Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 14

    เทศกาลงานยุ่ง

    หายหัวหายเฮดไปจนงงตัวเอง
    อยากจะเขียนแต่ก็ไม่มีเวลามั่ง หาเวลาไม่ได้
    ทั้งๆที่ช่วงนี้มีเรื่องยุ่งเรื่องวุ่นเข้ามาในชีวิตเยอะเหลือเกิน
    เริ่มจากอันไหนก่อนดี?
    เอาเป็นเรื่องคุณป้าสุดที่รักก่อนดีกว่า
    อาทิตย์ก่อนช่วงหยุดยาวฉันขับรถหมายจะพาหลานไปให้เล่นเสียหน่อย
    อีกสองเลี้ยวถึงหน้าบ้านแล้วดเอะใจนิดนึงโทรไปหา
    ได้ความว่าขณะนี้ขบวนสามแม่ครัวอยู่โคราช
    กำลังออนทริปไปอุบล เพราะหยี่โกวจะไปหาหมอที่เป็นญาติคนหนึ่ง
    ให้แกช่วยตรวจเรื่องการผ่าตัดเพื่อหา second opinion
    ฉันก็รับทราบแล้วก็โทรไปรายงานคุณน้อง
    อีกสองวันต่อมาขณะกำลังใช้แรงงานทาสในวันหยุดอยู่ที่ออฟฟิศ
    ตั่วโกวโทรมาก่อนจะขับรถออกจากออฟฟิศ
    เล่าความว่า ตอนนี้ตั่วโกวอยู่รพ.อุบลรักษ์  ธนบุรี
    เพิ่งผ่าตัดเสร็จกำลังพักฟื้น พอดีเห็นหยี่โกวหาเลยหาด้วย
    หมอบอกจะผ่ามั้ยแป้ปเดียวเอง แกก็เลยตกลงเพราะเห็นมันแป๊ปเดียว
    ผ่ากระดูกสันหลังนะเฟร้ย ไม่ใช่หกล้มเข่าแตก!!!!
    ประโยคหลังเล่นเอาฉันเบรคหัวเกือบทิ่ม
    ได้ข่าวว่าขาไปเนี่ยบอกมาว่าจะไปเป็นเพื่อนหยี่โกว
    ไหงได้เป็นคนผ่าซะเอง แถมตอนนี้อยู่รพ.คนเดียวอีก
    ฟังแล้วโกรธปรี๊ดดดด จนต้องต่อสายตรงไปกรี้ดที่ลอนดอน
    เฮ้ยนี่มันอะไรกั๊นนนนนน
    สองพี่น้องร่วมด้วยช่วยกันกรี้ด
    วันรุ่งขึ้นฉันพยายามหาไฟลท์ไปอุบลหลังจากเช็คกับนางพยาบาลที่นั่น
    เรื่องอาการและผลการผ่าตัดในเบื้องต้น
    (ขอโทษพยาบาลด้วยนะคะ เจอฉันวีนแตกเข้าไป^^")
    ยังนะ ยังไม่สุดทีเด็ดยังมีหลังจากนี้
    พอวันรุ่งขึ้นฉันโทรไปหาคุณเจ๊อ๋าอีกที
    เธอบอกว่าเธอออกมาจากอุบลแล้ว
    นั่งรถตู้ออกมาเดี๋ยวรพ.มาส่งให้ที่กทม.
    กรี้ดแตกรอบสอง
    อะไรกั๊นนนนนน จะรีบไปไหนเนี่ยเจ๊!!!!!!
    ทั้งๆที่คิดว่าจะบินไปรับแท้ๆ ผ่าตัดออกมาได้สองวัน
    นั่งรถตู้ทำไมเนี่ย
    เจ๊อ๋าก็พยายามแก้ตัวบอกว่ารถตู้วีไอพี่น่า ที่นั่งดีไม่ต้องเป็นห่วง
    หมอเก่ง เป็นผอ.และเป็นหุ้นส่วนรพ.ด้วย
    เค้าดูแลตั่วโกวอย่างดีไม่ต้องเป็นห่วง
    ฮ่วย ไม่ให้เป็นห่วงได้ไงฟะ
    ตกเย็นหลังจากไปงานรับปริญญาภุชงค์
    ฉันเลยบึ่งไปบ้านที่แจ้งวัฒนะ
    เจอคนเพิ่งพักฟื้นยืนยิ้มหราโชว์แผลผ่าตัดยาวไปครึ่งหลัง
    เจ้าปอยก็โทรมาพอดี เลยมีรายการด่าข้ามทวีปกันอีกรอบ
    เฮ้อๆๆๆๆ
    รายการแรกก็เหนื่อยแฮ่กแล้ว
    รายการสองกำลังจะตามมาติดๆ
    เห็นลิสต์งานแล้วจะเป็นลม
    3-5อยู่จังหวัดนึง
    6-9 อยู่อีกจังหวัดนึง
    20-21อยู่อีกจังหวัดนึง
    25-29 อยู่อีกประเทศนึง
    ดีนะที่มันไม่ติดกันมากเหมือนช่วงก่อนๆ
    งานนี้มีเฮ ถ้าถามว่าชอบมั้ย
    โอ้โหตั้งตารอเลยล่ะ แบบนี้สิมันส์
    จะห่วงอยู่ก็แต่เจ้าตัวแต่นี่ละนะ
    เรื่องสุดท้ายเท่าที่นึกออกตอนนี้
    ดูเหมือนว่าหนึ่งในลิสต์ที่ฉันอยากจะทำตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วจะเป็นผลสำเร็จ
    จากที่คิดว่าน่าจะยังไม่ได้ในปีสองปีนี้ก็ได้มาแบบไม่คาดฝัน
    หลังจากโดนไอ้ซาร่ากับพี่เก๋บ่นจนหูชามาเป็นปีๆให้ลาออกไปทำที่อื่น
    ด้วยเพราะว่าฉันควรได้เงินเดือนดีกว่าที่เป็นอยู่

     
    ตอนนี้ฉันและเลิฟกำลังติดหยกลายเมฆมาก
    ทั้งๆที่ปกติไม่นิยมดูละคร ชอบอ่านมากกว่า
    แต่เรื่องนี้ยอมรับชอบบบ
    ฉันเคยปลื้มหยก เพราะชอบในเนื้อหยก
    และก็มีความเชื่อที่คิดเอาเองว่าหยกเป็นของเย็น
    การพกหยกน่าจะช่วยทำให้เราเย็นลงบ้าง
    ถึงกับเคยซื้อหยกสองชิ้นกลับมาจากเมื่อตอนไปเมืองจีนครั้งสุดท้าย
    น่าเสียดายที่ตอนนี้มันหายไปแล้วทั้งสองอัน
    อันหนึ่งแตก
    อันหนึ่งหาย

    แล้วทั้งสองอันก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำตามวันเวลา..
     
     
     
    May 14

    Asian Conference : Lastday

    ห่างหายจากการเขียนบล็อคไปเสียนาน
    ด้วยงานการที่แสนจะยุ่งเหยิงจนทำเอาเปื่อยอยู่บ่อยๆ
    เกือบจะหาทางเข้าไม่เจอ
    ทั้งที่จริงๆแล้วนึกอยากจะเข้าเสมอแต่แหม เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เข้ามาเสียที
     
    ค้างนู่นค้างนี้เขียนไม่จบหลายอย่าง
    กลับเข้ามาดูentryเก่าๆถึงได้รู้ว่าตายละหวา นี่ตรูยังไม่ได้กลับจากภูเก็ตอีกเหรอเนี่ย
    แถมหลังจากนั้นยังมีอีกสารพัดทริปตามหลังมา
    รีบๆทยอยเขียนให้จบดีกว่า ดินพอกหางหมูจนใหญ่จะเป็นหมูอีกตัวแล้วนะเนี่ย
     
    สำหรับประชุมวันสุดท้าย มันจะเป็นการจัดกิจกรรมสัมพันธ์อะไรเทือกนั้น
    ปีนี้นับว่าเป็นปีที่2 สมัยก่อนประชุมก็คือประชุมจริงๆ 3ปีที่ผ่านมานั่งหน้าเครียดจดๆถกๆเถียงๆกันทั้ง4วัน
    กว่ามันจะคิดได้ว่าควรจะมีปฏิสัมพันธ์กันก็นะ ไม่รอให้ฉันลาออกไปซะเลยล่ะ
    ปีนี้ไอ้กิจกรรมทีว่าก็สุดแสนจะท๊อป ซีเคร็ต ฉันไปเลียบๆเคียงถามกาเร็ตนายเก่า
    ว่าเป็นยังไง ยากมั้ย โหดเหมือนปีที่แล้วรึเปล่า (ปีที่แล้วให้หาของเก่าอ่านเอาเองนะคะ)
    มันก็บอกไม่โหดเท่าปีก่อนหรอก โหดกว่านั้นเยอะ ขู่ฟ่อๆซะฉันแอบกลัว
    นัดกันตอนแปดโมงเช้าเพราะว่าต้องขึ้นรถโค้ชไปไกล
    ฉันก็แต่งตัวตามที่เค้ารีเควสเป๊ะ
    เสื้อยืดบางๆใส่สบายๆ (นะก็เรารู้นิว่าอากาศบ้านเราเป็นอย่างไร)
    กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าแซนดอลกระเป๋าสะพายใบเล็กพร้อมลุย
    แยกย้ายกันไปตามสีที่เค้าจัดไว้ให้
    แอบคิดในใจ ซวยอีกแล้วกรู ซวยได้ซวยดีทุกปี
    ปีที่แล้วก็ดันอยู่กลุ่มเดียวกับกาเร็ต เล่นเอาเข้ากิจกรรมไม่สนุกเท่าที่ควร
    เค้าเล่นกันขำ แม่งจะเอาให้ชนะให้ได้ โรคperfectionism กำเริบ
    ปีนี้เจอหนักกว่าเก่าอยู่กลุ่มเดียวกับMD ค่ะพี่น้อง ซวยได้อีกกรู
    ขึ้นรถบัสกันไปประมาณ1ชม. ถึงหาดอะไรสักอย่าง
    พอลงไปถึงที่มีซุ้มรอเราอยู่ มีบู้ทครีมกันแดดกับยากันยุงให้
    ไอ้ฉันก็ทาครีมกันแดดอยู่แล้ว เลยเดินไปที่ครีมทากันยุง
    พอเทใส่มือ กาเร็ตดันเดินมาบอกว่าไม่ได้ไปบุกป่าฝ่าดงจะทาทำไมยากันยุง
    อ้าวเวร แล้วมรึงจะให้ทางผู้จัดกิจกรรมเค้าเอามาวางทำไมเล่า
    ไหนๆก็เทไปแล้วเลยเอามาลูบๆขาพอเป็นพิธีละกัน
     
