่ามันอยู่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเริ่มจางลงในเร็ววัน
จะได้กลับมาเต็มร้อยเสียที
ข้อเสียอย่างยิ่งสำหรับฉันคือถ้าเบื่อ เซ็ง หงุดหงิด
จะช้อปปิ้งเก่งมาก เก่งพอๆกับ ยัยรีเบคก้า บลูมวูด เชียวละ
เริ่มจากสองเดือนที่ผ่านมา ซื้อบราใหม่ยกเซ็ทไปสองครั้ง ราคา เอ่อสี่หลักปลายๆได้
เหตุเกิดจากความผอม..ที่ไม่รู้จะผอมไปไหน กินก็กระจายขนาดนี้
แต่ก็นะ น้ำหนักไม่กระดิกเลยแม่แต่ขีดเดียว
ต่อมายังไม่พอ ซื้อกระเป๋าไปสามใบ
เพราะช่วงนี้มันเซลล์ยกเกาะ เอ้ย เซลล์ยกเอราวัณ พลาซ่าหนิ
ในฐานะลูกค้าเก่าCoach เลยจัดการร่อนไปรษณียบัตรมาเชิญถึงบ้านว่าเค้าจะเซลล์แล้วนะตัวเอง
อะ ทราบข่าวแล้วจ้าทั้งทางจม.และ SMS แต่ไม่ไปหรอก เปลือง
แต่ก็นั่นล่ะ ดวงมันจะเสียเงินนี่
ฉันดันได้ทราบข่าวว่าญาติที่เคารพจะกลับมาเมืองไทย
อะเสร็จเลย โดนไปสองใบค่ะ สำหรับโค้ช
ยี่ห้อนี้ฉันมีความรู้สึกว่ามันเหมาะกับฉันดี
เหมาะในที่นี้หมายถึง image มันไม่หรูเกินไปและราคาเหมาะสม
ก็เลยชอบแบรนด์เป็นพิเศษ
แม้ว่าราคาในเมืองไทยมันจะแพงเว่อร์ไปซักหน่อยก็เถอะ
Coach จัดเป็น สินค้าประเภท Hi-street นะคะไม่ใช่ Hi-end
รูปทรงสีสันค่อนข้างเหมาะ ลุยได้ ความคงทนพอใช้
ใบแรกฉันซื้อที่เมืองไทย ราคาประมาณเกือบ สองหมื่น
ใช้ได้สองปีกว่า เริ่มพัง แต่ฉันก็ยังหยิบมาใช้สม่ำเสมอเวลาต้องการลุย
มองในแง่การใช้งาน ถือว่าคุ้มมาก
ดีกว่าซื้อของก๊อปปี้แล้วเปลี่ยนทุกสองเดือนแบบคุณนายเลิฟ
หารออกมาราคากระเป๋าทั้งหมดของคุณนายยังแพงกว่ากระเป๋าใบเดียวเสียอีก
จากนั้นไม่นานพี่อีกคนก็กลับมาอีก
อะ ไหนๆก็กลับมาแล้ว ขออีกใบได้มั้ยคะพี่
พี่เค้าก็จัดให้ ซึ่งใบนี้สีสันสดใสเหมาะกับการออกไปข้างนอกกับลูกเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเลือกทรงนี้มาเผื่อใช้ baby wipe เสื้อผ้า กระติกน้ำและผ้าอ้อมของคุณนายแต่น้อยเป็นอย่างยิ่ง
คุณนายเลิฟเลยประชดว่าแกจะเป็นเจ้าแม่โค้ชเรอะ
ทำเอาฉันชะงักกึก เออ จริง เปล่านะ ไม่ได้คิดแบบนั้น
แค่ชอบตรงมันไม่หรูมากไง
เพิ่งสังเกตว่ามียี่ห้อนี้เยอะจริงๆแฮะ แต่โปรดสังเกตว่าใช้ไม่ถนอมเลย ใบแรกอย่างเหี่ยว!