    พอเข้าแถวตามกลุ่มก็มีนักเรียนจากโรงเรียนที่อำเภอนั้นมาเข้าแถวรอต้อนรับเป็นแถวๆ
    แล้วเค้าก็ประกาศให้แต่ละกลุ่มจับคู่กับกลุ่มของเด็กนักเรียนนั้นๆ
    เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายตอนเช้า
    เด็กๆป.4-6 ออกอาการเขินๆไม่กล้า อาจจะเพราะฝรั่งเยอะ
    เลยยืนนิ่งๆกัน เดือดร้อยถึฉันต้องเดินออกมาข้างหน้า ยักแข้งยักขาให้เด็กๆช่วยกันเต้น
    ก็นะ จัดที่ประเทศไทย ทำอะไรก็ต้องช่วยๆกันหน่อย
    เด็กๆเห็นฉันเต้น(ทุเรศๆ)เลยพอจะออกแข้งออกขากันนิดนึง
     
     
    จากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปตามกลุ่ม
    กิจกรรมแรกก็คือเราต้องเพนท์ธงประจำกลุ่ม ฉันอยู่ทีมสีแดง
    คริส MDบอกฉันว่าเราควรมีชื่อทีม เอาทีมไรดีนันทพร
    นันทพรเริ่มเอาทรีนก่ายหน้าผาก เออ เอาไรดีละ คิดดิคริส
    คริสเลยบอกว่าเราอยู่เคมบริดจ์ สัตว์สัญลักษณ์ของเคมบริดจ์คือ"Lion"
    เราอยู่สีแดง งั้นชื่อทีม Red Lion ก็แล้วกัน ทุกคนก็โอเคตามนั้น
    (แต่ถามหน่อย  ใครจะกล้าขัดฟะ)
     
     
    แล้วคริสก็ถามฉันว่า ช้าก่อน นี่มันเมืองไทย
    นันทพร Lion ภาษาไทยว่าอะไร
    เสือไงเสืออะ มันออกเสีงไม่ได้อีก
    นันทพรตั้งชื่อไทยให้มีความหมายว่าRed Lion ทีสิ
    อะ นันทพรเอาทรีนก่ายหน้าผากแป๊ปนึงแล้วก็บอกว่า "สิงห์แดง"เป็นไง
    คริสทำหน้าฉงน สิงห์ เหรอ
    ใช่ สิงห์เหมือนเบียร์ สิงห์ไง พอบอก Singha Beer ทั้งทีมที่เหลือร้อง อ๋อออออ
    สรุปเราเลยชื่อทีม ซิงฮาแดง กัน (มันออกเสียงสิงห์ไม่ได้สักที)
     
     
    จากนั้นก็ตรงวาดรูปลงไปที่ธง
    คริสบอกให้วาดสัญลักษณ์เคมบริดจ์ ซึ่งเป็นสิงห์สีทองสี่ตัวอยู่ในโล่ห์
    (ถ้าใครนึกไม่ออกให้นึกถึงตราของโรงเรียนฮอกวอร์ต มันคล้ายๆแบบนั้นเลย)
    ฉันบอกคริสยูวาดเหอะ ถ้ายูวาดแล้วไม่สวยไอรับรองว่าไม่มีใครกล้าติ
    อะมันก็จัดการวาดลงไปแล้วหลังจากนั้นเราก็เริ่มตกแต่งธงกัน(อย่างมั่วๆ)
    คริสบอกว่าชื่อไทยเค้าชื่อสมคิด คริสเลยเขียนชื่อตัวเองลงไป
    ฉันก็เขียนลงไป(แน่นอนเขียนภาษาไทยโลด) คนเกาหลีก็เขียนเกาหลี
    ที่เด็ดคืออินเดียมันเขียนภาษาอินเดียด้วย
    แลดูน่ากลัวมาก เอิ้ก
     
     
    จากนั้นก็เริ่มย้ายฐานเข้าไปเล่นเตะบอลแข่งกับทีมอื่นๆบ้าง แข่งกันเล่นสกีบกบ้าง
    ตอนถึงสกีบกเฟรดดี้ตาแห้งกระพริบตาอยู่ดีๆคอนแทคกระเด้งออกมาข้างหนึ่ง
    แถมไม่ได้เอาแว่นติดตัวมาเลยต้องอดทนกระพริบตาหยีๆไปตลอดวัน
    การมีเด็กน้องๆชั้นประถมอยู่ในทีมก็สนุกไปอีกแบบเพราะฉันเป็นคนไทยคนเดียวในกลุ่ม
    เลยต้องรับหน้าที่เป็นล่ามให้ชาวบ้านไป สนุกดีเหมือนกัน
    พอถึงพักเที่ยงน้องๆได้รับแจกข้าวกล่องเป็นข้าวผัดบ้างกระเพราบ้างน่ากินม๊ากๆ
    กำลังจะไปคว้ามมากินมั่ง มิเชลสะกิดบอกว่าอันนี้ของน้องของเราจะเป็นอีกชุดนึง
    เดินไปเข้าคิวรับมาเป็นกล่องกระดาษจากเซนทารา ข้างในมีแซนวิซ สลัด ส้ม เงาะ น้ำผลไม้

    เห็นแล้วห่อเหี่ยว กินแค่นี้วิ่งอีกรอบก็หมดแล้วอะ อยากกินกระเพราเหมือนน้องเค้าอะ แง๊
    พอตกบ่ายนึกว่าจะมีกิจกรรมโหดเปล่าเลย
    เป็นการปลูกต้นไม้ริมหาดเพื่อช่วยกันทดแทนธรรมชาติเดิมๆที่ถูกสึนามิถล่มไป
    จากนั้นก็หิ้วปลากันคนละถุงเดินลุยทะเลไปปล่อยปลากัน
     
    การปลูกต้นไม้เป็นไปอย่างราบรื่น
    ฉันเจอไส้เดือนตัวใหญ่มากอยู่ในต้นกล้า
    มือสั่นขาอ่อนแทบจะกรี้ด เพราะคนที่สนิทกันจะรู้ว่าฉันเกลียดหนอนมากกก
    ตุ๊กแก จิ้งจก ไม่เคยกลัว แต่เห็นหนอนแล้วจะตาย
    ต้องกลั้นใจหลับหูหลับตาเอาดินกลบๆลงไป
     
    พอถึงช็อตลงไปปล่อยปลา
    พวกที่ไปปล่อยปลาชุดแรกดันไม่ยอมถอดรองเท้าบู้ต
    เวรมากเค้าให้ช่วยๆกันแชร์ ฉันเลยต้องถอดรองเท้าลุยน้ำไป
    ที่ต้องใส่รองเท้าบู้ตเพราะทรายใต้น้ำมีก้อนหิน ก้อนกรวดแหลมๆมากมาย
    ฉันเป็นพวกใส่รองเท้าเปียกไม่ได้เลยเอาวะเท้าเปล่านี่ล่ะ จะเป็นไรไป
     
    เดินดุ่ยๆลงน้ำกับเลิฟ กับเฟรดดี้
    เดินไปก็ร้องอู้ว อ้าว กันเพราะหินมันคมมาก
    สักพักฉันเหยียบอะไรไม่รู้เสียหลักจะล้มดีที่คว้ามือเฟรดดี้ไว้ทัน
    เฟรดดี้ถามเป็นไรเปล่า ก็บอกเหยียบหินไรไม่รู้อะ
    แล้วก็เดินเซๆเหมือนมีอะไรพันนิ้วเท้าอยู่
    เลยยกเท้าขึ้นมาดูเป็นต้นไม้น้ำมั้งมันเกี่ยวนิ้วโป้งอยู่
    พอสะบัดออกไปก็เห็นเลือดสดๆไหลออกมา
     
    เฟรดดี้บอกเฮ้ยนันทพรออกไปๆ เดี๋ยวฉลามได้กลิ่นเลือดยู
    เวรไอ้นี่ ปากเรอะนั่น
    ที่มันก็ดี เพราะตั้งแต่เดินเสียหลักไปจับมือจนถึงตอนนั้นก็ยังไม่ได้ปล่อยมือ
    (ลืมตัวไปนิด จูงมือกันไปปล่อยปลาดูดีเชียว แต่คิดอีกทีมันไม่ใช่แฟนตรูนี่หว่า)
    พอเฟรดดี้เห็นฉันแกะมือออกเลยบอกว่าเอางี้เดี๋ยวไอเดินนำหน้า
    แล้วยูเดินตามก็แล้วกัน ส่วนไอ้เลิฟน่ะมันเดินลุยน้ำไปไกลแร้ววววว
     
    พอเฟรดดี้เห็นเลิฟไปไกลมากก็หันมามองฉันแล้วบอกว่า
    นี่พอล ทำไมพรรณทิพาเค้าเดินคนเดียวได้ไปตั้งไกลไม่เห็นจะเหยียบโดนอะไรเลย
    มีแต่ยูนี่ละเดินไปทางซ้ายก็โดนหิน ทางขวาก็โดนหนาม
    เดินตรงๆก็ยังสะดุดอีก เออ เวรสรุปมันจะช่วยจริงรึเปล่าวะเนี่ย
    พอถึงจุดที่น้ำลึกพอเหมาะก็เอาถุงแช่น้ำ ฉันหันไปบอกเฟรดดี้ว่า Make a wish before you release the fish
    มันก็พยักหน้าแล้วทำตาม

    พอปล่อยเสร็จเราสามคนก็เดินดุ่ยๆกลับเข้าฝั่งกัน
    ตอนนั้นเลือดที่นิ้วเท้ายังไม่หยุดไหลเลย
    น้ำทะเลเค็มมันกัดปากแผลได้ดีนักเชียว
    ทำให้รู้สึกตัวว่ามีนิ้วเท้าอยู่ตลอดเวลา
    พอเข้าถึงฝั่งก็เดินไปหาพยาบาลบอกว่าโดนอะไรไม่รู้ในน้ำบาดเอาค่ะ
    พยาบาลก็เข้ามาราดแอลกอฮอล์แล้วตามด้วยทิงเจอร์ให้ โอ้ว แสบจับจิตมาก

    ทุกคนพอเห็นฉันร้องอ้ากซ์ๆๆ ก็เดินเข้ามาถามกันใหญ่เกิดไรขึ้นๆ
    สรุปวันนั้นมีฉันคนเดียวที่ได้แผล
    เฮ้อ เวร
     