ทันใดนั้นเองในวันหนึ่งที่เราพากันโดดงานไปเอาฤกษ์เอาชัยกับรถใหม่ป้ายแดงของเบียร์
ฉันเองก็กำลังสนใจจะขับรถ หลังจากโดนประณามมานาน
แต่ตอนนี้เริ่มเห็นคุณค่าเมื่อคุณสามีเริ่มไม่อยู่บ่อย
(นี่ก็จะไม่อยู่อีกละเป็นอาทิตย์ แม่มันนั่งมอเตอร์ไซค์ส่งลูกเรียนอ้วกแตกแน่)
หลังจากที่ขับรถชนไปเมื่อปีก่อน
ฉันก็ตั้งใจจะไม่ขับเกียร์กระปุกแล้ว เพราะรถมันคันใหญ่เกิน
แม้จะปรับเบาะมาหน้าสุดก็เถอะ เหยียบคลัทซ์ทีนึงตัวฉันจมลงไปแทบมิด
ถ้าจะขับรถอีกรอบเลยหมายมั่นเอาไว้ว่ายังไงก็ต้องเกียร์ออโต้เท่านั้น
คุณนายเลิฟกับคุณนายเบียร์เลยถกเถียงกันประหนึ่งกำลังประชุมงานดุเดือด
แต่ที่ไหนได้ สองคนนี้กำลังถกกันว่ารถแบบไหนน่าจะเหมาะ
แล้วราคาไหนถึงจะพอซื้อไหว แล้วต่อรองของแถมอะไรดี
โอ้ แม่เจ้า ตูยังขับรถไม่เป็นเลยนะโว้ยไอ้เพื่อน
เมื่ออาทิตย์ก่อนเป็นวันเกิดเบียร์ สุขันต์วันเกิดอีกทีนะเพื่อน
เราไปฉลองกันที่ Guisto (สะกดถูกเปล่าหว่า) อร่อยดี
มัวแต่ทาน มาถ่ายรูปก็ตอนของหวานมาซะแล้ว
จากนั้นก็เป็นการหาเรื่องเสียเงินเพิ่มเติม
เมื่อเบียร์เอ่ยปากอยากเดินเล่นเอมโพเรียม อ้าว เมื่อขอมาก็จัดไป
แล้วเราก็ไปหยุดอยู่ที่นี่กัน
จากนั้นเป็นการฟ้องด้วยภาพ
อย่าคร้าบบบบ อย่าเพิ่งด่า ยังไม่ได้ซื้อครับ
คุณนายเลิฟกับคุณชายเบียร์ครับผมที่ซื้อไป
สองชิ้น หมดไป เอ่อ เจ็ดหมื่นได้
ส่วนฉันเหรอ ฮ่าๆ ขอถุงฟรีเค้ามาใบนึง กั่กๆๆๆ
เกรงใจตัวเอง จริงๆก็พอมีปัญญาซื้อ แต่ก็ควรจะประหยัดสักหน่อยนะ
ซื้อของไปตู้มละนี่ ท่องไว้ นี่มันกิเลสนี่ โอ้วแม่เจ้า ตัณหาด้วย
เลิกๆๆๆ ลดละเลิก (จะทำไปได้นานแค่ไหนหว่า)
เพราะดันไปติดใจอยู่ใบนึง พอลองหิ้วแล้วรู้สึกว่า เออ ถูกใจ
แต่ไม่ถูกเงิน ถึงแม้เงินเดือนจะขึ้น (กระจึ๋งนึง)แต่ก็อะนะ
รอโบนัสก่อนดีกว่า สี่ปีที่ทำงานมา ไม่เคยให้โบนัสตัวเองใช้เลย
ปีแรกแม่ใช้ ปีสองลูกใช้ ปีสาม ฝาชีใช้
ปีสีเลยว่าจะให้ตัวเองใช้เสียหน่อย คงไม่ว่ากันนะคะ
สุดท้าย ฝนตก รถติด หงุดหงิดหัว
เลยสั่งสารถีขับรถพาไปร้านใกล้บ้าน
ให้ช่วยหั่นผมให้หน่อย เนื่องจากไม่ใช่ช่างที่ไว้ใจ
เลยสั่งให้เค้าหั่นทรงนักเรียนให้หน่อย
เพิ่งดูดีวีดี ปิดเทอมใหญ่ฯมา อยากอิน
ตัดเสร็จออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ นักเรียนม๊ากกก
เอ้ะ ยังไม่หมดนี่