    พอทำแผลเสร็จก็ลุกขึ้นไปทำกิจกรรมต่อ
    เราก็แจกหนังสือนิทานกัน พวกน้องๆก็ร้องเพลงให้ฟัง
    บางคนก็มาขอลายเซ็น มาขอจับมือ (งงมากตัวเองเป็นนักร้องตั้งแต่เมื่อไหร่)
    ก็สนุกดีนะมีการผูกข้อมือให้กันก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปห้อง
    ไปรีบอาบน้ำแต่งตัวกันเพื่อให้ทันงานแฟนซีกาล่าคืนนี้
     
    ทีมELTไทยอย่างเราสามคนก็ได้อาศัยอุปกรณ์ของคุณนัท
    ก็หัวสตาร์วอร์ที่เราแบกๆกันลงมาจากกทม.นี่ละ
    ฉันกับเลิฟเป็นstrom troopersแต่ใส่เสื้อยืดสีขาวสกรีนว่า Love Cambridge
    กับกางเกงยีนส์ขาสั้น สะพายปืนไว้ที่เอวแล้วก็ใส่รองเท้าส้นสูง
    แต่งหน้ากันเข้มเลย ติดขนตาปลอมด้วยเป็นการติดขนตามปลอมครั้งแรกในชีวิต
    ติดให้เลิฟง่ายมาแต่ติดของตัวเองไม่ได้ ช่างมันวุ้ย
    คุณนายเลิฟเพิ่งได้ไอเดียว่าเราควรจะหาถุงน่องตาข่ายมาใส่กันจะได้เซ็กซี่
    แต่ร้านแถวหน้าโรงแรมไม่มีขาย ไอ้เลิฟก็บ้าดีเด่น
    โทรหารถตู้ให้ออกไปซื้อให้ แต่คนขับรถตู้ไม่บ้ากับเราด้วยเลยอดไป หุหุ
    ส่วนเบียร์ก็ใส่หัวDarth Vader กับสูทสีดำพร้อมด้วย Light Sabreด้วย เท่มากๆ
     
    วิ่งออกไปขึ้นรถบัสเพื่อไปที่ฮิลตัน
    พอเห็นฮิลตันแล้วแอบเสียดาย ทำไมไม่จัดที่ฮิลตันไปเลยเน้อ
    สวยกว่า กว้างกว่าด้วย เสียเดียที่ตอนแรกเซลล์เล่นตัวไม่ยอมลดราคาให้
    พอเราเซ็นเลือกเซนทารา รีบมาลดให้เลยแต่ก็นะ ช้าไปแล้วอะ
    เดินเข้าไปงานทำธีมหรูหราประหนึ่งไปงานออสการ์
    มีพรมแดงปูด้วย พวกเราก็เดินเข้าไปแบบฮาๆ
    งานนี้มีโจรสลัดหลายคนเลย
    บางคนก็แต่งตัวมาขำดีนะ บางคนก็ดูไม่ออกเลยว่านีมันชุดอะไรจากหนังเรื่องไหน
    งานดำเนินไปอย่างฮาๆ ถ่ายรูปกันกระจาย
    เหนื่อยจากกลางวันมาต่อกันตอนกลางคืน

    พองานเลิกแทบสลบ เฟรดดี้ โจลีนกับเอเมอริคเดินมาหาฉันใหญ่บอกไปต่อไหนกันดี
    (หลังจากคุ้นเคยกันดีตั้งแต่ที่ ยูเค ยันมะนิลา ฉันบอกกลับโรงแรมแล้วไปป่าตองกันก็ได้
    (เคยไปซะที่ไหนละตรู พี่อั๋นเล่าทัง้นั้น)
    รับปากกันดิบดีพอกลับถึงห้องฉันดันเดินสะดุดปลายเตียง
    หัวทิ่มลงเหมือนนุ่มๆพอดีเลยหลับทั้งชุดนั้นเลย
    ง่วงมาก สลบถึงเช้า
    หมดไปอีกหนึ่งวัน

     
    December 07

    Asian Conference :Day2

    กลับมาเขียนถึง Asian Conferenceให้จบๆก่อนจะลืมดีกว่า
    วันที่สองของการประชุม ง่วงอิ๊บอ๋ายเลยค่ะพี่โน้ง
    แต่ก็อย่างว่าดันนั่งสบตากับโฮเวิร์ดตลอดทั้งวัน จะหาวยังต้องแอบๆ
    ตอนช่วงที่ไนเจลออกมาพรีเซนต์มีการเล่นเกมส์ตอบคำถามด้วย
    ไอ้ฉันก็กำลังง่วง เล่นเกมส์นี่ชอบมาก ฮ่าๆ
    จัดมา หน้าม้าจากไทยแลนด์ก็จัดไป
    ได้รางวัลเป็นทิมแทมแบบเม็ดๆอีกถุงเล็กๆเลยมาแกะแบ่งกันกินที่โต๊ะ
    โฮเวิร์ดบอกฉันว่า กำลังง่วงพอดี มีของกินยังพอแก้ง่วงได้ ก้าก
     
    รอบบ่ายเป็นการประชุมแบบ Pararelle session
    ฉันต้องเข้าไปนั่งฟังพวกเร็พด้วยกันพรีเซนต์
    อย่างที่บอกปีนี้รอดเพราะปีที่แล้วพรีเซนต์ไปแล้ว
    ส่วนเบียร์รอดได้เพราะว่าเวลาไม่พอ
    พอรู้จากกาเร็ธเบียร์เลยเมล์ไปขอแสดงัวว่าถ้าคนเยอะก็ตัดผมออกก็ได้
    ฉลาดมั่กๆ เพื่อนฉัน พอเฟรดดี้รู้เรื่องนี้มันโวยใหญ่เลย
    แต่ปีนี้พรีเซนต์ฉันว่าไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่
    เพราะว่ามีคนฟังเป็นคนกันเองแถมมีแค่สิบกว่าคนเท่านั้น
    ปีที่แล้วตอนฉันพรีเซนต์ทั้งMD,directers สารพัดนั่งกันให้พรึ่บ
    ถึงกับต้องใส่กระโปรงยาวกันเห็นว่าขาสั่นอยู่ ฮ่าๆ
    วันนี้เร็พญี่ปุ่นเดินมาบอกว่าชอบเดรสที่ฉันใส่
    ซื้อที่ไหนในไทยเหรอ อยากได้มั่ง
    ชั้นบอกประตูน้ำแพลททินั่มค่า สามร้อยเอ๊งง
    ส่วนเร็พเกาหลีเดินมาบอกฉันว่าไม่อยากเชื่อว่ามีลูกแล้ว
    ซึ่งฉันอึ้งกว่าเพราะมารู้ทีหลังว่าเค้าอายุมากกว่าฉันปีนึงแต่หน้าเด็กโคตรๆ
    ตกเย็นวันนี้เป็นวันฟรีเดย์
    ไทยทีมตกลงกันว่าจะไปกินข้าวที่กระชังที่คุณทีพาไป
    แล้วก็ชวนก๊วนเก่าอย่างเฟรดดี้ เอเมอริค โอลิเวอร์ และคนอื่นๆไป
    ตอนชวนเอเมอริคนี่ฮามากเค้าถามว่ากินอะไรก็บอกไทยกับซีฟู้ดนี่ละ
    ไปไกลลำบากแต่กินบน Raftนะ พอพูดคำว่าraftยังไม่ทันจบ
    เอเมอริคบอก โอเค ไอ โก ซะงั้นทันที
    พอหกโมงเย็นพวกเราก็ออกมารอกันที่ล๊อบบี้
    เจอทีมเกาหลีก็สนใจจะไปด้วยแต่จะตามไปทีหลัง
    เลยบอกต้องรีบนะเพราะนั่งรถไปก็ชั่วโมงนึงแล้ว
    อยู่ในรถตู้นั่งเมาท์กันไปตลอดทาง
    ถามเอเมอริคว่ามีไอเดียมั้ยว่าปีหน้าจะไปที่ไหน
    เอเมอริคบอกว่าที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่สิงคโปร์
    ฉันบอกอยากไปเกาหลีๆๆๆ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทาง
    เอเมอริคบอกไปเกาหลีเหนือจะพอมีสิทธินะนันทพร
    แว้ก ใครจะไปวะ
    นั่งรถตู้กันจนพอเมื่อยก็ถึงร้านอาหารที่หมาย
    นั่งเรือต่อไปอีกห้านาที เจ้าพวกนี้ตื่นเต้นกันมาก
    บอกสวยๆๆ แอบสงสารโอลิเวอร์มาไม่ได้เพราะต้องประชุมAcademicต่อ
    อยู่ท่าเรือเตรียมไปกิน
    ระหว่างลงเรือไปร้านอาหาร
     
    สั่งอาหารกันมายกใหญ่กินกันกระจาย
    ไอ้สามคนนั้นดี๊ด๊ากันมาก กินๆสลับกับไปสูบบุหรี่
    ไอ้เบียร์กวนตีนดันไปสอนภาษาไทยตามที่เฟรดดี้เรียกร้อง
    นั่งกินข้าวอยู่หันไปเรียกเฟรดดี้มันตอบ "เอออออ"
    บอกเบียร์สอนบอกว่าเอาไว้ตอบรับเวลาคนเรียก
    เบียร์บอกพูดกับแม่ก็ได้ ฉันเลยตอบไปว่า
    Sorry, I am a well educated,man.I am not saying that to my mother!
    แล้วก็มีเสียงเฮ้~~~~จากไอ้พวกที่เหลือ
    ขำดี
     
    เลือกกันเลยจะเอาตัวไหน (บาปดีแท้)
    บรรยากาศดีสุดๆ

    กินกันจนได้เวลาก็นั่งเรือกลับสนุกดี
    ขากลับเรามีคุยกันในรถ พยายามถามกันว่าตกลงแฟนซีใส่อะไรกัน
    ทุกคนก็พยายามบอกว่าเหลืออีกวันเดียวจะอยากรู้ไปทำไม รอก็ได้น่า
    September 24

    สิงหาทริป#3

    เช้าวันประชุมวันแรด เอ้บ วันแรก!
    เมื่อวานเอเมอริคบอกไว้ว่าตอนนี้แขกมาพักเต็มให้รีบลงมาทานข้าวแต่เช้า
    เพราะกว่าจะเดินมาจากตึกที่พักก็ใช้เวลาอยู่โข
    เลยตื่นแต่เจ็ดโมงแล้วก็โทรไปปลุกเบียร์ที่รัก
    ตอนแรกว่าจะไปปลุกถึงบนเตียงแต่เกรงใจเลิฟ กลับกลัวเบียร์ตบฮ่าๆ
     