วันนี้ไปเซ็นทรัลลาดพร้าวมาเพราะมีนัดทานข้าวและเมาท์แตกกับพี่น้ำ พี่นก แกงค์คุณแม่
พี่น้ำอุตส่าห์มาไกลจาก Adelaide งานนี้เลยกินและเมาท์กระจาย
ฉันเลยถือโอกาสไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตเสียเลย แท่น แท๊นนนนนน
หาเหยื่อไปดูด้วยกันได้สองคน เป็น โอ้ค กับพี่อั๋น นั่นเอง เย้
ขอบคุณนอกรอบ : เบียร์ที่รัก ผุ้ซึ่งอุตส่าห์ไปหาฝาเบียร์สิงห์มาให้
สองฝาลดได้ 15% สูงสุด 4ใบ
ตอนเบียร์ส่ง mms ฝามาให้ดูเล่นเอาฉันขำกลิ้ง
เพราะปกติคุณชายดื่มไฮเนเก้น งานนี้ยอมกินสิงห์เพื่อปอนด์เลย
ขอบคุณมากนะที่รัก เสียดายที่เราเจอกันช้าไป ฮ่าๆ
เหนื่อยนิดๆวันนี้ เพลียเยอะๆ คงเพราะพักผ่อนน้อย
แต่เอานะ เหลือวันทำงานอีกแค่สองวัน แล้วก็วันเสาร์แล้วนี่
โอว แต่เสาร์นี้มีเหนื่อย เพราะต้องต่อกรกับเจ้าตัวยุ่งกันแค่สองคน
มันจะแย่ตรงที่กระดิกตัวไปไหนไม่ได้แม้แต่ห้องน้ำนี่น่ะสิ
(เธอเข้ามาเฝ้าแม่ฉี่เลยค่ะ สุดยอดมั้ย?)
เอ้า สู้ว้อยยยย June 23 เมื่อแฟนต้องกลายเป็นแฟนเก่าจริงๆก่อนที่จะเขียนบันทึกของวันนี้
ฉันนึกหาชื่อTopicที่เหมาะสมไม่ได้
ทีแรกตั้งใจจะใช้พวกเทศกาลคนอกหัก หรือศาลาคนเศร้าอะไรทำนองนั้น
แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้า ยังไม่โดนเท่าไหร่
ทั้งๆที่จริงแล้วมันก็แปลได้อีหรอบเดียวกันนั่นแหล่ะ
ก็คือ การมีอันต้องเลิกกับแฟน
ช่วงนี้ฉันเข้าใจว่าการเลิกรากันมันมาพร้อมกับเชื้อไวรัสหวัด
ที่มาจากการที่บ้านเราเดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออกบ่อยเหลือหลาย
คนปกติธรรมดายังเป็นไข้กันได้
นับประสาอะไรกับคนที่มีความรักที่อาจจะแข็งแรงบ้างอ่อนแอบ้าง
พอโดนไวรัสเล่นงานก็มีอันต้องพ่านแพ้กันไป
ช่วงนี้คนใกล้ตัวของฉันหลายคนเกิดอาการอกหักเล่นงานกันเป็นแถว
บ้างก็ตั้งสติยิ้มรับกับมันได้
บ้างก็มีฟูมฟายตามประสา
ฉันเองก็เป็นได้แต่เพียงคนที่รับฟังและแนะนำตามแต่จะสมควร
เพื่อนจะฟังบ้างไม่ฟังบ้างอันนี้ก็ตามใจ
เพราะตัวฉันเองก็ใช่ว่าจะเก่งกล้าอะไร
ยังคงเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีกิเลสหนาเหมือนคนทั่วไป
หนึ่งในบรรดาคนอกหักที่ทำฉันช็อคราวกับเป็นคนอกหักเสียเองก็คือ
ยัยปอย--น้องสาวฉันเอง
ฉันเพิ่งมาสังเกตว่า2-3อาทิตย์ที่ผ่านมาฉันไม่เห็นน้องฉันพูดถึงแฟนเลย