    รีบอาบน้ำแต่งตัว มามัวเสียเวลากับคอนแทคเลนส์นี่ละ
    คราวนี้เปิดซองมาดันหาเลนส์ไม่เจอ
    ควานอยู่ตั้งนานถึงจะเห็นว่ามันม้วนหลบอยู่ตรงฟอยล์
    ไม่กล้าโวยวายให้คนอื่นฟัง เดี๋ยวเค้าหาว่าโง่อีก ฮ่าๆ
    ออกไปทานข้าวกัน คนน้อยกว่าที่คิด ง่วงโคตร
    ตรูจะเสียเวลามาทำไมเนี่ย
     
    ตั้งหน้าตั้งตากินแบบผิดหวังนิดๆกับโรงแรม
    เพราะอาหารสวนทางกับชื่อเสียงพอสควร
    ระดับเซนทาราน่าจะทำอาหารเช้าให้ได้ดีกว่านี้นะ
    ขนาดตอนไปmolla centerที่UK อาหารเหมือนกันทุกวัน
    แต่วัตถุดิบและคุณภาพดีกว่ากันคนละเรื่องเลย
     
    คุณนายเลิฟสั่งกาแฟมากินสองแก้ว
    รอบแรกสั่งผิดได้กาแฟร้อนมาซึ่งเป็นความผิดมันเองเต็มๆ
    ดันดูแต่รูปแต่ไม่ได้อ่านว่ามันไม่ใช่กาแฟเย็น
     
    กินกันเสร็จก็จัดการหอบแฟ้มไปที่หอ้งประชุม
    แม่เจ้าห้องประชุมอยู่ชั้นแปด ลิฟท์มีแค่สองตัว ขึ้นได้เต็มที่ตัวละ6คน
    แถมฉันดันลืมแจ็คแก็ตไว้ที่ห้องอาหารอีก เลยต้องวิ่งหน้าตั้งกลับไปเอา
    แหมราคาเอาการอยู่ถึงจะเซลล์ก็เถอะ ใส่ยังไม่คุ้มเลยนี่นา
     
    เริ่มต้นวันแรกก็กล่าวเปิดพิธี ประชุมกันไปตามเรื่อง
    ง่วงนิดนึง หาวเยอะ ดันนั่งตรงข้ามกับHoward ไดเรคเตอร์ของอเมริกา
    ฉันปลื้มเขาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่สิงโปร์นู่นนน
    คนอะไรมีความสามารถอธิบายเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
    จำง่ายด้วย ตลกด้วย เก่งจังเลย เก่งสุดๆ
    หนังเหนียวอีกต่างหาก เพราะโฮเวิร์ดก็เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากสึนามิ
    ตอนที่รู้ข่าวจากกาเร็ธว่ายังหาโฮเวริ์ดไม่เจอ
    คุณนายเลิฟผู้น่ารักบอก โฮเวิร์ดอย่าตายนะ หนังสือ Touchstone ยังไม่เสร็จเลย ก้ากก
    ปลื้มเขาแต่ไม่รู้จะคุยด้วยอะไร เลยแอบยิ้มให้เป็นระยะๆ
    โฮเวิร์ดคงคิดว่าฉันบ้าแน่ๆ
     
    วันนี้ได้Tim Tam เวเฟอร์ชอคโกแลตจากออสเตรเลียมาห้าแพคคู่
    สืบเนื่องมาจากฉันเมล์ไปหามิเชลกรี้ดกร้าดดีใจที่ปีนี้มิเชลจะได้เป็นตัวแทนจากออสเตรเลียมาประชุม
    มิเชลเลยถามว่าอยากได้อะไรจากที่นั้นรึเปล่าเอาไปให้ได้หมดยกเว้นจิงโจ้กับหมีโคอาล่า
    พอฉันบอกเบียร์ๆเลยบอกว่าให้จัดทิมแทมมาให้หน่อย
    ของเมืองไทยมัน เมด อิน อินโดนีเซีย รสชาติไม่ได้เรื่อง
    มิเชลเลยจัดมาให้ห้าแพคคู่ก็ สิบแพคพอดี หนักมาก แต่ก็อร่อยมากเช่นกัน
     
    ประชุมเสร็จเลิกงาน แจ้นเข้าห้อง เตรียมอาบน้ำแต่งตัว
    เพราะคืนนี้ต้องไปทานBusiness Dinner ที่ร้าน Jazztaurant
    เลิฟไปคอยที่ล๊อบบี้แล้ว
     
    ฉันเลือกใส่ชุดกางเกงสีขาว (แน่นอนรองเท้าเหลืองแปร๊ดดด)
    เดินชิลๆไปกับเบียร์ก็ถ่ายรูปไประหว่างทาง
    IMG_0790
    ถ่ายรูปนี้เสร็จก็นึกขึ้นได้ว่าลืมมือถือส่วนเบียร์ลืมกระเป๋าเงิน
    หันไปมองนาฬิกาแล้วก็แทบกรี้ด เหลือเวลาอีกห้านาที
    เค้าเขียนในกำหนดการด้วยว่า 6 PM sharp!!!
    เวรแล้ว สองคู่หูเลยต้องวิ่งหน้าตั้งกลับเข้าห้องไปอย่างด่วนจี๋
     
    พอเอาของได้ก็ต้องรีบวิ่งหน้าตั้งกลับไปที่ตึกล๊อบบี้
    ไปถึงยืนหอบเป็นหมาเลย ต้องปืนขึ้นรถไปนั่งหอบต่ออีก
    นั่งรถกันไปครึ่งชั่วโมงได้มั้งก็ถึงร้าน
     
    IMG_0821
     
    ร้านสวยมาก ตั้งอยู่บนเนินเขา เลยทำให้เห็นวิวได้ทั้งเมือง
    แถมมีเสียงLive bandเล่นแจ้สให้ฟังกันสดๆ
    ตอนนั่งทานยังคุยกับเอเมอริคว่า อยากไปดูจอร์จ เบนสันจังเลย
    พูดไม่ทันขาดคำ ฉันก็ต้องชะงัก มีช้อนค้างอยู่ที่ปากเกือบห้าวินาที
    เพราะวงเค้าก็เล่น"เพลงนั้น"ของเบนสันขึ้นมา
    แปลกใจตัวเองนิดนึงเพราะรอยยิ้มพิเศษมันก็ผุดขึ้นมาที่มุมปากอีกครั้ง
     
    IMG_0800IMG_0802IMG_0807IMG_0808IMG_0810IMG_0814IMG_0816IMG_0820IMG_0822IMG_0823IMG_0829
     
    IMG_0828
     
    อัดอาหารกันจนอิ่มหนำเค้ามีเค้กเซอร์ไพรซ์วันเกิดให้มาร์ค เกรสเชมด้วย
    เฮฮากันต่ออีกสักพักก็ได้เวลากลับบ้านกัน
    วันนี้เหนื่อยนิดหน่อย ไม่ได้ใช้แรงกายแต่ใช้พลังสมองเยอะ
    หัวถึงหมอนก้หลับเลย
    September 17

    สิงหาทริป#2

    หลังจากนั่งรถจากศรีพันวาไปเซนทารา กะรน รวมเวลาบนถนนได้1ช.ม.พอดีเด๊ะ
    เราก็ลากสัมภาระหอบเบ้อเริ่มไปเช็คอินกัน
    พอเดินเข้าสู่เซนทารา Work modeมันก็ตามมาทันที
    หน้าล๊อบบี้ก็มาแล้ว Nigel, Emeric และอีกสารพัด กำลังยืนรอเช็คอินกันเป็นแถววว
    กว่าจะได้ห้องรอกันครึ่งชั่วโมงได้มั้ง
    ระหว่างนั่งรอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ใส่รองเท้าสีกระแดะมาก
    คือเหลืองอ๋อยมากเลย บวกกับใส่เสื้อเหลืองอีก
    เลยสะกิดเลิฟบอกแกๆ ถ่ายรูปให้ฉันหน่อยดิ เอาให้เห็นรองเท้านะ อิอิ
    IMG_0772
    --เหลืองแรดได้ใจมาก--
     
     
    พอได้ห้องพักปุ๊ปเราก็ไม่รอช้าจะรีบบึ่งไปหาทันที
    แต่ที่นี่เค้ามีตึกหลายตึกมาก แล้วก็ไปลำบาก ห้องพักของฉันอยู่ที่Tropical building เป็น Pool view
    ตอนแรกว่าจะเดินไปเองแต่ดูจากแผนที่แล้วเปลี่ยนใจขอนั่งรอรถกอล์ฟก่อนดีกว่า สมบัติมันเยอะ
    พอไปถึงเลิฟด้พักชั้นล่าง ฉันกับเบียร์ได้พักห้องติดกันที่ชั้นสอง
    เลิฟบอกอย่าทำอะไรไอ้ปอนด์นะ
    ฉันหันไปบอกเบียร์ว่า ไม่ต้องปืนเข้าหานะ เคาะดีๆก็เปิดแล้ว ฮ่าๆ
     
    IMG_0773IMG_0775IMG_0776
    IMG_0779IMG_0780
     
    เปิดประตูเข้าไปเจอเตียงคู่ แอบเซ็ง
    พักคนเดียวไม่ชอบเลยเตียงคู่เนี่ย กลัวผีมานอนด้วย
    พอเอาเสื้อผ้าขึ้นแขวนเลิฟก็โทรมาบอกว่าห้องเลิฟแอร์ไม่เย็นเค้ากำลังมาซ่อมอยู่
    เลยขึ้นมานั่งห้องฉันพร้อมรอซ้อมใส่หัวสตอมกันเล่นๆก่อนลงไปwelcome drinkกัน
     
    กลิ้งๆกันจนถึงเวลา1ทุ่มพวกฉันก็ต้องเดินกลับไปที่ตึกใหญ่
    เดินเองถึงได้รู้ว่าไกล ไกล๊ ไกล แอบบ่น เพราะรองเท้าเหลืองเริ่มกัดซะแร้ววว
    พอไปถึงก็เจอกับฝรั่งฝูงใหญ่ก็ต้องเข้าไปเมาท์กันตามระเบียบ
    IMG_0782IMG_6159
     
    กำลังเดินออกไปก็เจอคู่ปรับเก่า ไอ้เฟรดดี้แห่งฮ่องกงซึ่งเดินสวนเข้ามาพอดี
    เลยแซวไปว่า Hi! Freddy the Mo man! (เฟรดดี้ นามสกุลโม ปีที่แล้วมันพรีเซนต์เรื่อง Co- ก็เลยแกล้งเอามาทำเป็นคำพ้องเสียง)
    เฟรดดี้มันทำหน้าปุเลียนๆก่อนจะบอกว่า Hi! Porn Girl!! Should I said that???
    C'mon man, My nick is Pond not that Porn!and if that's hard to say,just call me Paul,ok?
     
    อยู่ในเวรกรรม ดริงค์ประมาณชั่วโมงได้ก็ต้องพาไอ้พวกนี้ไปกินข้าว
    มีปัญหากันนิดนึงเพราะตอนแรกไอ้เกรเกอร์บอกว่าจะจัดหาให้เพราะมันเป็นคนส่งเมล์ร่อนทั้งSEAว่าจะจัดเลี้ยงต้อนรับสจ้วท
    ซึ่งเป็นเทรนเนอร์คนใหม่(ที่ตาเหร่..กรรมของตรู)
    พวกฉันก็นึกว่านังเกรเกอร์จะเป็นคนหาร้าน ปรากฏมันโบ้ยมาที่เลิฟซะงั้น
    เสนอไปร้านอิตาเลี่ยนมันก็บอกจะเอาร้านทยบรรยากาศดีๆ
    ปั๊ดโธ่ว้อย นี่มันก็ภูเก็ตครั้งแรกของพวกตรูเหมือนกัน
    สรุปเลยไปกินกันที่The Cliff  เซนทารา กะตะ กันแทน
     
    งานนี้ตาศักดิ์ Director คู่แค้นอย่างไอ้หนวดแห่งอินเดียต้องเป็นคนเลี้ยง
    ทั้งๆที่บอกมันแล้วว่าเป็น SEA dinner ไอ้หนวดยังเอาเพื่อนอินเดียมาอีกสาม
    แม่เจ้า แค่นี้ยังเหม็นไม่พออีกเหรอ
    เลิฟ เบียร์ และฉันมันหามองหน้ากันแล้วก็พยักหน้า
    เอาล่ะ เรามาล้มทับไอ้หนวดกันดีกว่า (ถึงมันจะใช้ Coporate credit cardก็เหอะ)
    กางเมนูเลย individual dish with share dish นะคร้า
    ราคาอาหารน่าตื่นตาตื่นใจ ต่ำกว่าห้าร้อยไม่สั่งยะ
    ปกติมนุษย์น้ำเปล่าอย่างฉันขอบายวันนี้สั่งพันซ์เลย แก้วละสองร้อย จิ้บๆ
    สั่งกันไม่ถูกใจมีรายการคุณนายเลิฟจัดให้ด้วย
    พนักงานจดช้าไม่ทันใจคุณนายขอบิลมาจดเองซะงั้น
     
    อาหารมาช้า ช้ามากถึงมากที่สุดกว่าจะได้อาหารก็เกือบห้าทุ่ม
    แถมไอ้อินเดียนรกยังหน้ามึน จานกุ้งเผาซึ่งเป็นจานแชร์
    พอมาถึงเราก็ส่งต่อก็หยิบกันคนละตัวสองตัว
    แต่พอมาถึงไอ้อินเดียนรกเพื่อนไอ้หนวด มันตักข้าวใส่จานกุ้งยักษ์เฉยเลย
    กุ้งเผาสองกิโลเพิ่งตักไปไม่กี่ตัว มึงเอาไป"แดร๊ก"หมดได้ไง
    กรี้ดดดดดด
     
    อารมณ์เสียกันสุดฤทธ์ ทั้งไทย มาเลย์ (ดีนะอีกโต๊ะมันไม่โดน)
    เริ่มหงุดหงิด อารมณ์เสีย พันซ์น้ำผลไม้หมด
    แต่โหมดนางมาร้ายออกฤทธ์ น้ำเปล่าไม่กินว้อย
    เลิฟ ปอนด์ เบียร์ต้องการเอเวียงมาแก้โมโหด่วน
     IMG_6159IMG_6164IMG_6165IMG_6161IMG_6162IMG_0783IMG_0784IMG_0785IMG_0786IMG_0787IMG_0788
     
    ล้มทับไอ้หนวดกันไปที่หมื่นห้า (ถูกกว่าที่คิดแฮะ)
    ค่อยกลับห้องนอนหลับอย่างมีความสุข ฮ่าๆ
     
     
     
    September 15

    สิงหาทริป#1

    หลังจากที่หายหัว หายสรีระไปนาน
    จนใครหลายคนนึกว่าจะเลิกอัพสเปซไปรึเปล่า
    ก็ไม่ใช่นะ แต่งานมันก็ยุ่งนิดนึง มึนนิดนึงแถมมีconferenceกันอีก
     
    เดือนที่แล้วเลยมีกิจกรรมหลายอย่างมาก
    ทั้งในส่วนของตัวเองและลูก
    ของลูกก็เชิญตามไปอ่านในของลูก งานนี้ขอคัดเฉพาะของตัวเองก่อนดีกว่า
     
    เริ่มแรกก็ไปงานแต่งงานเพื่อนอ้น
    สนุกดี ไกลดี ถือเป็นการลงใต้ครั้งแรกในชีวิต
    ไปถึงก็อดตื่นเต้นไม่ได้เวลานั่งรถผ่านรร.ที่ใช้หนังสือ
    เราก็ดีใจ ฮ่าๆ อยากจะไปกราบขอบพระคุณแนบอก
    ทั้งๆที่จริงอีกไม่กี่วันคุณนายเลิฟก็จะตามลงมากันติดๆ
    140820081336
     
    งานแต่งงานอ้นใหญ่เบิ้ม คนตู้ม เห็นแล้วเหนื่อยแทน
    แต่อ้นสวยมากๆ แบบนี้ใช่ใหมที่เค้าเรียกว่าราศีจับ เพราะเพื่อนอ้นผ่องทั้งตัวเลย
    งานนี้ขนชุดไปสามชุดเพราะไม่แน่ใจว่าใส่ชุดไหนได้
    อาการทางจมูกก็ยังไม่ค่อยดี ต้องขนน้ำเกลือกับไซรินจ์ไปล้างด้วย
     
    แต่พอถึงงานด้วยความเร่งรีบก็เลยได้ใส่ชุดโชว์ไหปลาร้าซะแทน
    แถมชุดนี้ดันหักหลังฉันตอนยืนส่งตัวเจ้าสาวตอนกลางคืน
    อยู่ๆสายเดี่ยวมันก็หลุดผลอยออกมาหนึ่งข้างเฉยเลย
    โชคดีที่หลุดจากด้านหลังไม่งั้น..เอิ้ก ไม่อยากจะนึก...
    นัทต้องช่วยเอากิ๊บดำมาเหน็บให้แทน
    จบงานอ้นยังมีรายการไปคาราโอเกะกันตลอดกลางคืนต่อ
    สนุกและตลกเหมือนเคย กลับถึงห้องนอนหลับๆตื่นๆ
    เพราะก่อนมาดันได้คุยเอ็มกับพี่อั๋นและโดนหลอกผีเอาไว้
    ตอนแรกก็ลืมไปแล้วแต่คนขับรถตู้ที่อ้นส่งมารับฉันที่สนามบิน
    ดันคุยกันเรื่องผี ได้ยินเลาๆว่าเมื่อคืนเพิ่งโดนหลอกมา
    ประกอบกับได้smsจากพี่อั๋นพอดีว่าโดนผีหลอกรึยัง
    งานนี้หลอนเลย
     
    แอบกลัวผีเล็กน้อย โชคดีที่ยังมีนัทนอนเป็นเพื่อน
    ตื่นมารีบแต่งตัวกินข้าวและแจ้นไปสนามบินกลับกทม
     
    เพิ่งรู้ตัวว่าเพลียมากก็ตอนที่อยู่บนเครื่อง
    เพราะไม่ทำอะไรเลยนอกจากนอนหลับยาวจนถึงกรุงเทพ
    พอเปิดมือถืองานเข้าตู้ม ลูกค้าโทรเพียบจนงง
    ทีแรกบ้าพลังกะไปช่วยเลิฟออกบู้ทที่รามต่อ
    แต่โชคดีเลิฟบอกคนน้อยไม่ต้องก็ได้
    พอลากกระเป๋าเข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก็พุ่งสู่เตียง
    แต่ยังคุณนายแพรโทรมาชวนไปดูคอนเสริต์ Groove Rider
    แต่ตอนนั้นจิตหลุดจากร่างไปแล้ว
    สำนึกสุดท้ายบอกแพรไปว่า แก 081XXXXXX
    นี่เบอร์พี่อั๋น แกโทรไปหาพี่อั๋นเองนะ เผื่อพี่เค้าจะไป
    ตอนนี้ชั้นไม่ไหวแล้ว....คร่อก
     
    หมดสภาพหลับเป็นตายไปหลายชั่วโมงอยู่กว่าจะฟื้นเล่นเอามึน
    จากนั้นวันต่อมาก็ยังมีไปเป็นหน้าม้าที่ร้านโตไก สาขาอโศก
    เพราะคุณนายเลิฟต้องทำโปรเจค์ป.โทในหัวข้อที่ว่า
    ต้องทำโปรโมชั่นให้ร้านนี้มียอดขึ้นจากปกติภายในเวลาสองชั่วโมง
    เหล่ามนุษย์หน้าม้าจากพับลิชเชอร์ต่างๆ ทั้ง เคมบริดจ์ แมคมิลเลน แมคกรอฮิลล์
    ต่างก็ช่วยกันซื้อคูปองบุพเฟท์กันคนละใบสองใบ
    พอถึงวันงาน เจ้าแม่แฟชั่นอย่างคุณนายเลิฟขอแปลงร่างเป็นสาวญี่ป่นทันที
    ออกมาน่ารักมากเพราะหน้ามันให้
    หกโมงกว่าๆของวัน ฉัน กับโจ้ก็นั่งรถเบียร์มุ่งสู่ร้านโตไกทันที
    ตอนแรกโจ้บอกพี่ปอนด์แฟนโจ้ห้ามสั่งบุฟเฟท์ มันกลัวโจ้กินกระจายแล้วจะอ้วน
    แต่พอไปถึงร้านโจ้ก็อดใจไม่ไหวสั่งบุฟเฟท์จนได้
    กินกันได้สักพัก ป๋าอั๋นแห่งแมคกรอฮิลล์ก็ก้าวเท้าเข้ามา
    พี่อั๋นทานน้อยกว่าเพื่อน สงสัยแกมาเอามันส์โดยเฉพาะ
    ปล่อยมุกกันกระจาย และเพื่อไม่ให้แกมาเสียเที่ยว
    บังเอิญว่าเบียร์ได้CDน้อง อ้อย อาโออิมาพอดี
    โจ้เลยจัดการไรท์แจกทุกคนรวมทั้งพี่อั๋นด้วย!!
    IMG_6024IMG_6026IMG_6027IMG_6029IMG_6030IMG_6031IMG_6032IMG_6036IMG_6037IMG_6038IMG_6040IMG_6039IMG_6042IMG_6048IMG_6044
     