ฉันเลยเอ่ยปากถามว่าเจ้าม่อนน่ะหายไปไหน งานยุ่งเหรอ
แต่คำตอบที่ผ่านออกมาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก
เล่นเอาฉันแอบตะลึงอ้าปากค้าง
เพราะน้องฉันเล่นตอบมาแบบเสียงนิ่มๆว่า"เลิกกันแล้ว"
หน้าตาฉันคงออกอาการเหวอมาก
เพราะปอยยังพูดแบบยิ้มๆว่า ดูท่าทางแจ้จะอึ้งกว่าปอยอีกนะ
เออนะสิวะ วันก่อนยังพูดชมกับเอกอยู่หยกๆว่าคู่นี้ดีจังคบกันได้นานดี
วันนี้ไหงเป็นอย่างนี้ไปซะแล้ว
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนสินะ
ปอยให้เหตุผลว่า พอคบกันไปนานๆ
มันก็เกิดเป็นความเคยชินจนทำให้มองข้ามกันและกันไป
และเมื่อต่างคนต่างให้ความสำคัญคนที่อยู่ใกล้ตัวเป็นลำดับท้ายๆ
ก็ไม่มีเหตุผลที่จะคบกันต่อไป
แต่ตัวฉันเองนั้นแอบใจหายกับเวลาที่เค้าสองคนคบกันมาเป็นสิบๆปี
แต่เมื่อน้องสาวฉันตัดสินใจแบบนี้
ฉันเองก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ถึงแม้มันจะทำให้ฉันใจหายอยู่เป็นเวลานานก็เถอะ
อีกคนนึงเพิ่งหมาดๆ
คือเมื่อวันศุกร์ทีผ่านมา ฉันนัดกับเพื่อนกลุ่มที่สนิทกันสมัยเรียนมศวมาทานข้าว
เพื่อเป็นการฉลองที่คุณนายผึ้งเพิ่งกลับมาจากเยอรมัน
แถมกลับมาคราวนี้เธอได้แฟนติดมือกลับมาด้วย
เลยกรี้ดกร้าดกันใหญ่ สามสิบปีที่ผ่านมาของเพื่อนผึ้งไม่เสียเปล่าแล้วโว้ยยยย
แต่แล้วก็มีเหตุการณ์แทรกซ้อนจากแพร
ที่พวกเราได้รับรู้กันก่อนจะถึงร้านเองว่า
แพรพึ่งเลิกกับแฟน เมื่อตอนบ่ายนี้เอง
แพรบอกว่าขอโทษนะแกถ้าฉันจะร้องไห้
ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่นาอยากร้องก็ร้องไปสิ
สถานการณ์ความรักของเพื่อนแพรนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน
เท่าที่รู้มาคือ แฟนของแพรยังไม่หย่ากับภรรยาแถมยังอยู่บ้านเดียวกัน
โดยให้เหตุผลกับแพรว่ายังมีเรื่องของสินสมรสบางอย่างที่ยังตกลงกันไม่เรียบร้อย
ฉันฟังดูแล้วมันก็ออกจะเป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวไปสักนิด
แต่เมื่อมาถึงวันที่แตกหัก แพรก็ตัดสินใจที่จะไม่รอ
ก่อนหน้านี้ตอนที่เลิฟเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
เลิฟบอกไม่อยากให้คบต่อเลย รู้สึกไม่ดี
ฉันก็บอกเลิฟว่า ไม่มีใครสั่งใครให้ทำอะไรได้หรอก
ให้เวลากับแพรแล้ววันนึง แพรจะหาคำตอบที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้เอง