    กินอิ่มแปล้ กลับบ้านกันไป เลิฟมากระซิบบอกทีหลังโต๊ะแกย
    กินกันคุ้มเหลือหลาย ฮ่าๆๆ
     
    แอบขำกันนิดนึงตรงที่พอเลิฟมันเมื่อยขามันก็มานั่งที่โต๊ะพวกฉัน
    ซึ่งก็ดันนั่งติดอาจารย์มันพอดี
    อาจารย์หันมาเจอเลิฟนั่งก็เลยแซวว่าเอ้ย นั่งกับลูกค้าได้ไง
    เบียร์กับพี่อั๋นหัวไวมาก บอกไปได้ว่า
    อ๋อ ผมซื้อดริงค์น้องเค้าไว้ครับ
    เนี่ยซื้อไปเจ็ดดริงค์ นั่งถึงเช้าเลย
    เล่นเอาอาจารย์ขำก๊าก นั่งกันเหวอไปเลย
     
    หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ฉันกับเบียร์ก็เตรียมแพ็คกระเป๋าลงภูเก็ตกันในทันใด
    งานนี้แอบไปล่วงหน้าก่อนสองวัน ต้องเริ่มไปเซนทราปั้นหน้าเข้าสังคมกันตั้งแต่วันอาทิตย์
    เลยนัดแนะกับเบียร์ไปออกเดินทางกันตั้งแต่วันศุกร์เลยดีกว่า
    นัดเจอกับเบียร์ที่สุวรรณภูมิ
    งานนี้ลนเหมือนตอนไปยูเคเดี๊ยะ จัดกระเป๋าแบบเอ๋อ
    ตอนแรกก็ใช้ใบประจำ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถใส่ปืน2กระบอกและดาบlight saberที่จะเอาไปใส่ตอนงานกาล่าได้
    แถมยังมีสูทตัวใหญ่ของเบียร์ซึ่งฉันต้องไปเอามาให้จากสยามอีก
    เลยต้องเปลี่ยนเป็นแซมโซไนต์ใบยักษ์ที่สามารถใส่ทุกอย่างรวมถึงตัวฉันด้วย
     
    ฉันไปถึงก่อนเบียร์นิดหน่อยพอเบียร์ตามมาก็เช็คอิน
    แล้วก็ไปหาของกินกันก่อน ฉันซัดสปาเก็ตตี้ไปจาน ไม่อร่อยแต่เกลี้ยงเพราะหิวสุดๆ
    ตอนเอาหัวเวเดอร์กับสตอมผ่านเครื่องx-rayก็สนุกดี
    เพราะว่าพวกจนท.สนามบินเรียกเพื่อนมาดูกันใหญ่
    เล่นเอาฉันต้องกลั้นยิ้มเวลาหยิบถุงเดินออกไป
     
    IMG_0533IMG_0534IMG_0537
    --ระหว่างรอขึ้นเครื่อง ก็ถ่ายรูปส่งsmsไปยั่วคุณนายเลิฟและชายชราที่แมคกรอ ฮิลล์--- 
     
    พอส่งsmsเสร็จเลิฟโทรมาบอกว่า เอาmmsไปให้โจนาธานดูเค้าบอกว่าถ่ายยังกะไปฮันนีมูนเมืองนอก
    ส่วนพี่อั๋นsmsตอบกลับมาว่า"มีความสุขกันซะให้พอค่ะ" เนื่องจากทีแรกแกบอกขอไปด้วย
    แต่ติดธุระเลยไปไม่ได้ ฮ่าๆ พลาดมากนะพี่ พลาดของดีไปแล้ว
     
    ใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องไปประมาณหนึ่งชั่วโมง
    เราก็ถึงสนามบินภูเก็ตโดยสวัสดีภาพ โทรไปหาคุณนายเลิฟ
    มันก็เพิ่งกลับโรงแรมพอดี เลยแกล้งเร่งให้รีบๆมา เพื่อนๆคิดถึง
    ยืนเกร่ๆรอกันที่สนามบินพักเดียว คุณทีก็มารับพาเราไปพักที่ศรีพันวากัน
     
    ก่อนจะไปถึงเรามีแวะทานข้าวกันก่อน
    ได้ข่าวว่าเพิ่งกินสปาเก็ตตี้ไปเมื่อสักครู่แต่ก็บ่ยั่น
    ก็แค่ปลาเต๋าเต้ยเอ๊งงง กินด้ายยยยยยย
     
    กว่าจะถึงที่พักก็เกือบห้าทุ่มได้
    ฉันกับเบียร์ถึงกับตื่นตะลึงในความอลังการ
    โอ้ว แม่เจ้า ในชีวิตจริงตรูคงไม่มีปัญญาพักที่นี่แน่นอน
    พูลวิลล่าแบบนี้ แทบสลบ
     
    เบียร์เลยฉลองสระว่ายน้ำด้วยการว่ายน้ำอาบแสงดาวกันตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีสาม
    มันไม่เป็นปอดบวมบ้างรึไงฟะ??
    ส่วนฉันก็แค่เอาขาจุ่มๆน้ำเล่นเพราะดันซวยลืมเอาชุดว่ายน้ำมาซะงั้น
    สลับกับการเป็นอีแจ๋ว คอยรินเบียร์ให้คุณชายเบียร์
    จนตีสามน่ะถึงจะแยกย้ายเข้าห้องนอน
    เตียงใหญ่มากกกก ใหญ่กว่า6ฟุตอีกอลังการ
    เลยเรียกเบียร์มานอนบนเตียงด้วยกันก็ได้
    แต่เบียร์เกรงใจกลัวฉันลอบปล้ำ
    เลยไปนอนตรงโซฟาดีกว่า (จริงๆโซฟาก็ใหญ่มากๆ)
     
    ตื่นเช้ามาแปดโมง เอ้ะ รู้สึกเหมือนไม่ได้นอน
    แต่ก็เอาน่า มาเที่ยวๆๆๆ ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน
    แล้วออกมาเจอกาแฟร้อนจากคุณที
    ซึ่งแอบถูกใจ เพราะไม่ได้บอกอะไรคุณทีเลยแต่ชงได้รสแบบลาเต้ที่ฉันชอบเป๊ะ
    ในขณะที่เบียร์กินกาแฟดำเพียวๆ
     
    ตอนเช้านั่งจิบกาแฟมองทะลุสระน้ำแล้วมีเส้นตัดกับทะเลเป็นอินฟีนิตี้ สวยมาก
    สวยจนมองแล้วคิดถึงคนข้างหลัง อยากให้มาด้วยกัน
    IMG_0560IMG_0556IMG_0561
     
    จากนั้นเราก็เริ่มออกเดินเพราะมีคนจะพาเดินชมรอบๆศรัพันวากัน
    ตอนแรกคิดว่าใกล้ๆไปแป้ปเดียวกลับ
    เลยไปทั้งหน้าโล้นๆปราศจากครีมกันแดดทั้งมวล
    เป็นวันที่พลาดมาก เพราะวันนี้วันเดียวทำอาฉันหลังไหม้ หน้าดำมาจนถึงวันนี้!
    IMG_0576IMG_0578IMG_0585IMG_0587IMG_0599IMG_0637IMG_0586
     
     
    เดินกันจนทั่ว ดำกันจนได้ที่ก็กลับมาคราวนี้กระโจนลงสระกันอีกรอบ
    ตอนแรกฉันก็เอาขาจุ่มๆ แต่แหมช่างมัน สระส่วนตัวหนิ
    ว่าแล้วก็เสื้อกล้ามชุดนอนกับกางเกงจาสั้นนี่ละฟะ ลุ้ยยยยย
    (นี่ถ้าไม่มีเสื้อกล้ามสงสัยได้ตีโป่งแน่นอน)
    IMG_0673IMG_0676IMG_0679IMG_0680
     
    ว่ายกันจนบ่าย คุณนายเลิฟเพิ่งมา หิวข้าวสุดๆ
    ทั้งเช้ามีกาแฟหล่นถึงท้องแค่ถ้วยเดียว เลยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำไปหาของกินด่วน
    ข้อเสียของศรีพันวาคือเข้ามาแล้วขี้เกียจออกไปไหน เพราะมันไกล ไกล๊ ไกล
    อะเมื่อออกแล้วเราก็ไปหาของกินกันทันทีด้วยการนั่งเรือไปทานกันในกระชัง
    อาหารสด อร่อยราวกับเพิ่งจับออกมาจากกระชังเมื่อตะกี้นี้
    ตอนกินแอบแผ่เมตตาไปด้วยถ้าย่าปุกรู้มีหวังโดนเทศน์หูชา
     
    IMG_0693IMG_0696IMG_0697IMG_0700IMG_0701
    ได้ขึ้นไปที่หอชมวิวเขาขาดด้วย กว่าจะไต่ไปถึงลิ้นห้อยออกมาถึงตาตุ่ม แต่ลมดี เย็น วิวสวย หายเหนื่อยเลย
    ก่อนกลับเข้าที่พักมีแวะซื้อลูกชิ้นปลาเจ้าดังที่คุณทีการันตีไว้ว่าใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ อร่อยและไม่คาว
    ซื้อกันไปหนึ่งกิโล ทีแรกพอเห็นว่าโลเดียวมีแค่25ลูก เลิฟกับเบียร์มองหน้ากันด้วยความรู้จักขนาดกระเพาะอาหารของกันและกันเป็นอย่างดี
    เลยหันไปบอกว่าเอาอีก! แต่คุณทีสั่งห้ามมมม ไว้มาซื้อใหม่ก็ได้น่า
     
    อ้อ คืนนั้นเราได้ทานข้าวต้มกระดูกหมูที่อรอ่ย อร่อยมากกกก
    กระดูกหมูอ่อนทุกชิ้น กินกันมันปากมาก
    น้ำซุปก็หวาน หวานเสียจนคนไม่ชอบน้ำแกงอย่างฉันยังกินได้หมดชาม
     
    พอกลับถึงที่พัก อ้าว ทำไมพอนังคุณนายเลิฟมาฉันก็ยังกลายเป็นยัยแจ๋วอยู่ดีฟะ
    ขณะที่ตัวเองกำลังบิดของผ่านเน็ตอย่างเมามัน ก็มีเสียงตะโกนจากสระน้ำว่า
    ปอนด์ อยากกินขนมจาก  ปอนด์ ไปลวกลูกชิ้นมาให้กินหน่อยดิ๊
    อะไรกันนักหนา ขอตูซื้อของเสร็จก่อนได้มั้ย
    แต่ซื้อของเสร็จแอบดูมวยต่อด้วย เชียร์พี่สมจิตรขาดใจ ฮ่าๆ
     
    จากนั้นก็ออกมาลวกลูกชิ้นพร้อมเป็นเบ๊ต่อ นั่งคุยกันสนุกสนานถึงตีอะไรไม่รู้
    แล้วก็เข้านอน คืนนี้เลิฟพยายามชวนเบียร์ขึ้นเตียงเป็นครั้งที่สอง แต่ไม่สำเร็จ
    ท่าทางเบียร์จะกลัวเราสองคนเอามากๆ ฮ่าๆ
     
    เช้าวันอาทิตย์ เตรียมกลับสู่สภาพความเป็นจริง
    เรามาภูเก็ตเพื่อประชุมนี่หว่า คิดได้ดังนั้นก็ชักไม่สนุก
    เตรียมตัวเก็บข้าวของพร้อมสมบัติพัสถานแล้วก็ถ่ายรูป ถ่ายรู๊ป ถ่ายรูปกันทั่วๆ
     
    แอบติดใจฝักบัวใหญ่ๆของที่นี่ หลังจากที่ไปแอบดูที่โฮมโปร
    พร้อมกับตกใจในราคา กรี้ดดด สองหมื่น ได้ข่าวว่านั้นเกินครึ่งของเงินเดือนอิชั้นอีกนะ!
    พักที่นี่เราสามคนออกไปอาบน้ำฝักบัวท่ามกลางแสงจันทร์กันหมด
    ก็ดูสิ บรรยากาศน่าอาบแถมสบู่อาบน้ำของปัญปุริก็อย่างหอม
    หอมจนคุณนายเลิฟลงทุนเทน้ำมันล้างหน้าแล้วกดครีมอาบน้ำไปตู้มมมม
    IMG_0711IMG_0712IMG_0715IMG_0728IMG_0730IMG_0731IMG_0739IMG_0737IMG_0740IMG_0741IMG_0733IMG_0748IMG_0759IMG_0760IMG_0766IMG_0769IMG_0768
     
     บ่ายโมงกว่าเราสามคนก็เคลื่อนทัพออกจากศรีพันวามุ่งหน้าสู่ เซนทารา กะรน
    ปรับสีหน้าจากนักท่องเที่ยว พาหลังดำๆไหม้แดด มุ่งหน้าเข้าสู่ work modeกันทันที
     
    June 10

    Hua Hin จริงๆละ

    หลังจากที่จัดกระเป๋าไม่สำเร็จ
    เพราะง่วงนอนบวกกับมัวแต่เมาท์
    เลยมาจัดกระเป๋าเอาตอนเช้า
    ตื่นมายังมีโอ้เอ้ กว่าจะหยิบนู่นนี่ปาเข้าไปแปดโมง
    คุณฝาชีเลยมีประชดบอกหนูไม่ต้องรีบหรอก นี่แปดโมงแล้วนะ
    ได้ข่าวว่านัดเก้าโมงไม่ใช่เหรอ
     
    อะอ้าว เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว กวนแต่เช้า
    แปดโมงครึ่งออกจากบ้านเรียกแท๊กซี่ไปคอนโดคุณนายเลิฟ
    ระหว่างทางดันเจอรถชนตรงทางออกอุโมงค์ตรงจรัล
    ไอ้คันฉันดันอยู่ตรงกลางเลยติดแหง่กๆอยู่
    ฤกษ์ไม่ดีรึเปล่าเนี่ยฉัน เลยโทรหาเลิฟๆไม่รับ
    โทรหาเบียร์ถามถึงไหนแล้วเบียร์บอกเพิ่งออกจากบ้าน -*-
    ก่อนจะวางหูเบียร์ถามแกใส่กางเกงขายาวหรือขาสั้น
    อ้าว ไปทะเลนะเฟร้ย ขาสั้นสิแก
     
    กว่าจะหลุดจากอุโมงค์ไปถึงคอนโดคุณนายเลิฟก็เก้าโมงห้านาที
    ปรากฏว่าฉันไปถึงเป็นคนแรก
    นั่งรอกับเลิฟที่ล็อบบี้ประมาณสิบนาที
    พี่อั๋นก็มาพร้อมซีวิคสีเทา ซึ่งจะเป็นพาหนะพาเราไปหัวหินในวันนี้
    มาถึงป๋าสารภาพว่าเมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตีสามเพราะไปหลั่นล๊าแถวเลียบทางด่วน
    เล่นเอาฉันทึ่ง ป๋า ไหนๆวันนี้ก็จะเที่ยวอยู่แล้วไม่ไปมันผิดผีรึไง
    พอพี่อั๋นมาถึงเราก็โทรไปกดดันไอ้เบียร์กับพี่ปุ๊กทันที
     
    กว่าทั้งคู่จะมาได้ก็นู่นเกือบสิบโมง
    พอมาถึงเบียร์ก็เอารถไปจอดแล้วก็ยักย้ายถ่ายเทข้าวของลงรถพี่อั๋นทันที
    เริ่มออกเดินทางกันได้เลย
    งานนี้กรี้ดกร้าดกันตลอดทาง
    พี่อั๋นบอกไม่ชำนาญทางไปจากปิ่นเกล้า
    คุณนายเลิฟเลยบอกทาง
    ปรากฏว่าหลงค่ะ ไปโผล่ไหนไม่รู้จำไม่ได้แล้ว
    ป๋าถึงกับบอกว่า พี่ฟังปอนด์พูดถึงเลิฟเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วค่ะ
    แต่พี่ไม่เชื่อ มาวันนี้โดนกับตัวพี่เชื่อแล้วค่ะปอนด์
    กร้าก ฮาแตกทั้งคันรถ
     

    คุณนายเลิฟป๋าอั๋นพี่ปุ๊กซ่ากับเลิฟเลิฟกับเบียร์ลั่นล้ากันตั้งแต่ปิ่นเกล้าon the way to Hua Hin

    ขับรถประมาณสามชั่วโมง

    เราก็ไปถึงหัวหินกัน ด้วยความที่มารวมกันแบบนี้กลุ่มเมาท์จึงเกิดขึ้น

    ใครไม่มาเลยโดนเผากันทุกอณู  นอกจากนั้นยังมีการบิวด์ให้เบียร์ออกรถใหม่เป็นระยะๆ

    และดูท่าทางเบียร์จะบิวด์ขึ้นเสียด้วยสิ

     

    ก่อนเข้าบ้านเราแวะซื้อของกินเล่นด้วย

    เป็นเหล้ายาปลาปิ้ง ซื้อกันแบบว่างานนี้ตับมีเหนื่อย

    ส่วนฉันดันลืมเอาคอนแทคเลนส์มาซะงั้น (ใส่แบบวันเดย์)

    ใส่ติดตามาคู่เดียว เลยต้องแจ้นไปซื้อใหม่อีกกล่อง

    เล่นเอาป๋าขำ เออวุ้ย ของไม่น่าลืมมันก็ยังลืมได้

     

    พอมาถึงที่พักทุกๆคนก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

    เพราะบ้านพักที่เบียร์ให้เอเจนท์จองนั้น

    มันสวยมาก สวยกว่าที่คาดไว้มาก

    บ้านสามชั้น 4ห้องนอน4ห้องน้ำ คืนละ5300

    เห็นเสียดายมาก ถ้าไอ้ผึ้งไอ้แก้วไม่เบี้ยวคงจะสนุกกว่านี้

     

    สุดยอดบ้านพัก3ชั้น4นอน 4น้ำสำรวจพร้อมจะเมาเต็มที่ห้องนอนเลิฟปอนด์กับพี่ปุ๊กนอนนี่

     

    พอมาถึงบ้านสำรวจตรวจตรากรี้ดกร้าดไปตามประสา

    เผลอแป๊ปเดียวหันไป3ใน5ก็มีอาการดังนี้

    Before

    คุณนายเลิฟยิ้มหวานป๋านอนเอาแรง

    After

    หันไปอีกทีเลิฟหลับอะอ้าว ป๋า เผลอแป๊ปเดียวอ้าวพี่ปุ๊กหลับซะแล้ว

     แต่ฉันดันไม่ง่วงเลยเดินออกไปถ่ายรูปเล่นกับเบียร์ สนุกเหลือหลาย
     
    พี่บึ้กมั่งดิอว่าแล้วถ่ายไปร้อยใบมันต้องมีสักใบน่าเท่จริงๆคิดถึงแหนอยู่เหรอสวยพอมั้ย
     
    ถ่ายรูปเล่นกันพอประมาณก็กลับเข้าบ้าน
    นั่งกินขนมกันนิดหน่อย เจอท่าป๋าคาบทาโร่แล้วแทบสำลัก
     
    มาโร่เป็นพิษ
     
    นั่งพักพอหายเหนื่อยเราก็ไปทานข้าวกันที่ร้านกินแหลก
    สั่งแกงนกซึ่งไม่ได้ใส่นก
    มันเป็นแกงน้ำซุปใสๆเหมือนแกงป่า มีกุ้งกับกระเพราลอยฟ่อง
    เผ็ดกันแทบบ้าทาย แต่เลิฟกับเบียร์ก็บ่หยั่นซดเอาซดเอา
    ร้านนี้อาหารอร่อยมาก สั่งผัดผัก ข้าวผัด แกงนก ลาบปลาทอด
    กินกันเรียบวุธ
    แกงนกจากร้านกนแหลก อร่อยสุดยอดผัดผักก็อร่อยเลิฟเลยจ้วงเอาๆเท่เจงๆอันนี้เรียกอุบาทว์เจงๆตักใหญ่เลยนะเพื่อนข้าวผัดปู อร่อยอีกแล้วตักกันไม่หยุด
     
    กินกันเสร็จก็กลับไปนอนผึ่งพุงกันก่อน
    ให้อาหารย่อยแล้วเราจะไปเล่นน้ำกัน
    นั่งย่อยกันสักชั่วโมงพวกเราก็ปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเล่นน้ำทะเล
     