เพราะกรณีแบบนี้ มันไม่มี"ตรงกลาง"
มันสามารถเลือกได้แค่ ซ้าย หรือ ขวา
เลือกให้ได้แล้วเดินหน้า อย่าหันหลัง
บรรยากาศในวงสนทนาก็มีเฮฮาผสมกับให้กำลังใจเพื่อน
แพรเลือกสั่งสปายแบล็ค กินไปกินมาล่อไปสี่ขวด
แล้วตบเตอกีล่าเข้าไปอีกช๊อต
ไอ้ฉันละก็กลัวมันเมา ตัวเองกินสเมอเนอฟไปขวดเดียว
เพราะกะจะถนอมตัวไว้วันศุกรหน้า
เลยต้องช่วยๆมันจิบๆ ไอ้ฉันมันเมายากอยู่แล้วแต่ผื่นดันขึ้นง่าย
ก็อะ เอามาชิมสักหน่อยนะ
เหล้าไม่ได้ช่วยให้แกลืมหรอก
แต่ถ้าคิดว่ากินแล้วดัขึ้นก็กินไปเหอะ
แต่ขอให้พอดีพอเหมาะแล้วกันนะเพื่อน
ฉันเลยเอ่ยปากชวนแพรไปเที่ยวศุกร์หน้าด้วยกันด้วย
พอรู้ว่ามีโครงการทำร้ายตับ แพรรีบตอบตกลงทันที
แต่ว่าวันนี้ ขอเท่านี้ก่อนละกันนะ
เตอกีล่าร่วมสาบาน ฮ่าๆ
สุดท้ายได้มุมมองจากพี่โจ แอร์สาวสุดสวยเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่า
พี่โจเล่าไว้ดีมาก มากจนต้องขอเอามาลงในนี้
คิดว่าคนมีความรักในวัยประมาณฉัน
น่าจะเคยมี'แฟนเก่า'กันมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งคน บางคนอาจจะโชคดี-ดี๊-ดี ที่แฟนเก่ากับแฟนปัจจุบันยังเป็นคนๆเดียวกันอยู่ ทัศนคติของแต่ละคนที่มีต่อแฟนเก่าคงหลากหลาย แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ส่วนตัวของ2คน (แต่จะเป็น2คนไหน มันอีกเรื่องหนึ่งนะคะ) บางคนที่เคยคบกัน3คน ก็ยังแบ่งความรู้สึกได้ทีละ1คู่เท่านั้น เขารักเธอ เขารักฉัน เธอรักเขา เธอเกลียดฉัน ฉันรักเขา ฉันเกลียดเธอ ฉันรักเขา เธอรักฉัน เขารักเธอ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ... ความรักที่มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า2คนนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดความสับสนวุ่นวายได้ถึง95.98% (ตามการสำรวจแบบสุ่มสาระแนเชิงวิเคราะห์และปฏิบัติการ) สุดท้าย เมื่อหลายสิ่งหลายอย่าง(หรืออาจจะแค่อย่างเดียว)ไม่ลงตัว ความรักของทั้งคู่(ทั้งคี่)จบลง ก็จะคงเหลือสถานภาพเป็น'แฟนเก่า' น้องๆหลายคนเคยปรับทุกข์กับฉันเรื่อง'แฟนเก่า' แฟนเก่าของตัวเอง ไม่ก่อความวุ่นวายใจได้เท่าแฟนเก่าของแฟน บางคู่ซักไซ้ไล่เลียงกันต่อหน้าฉัน ถึงความสัมพันธ์ในอดีตของแฟนกับแฟนเก่า ราวกับฉันเป็นประธานศาลฎีกาพิพากษารักก็ไม่ปาน (-_-') ก่อนหน้าหนูนี่ พี่มีแฟนมาแล้วกี่คน? แล้วยังรักเค้าอยู่หรือเปล่า? รักมากกว่าหนูอีกเหรอ? ยังติดต่อกันมั้ย? แฟนเก่าพี่โทรมาทำไม? คุยกันเรื่องอะไร? คุยว่าไงบ้าง? ฯ ล ฯ ในยามมีเรื่องขัดใจกันแทนที่จะคิดถึงความดี หรือช่วงเวลาดีๆที่เคยมีร่วมกัน บางคนไพล่ไปคิดถึงความดีและช่วงเวลาดีๆที่เคยมีร่วมกับ'แฟนเก่า' ไม่คิดเปล่า บางคนเอามาเล่าให้เพื่อนฟัง(ไอ้เพื่อนคนนั้นมักจะเป็นฉันนี่แหละ) บางคนจริงใจกว่านั้น...เล่าให้แฟนฟัง อิ๊บอ๋ายสิคับพี่น้อง!! แม้ข้อแก้ตัวจะเป็น "มันก็แค่เรื่องในอดีต มีค่าแค่ให้คิดถึงเท่านั้น" คิ ด ถึ ง ก็ ไ ม่ ไ ด้ โ ว้ ย ค่ ะ - แฟนปัจจุบันคงอยากตะโกนกรอกหู ในควมเป็นจริง ใครจะไปห้ามความคิดใครได้ ถึงปากเขาจะบอกว่าไม่คิดแต่ในใจคิดอะไร คิดถึงใครเราก็ไม่มีทางรู้เลย ฉันมักจะบอกทุกคนที่มีปัญหาร้อนใจเรื่องแฟนเก่าของแฟนว่า อย่าเอาเรื่องในอดีตของเขามาเป็นความทุกข์ของเราเลย ทำช่วงเวลาของสองคนให้มีความสุขที่สุดดีกว่า ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเรายังได้มีเวลาที่ดีเอาไว้คิดถึงกัน ถ้าเขายังผูกพันกับอดีตและมีโอกาสจะย้อนกลับไปคบหาคนที่เขาไม่สามารถตัดใจ นั่นก็เป็นเรื่องโชคดีของเขา และมันจะต้องเกิดขึ้นแน่นอนไม่ว่าเราจะทุกข์กับมันหรือไม่ก็ตาม ผลสำรวจจากการสุ่มสาระแน 'แฟนเก่า'ของแฟน เกือบจะมีสถานภาพเดียวกับ น้องเมีย(ดูได้ ห้ามแตะต้อง) เป็นหัวข้อที่ไม่ควรหยิบยกมาพูดคุยกันระหว่างคู่รัก ยกเว้น จะชักชวนกันไปงานศพของแฟนเก่า (อันนี้ควรทำ) หากคุณไม่แน่จริง(คือทำใจยอมรับไม่ได้แน่ๆ) ฉันขอเตือนว่า อย่าบังอาจไปถามถึงแฟนเก่าของแฟนเป็นอันขาด เพราะถ้าแฟนคุณพูดถึงแฟนเก่าในแง่ดีปนอาลัยอาวรณ์ คุณกับแฟนก็จะทะเลาะกันโดยใช่เหตุ จากไม่มีเรื่องก็จะมีเรื่องขึ้นมา (และมันจะกลายเป็นว่า คุณเป็นฝ่าย ห า เ รื่ อ ง - ผิดเต็มประตู!) และถึงแม้แฟนคุณจะนินทาว่าร้ายแฟนเก่าชนิดสับแหลก ก็ใช่ว่าคุณจะสบายใจได้ เพราะคุณต้องอยู่กับความหวาดระแวง หากวันหนึ่งคุณอยู่ในช่วงขาลง ถูกพลิกบทบาทเป็นแฟนเก่าเข้าบ้าง คุณอาจจะโดนสับแหลกแทนก็ได้ สรุป : อย่าไปกังวลเลยเรื่องแฟนเก่า ระวังแฟนคุณจะมี'แฟนใหม่'ดีกว่า คนที่งี่เง่า เกเรกับแฟนอยู่บ่อยๆ เอะอะอะไรก็น้อยใจ ตามจิก จู้จี้ ขี้ระแวง พูดจาไม่สุภาพ ฯลฯ เริ่มปรับปรุงตัวเองได้แล้วนะคะ |
|
|