    งานนี้ฉันไม่ถนัดทะเลเท่าไหร่
    ลงไปได้นิดเดียวก็ต้องกลับขึ้นฝั่งเพราะว่าห่วงกล้องที่วางไว้ที่หาด
    เล่นน้ำไม่สนุกกลัวกล้องหาย ฮ่าๆ
    เลยขึ้นมานั่งบนฝั่งคนเดียว ถ่ายรูปนู่นนี้นั่นไปเรื่อยๆ
     
    คู่รัก(ใครก็ไม่รู้)แต่มันอยู่ในเฟรมแล้วสวยดีตะวันกำลังตกดินเหงาแฮะทรีนคู่หอย
     
    นั่งถ่ายรูปเล่นอยู่ประมาณ20นาที
    เหล่าพลพรรคก็ค่อยๆยกพลขึ้นปก
    จากนั้นเราก็มาถ่ายรูปกันก่อนกลับไปเล่นน้ำสระกันต่อ
     
     
    ค่อยยังชั่วขึ้นมาเร็วๆเลย1-2-3 แอคชั่นCUP Teamเอ้า เก๊ก
     
    พอลงสระนี่ก็มีการแก้แค้นกันเกิดขึ้น
    และแน่นอนคนที่โดนรุมก็เห็นจะไม่พ้นพี่อั๋น
    เพราะปีนี้แมคกรอ แย่งadoptionเคมบริดจ์ไปได้มากมาย
    พี่อั๋นเลยโดนซัดด้วยน้ำไปหลายที
     
    ลงน้ำสระมั่งเข้าแถวหน้ากระดานโดนแกล้งโทษฐานได้adoptionไปเยอะระบำใต้น้ำป๋าทำได้ไงเนี่ยดีขึ้นเกยตื้น#2
     
    เล่นกันจนค่ำ ตัวเปื่อยกันพอประมาณ
    ก็ได้ฤกษ์กลับบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
    เตรียมตัวไปหาของกินกันกันต่อ
     
    เบียร์พาเราไปที่ร้านอาหารทะเล ชื่ออะไรลืมไปแล้ว
    แต่อร่อยมาก หวานเชียว
    คุณนายเลิฟไม่ยอมแทะปูบอกว่าลำบาก
    คิดถึงพี่เถ้า ปกติพี่เถ้าแกะให้
    เวร โทรไปเรียกพี่เถ้ามาแกะดีมั้ยไอ้เพื่อน
    ฉันเห็นเลยต้องจัดแจงแกะให้คุณนายทาน
    JbXvhj092741-02yt6Ugf589968-02
    กินกันเยอะแยะจนอิ่มพุงแปล้
    ก็ถ่ายรูปกันเป็นที่ระทึกจากนั้นก็ยังไปจอดแวะ
    ซื้อไอติมโยเกิรต์ของ Red Mango กันต่อ
    ฉันชอบมากเพราะมันเข้มข้นได้ใจ
    ทุกคนเลยซื้อตามเป็นแถว ยกเว้นพี่อั๋นผู้ซึ่งไม่พิสมัยโยเกริ์ต
     
    พอกลับถึงบ้านก็มีการหาแอลกอฮอล์มาเติมลงเส้นเลือด
    เบียร์กับพี่อั๋นก็กินเบียร์
    คุณนายเลิฟกินสปาย
    ฉันกับพี่ปุ๊กกินบาร์คาดี้และสเมอเนอฟ
    พอห้าทุ่มเราก็ออกตระเวณหาผับดีๆกัน
     
    ตอนแรกเอเจนท์แนะนำเวฟผับแต่ไกลจัง
    ขับไปเท่าไหร่ก็ไม่เจอไปเจอ Hi4
    ห้าคนมองหน้ากัน เอาวะ อันนี้ละ
    เสียตังค์เข้าไปกันปุ๊ปก็เริ่มทำตัวสนุกให้สมค่าบัตรกันทันที
     
    เย็นย่ำก็ตระเวณราตรีส่อมากรูปนี้พี่ปุ๊กเมาแร้วเมื่อฝาชีไม่อยู่ ฮ่าๆเล่นสดดีมากค่า
     
    เต้นกันกระจายยกเว้นคุณนายเลิฟ
    ที่นั่งยักไหล่ดึกๆเป็นสัญญาณว่าเธอกำลังสนุกมาก
    เพราะปกติแล้วไม่ว่าจะสนุกแค่ไหนไอ้เลิฟมันจะนั่งนิ่งถึงนิ่งมาก
     
    เมามันส์กันจนถึงตีสองครึ่งก็ได้เวลากลับ
    ลุ้นกันน่าดูว่าป๋าจะขับรถตรงมั้ย
    แต่ก็ถึงได้โดยสวัสดิภาพนะ
    แต่ยังอย่าคิดว่าจะหลับกัน
    ในตู้เย็นยังมีเบียร์และสเมอเนอฟเหลือ
    เอามานั่งกินกันต่ออีก
    เพราะใครซื้อก็ต้องรับผิดชอบกันเอง
    งานนี้คุณนายเลิฟมีกลับคาสปาย
    ป๋ากับเบียร์ต้องไล่ขึ้นไปนอนกัน
     
    ตื่นมาตอนเก้าโมงเช้าเดินลงมาไม่มีใครตื่นสักคน
    นั่งเล่นข้างล่างสักพักเบียร์ก็เดินลงมา
    ไปนั่งกันหน้าบ้านมองสระว่ายน้ำรับลมเย็นๆ
    เบียร์จะเดินไปอึเลยเอาIpodมาให้ฟัง
    ฉันเลยย้ายตัวเองไปนั่งเก้าอี้ริมสระน้ำแล้วก็ฟังIPODไปด้วย
    โอ้โห สุข สงบ สบาย
     
    นั่งอยู่ริมสระนานมากจนเริ่มใกล้เที่ยง
    เลยเดินกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวกลับ
    ขากลับมีแวะกนก๋วยเตี๋ยวใส่หน่อไม้ฝรั่ง
    อร่อยดี มีแวะราชบุรีเล็กน้อยให้คุณนายเลิฟหาแม่
    เอาผ้าไปซัก จากนั้นเราก็เดินทางเข้านครปฐมกินข้าวเย็นกันอีกรอบ
    ที่ร้านลุงลอย อร่อยมากค่า ถ้าผ่านอย่าพลาดนะ
     
    ข้างหลังก็ร่าเริงแต่ยังไม่อยากกลับหนิพี่อั๋นหันมาถ่ายรูปกับเลิฟหน่อย  คนทั้งรถร้องเฮ้ยยยยยถ่ายตัวเองก็ได้ฟะถ่ายให้เลิฟกับเบียร์ก็ด้ายยยคู่กับพี่ปุ๊กก็ยังไหวตั้งใจจริงๆแฮะอะรูปสุดท้ายก่อนเข้ากทม
     
    งานนี้สรุปว่าสนุกมาก Publisher Trip (Pilot project)
    ถือว่าผ่านไปด้วยดี งานนี้เลยคิดทริปกันอีกรอบ
    ฉันเสนออังกอร์วัดไป ทุกคนโอเค
    ฮ่าๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด โปรเจ็คถัดไปเราจะไปเขมรกันแน่นอน
     

    หัวหิน ฉันจะคิดถึงเธอ

    หัวหิน หัวหิน หัวหิน
     
    สนุกมากค่ะ
     
     
    June 06

    Hua Hin, see you tomorrow!

    วะ ฮ่ะ ฮะ ฮะ ฮ๊า
     
    พรุ่งนี้แล้ว เย้
     
    สองสาวกับหนึ่งหนุ่มจาก CUP
    หนึ่งลุงจาก McGraw-Hill
    หนึ่งสาวจากอดีตDK
     
    เราจะไปหัวหินกันแล้ว
    หลังจากที่ไอ้แก้วและไอ้ผึ้งแห่ง OUPมาเบี้ยวเอาโค้งสุดท้าย
    จองบ้านไปแล้วนี่หว่า ไปก็ไปวะ
     
    ตอนแรกมีการโทรเช็คพี่อั๋น
    เพราะชักไม่แน่ใจว่าสาวๆออกฟอร์ดเบี้ยวแล้วเนี่ย
    พี่อั๋นยังจะอยากไปอยู่รึเปล่า
    พี่แกตอบได้น่าสงสารมากว่า
    ไปค่ะปอนด์ ถึงไม่มีใครไป พี่ก็ไปคนเดียวค่ะ
    ฟังแล้วเล่นเอาฉันกับเลิฟขำก้าก
    โถ พี่อั๋นทำตัวน่าสงสารเชียว
    ไปสิค้า พวกหนูจ่ายค่าบ้านไปห้าพันแล้วเน้อ
    ไม่ไปได้ไงเล่า เสียดายเงินเห็นๆ
     
    เลยสรุปว่ายุบรถไปหนึ่งคัน
    เอารถพี่อั๋นไปคันเดียวพอข่าวว่าแมคกรอฮิลล์ให้ค่าน้ำมันเยอะ ฟิ้วววววว
     
    ฮาที่หนึ่ง
    กลางดึกคืนหนึ่ง
    ตะระตี๊ ติดตี่ ติดตี่ ติดตี่
    เบียร์ : ว่าไงเลิฟ โทรมาซะดึกเลย มีอะไรรึเปล่าแก
    เลิฟ:  เบียร์ เลิฟจะบอกว่าเลิฟได้รองเท้าเอาไว้เดินชายหาดแล้ว
    เบียร์: กรูจะบร้า
     
    คืนวันต่อมา ในขณะที่ฉันกำลังออนเอ็ม
    คุณนายเลิฟโทรมาถามว่า
    ปอนด์ๆ แกเอาเสื้อผ้าไปกี่ชุดวะ
    เออ สองชุดน่าพอนะ ผ้าขนหนู ชุดว่ายน้ำ
     
    ขณะตอบเลิฟก็พิมพ์บอกเบียร์ไปด้วย
    เห็นเบียร์บ่นๆว่า อีนังพวกนี้นี่เวอร์กันไปไหน
    พอเบียร์บอกว่าเลิฟโทรอวดว่ามีรองเท้าเดินชายหาดแล้ว
    ฉันเลยกรี้ดผ่านเอ็ม แว้กกกกกกกกกกกก
    เล่นเอาเบียร์ตกใจถามว่าอะไร อะไร อะไร
    แก ชั้นยังไม่มีรองเท้าเดินชายหาดเลย
    เบียร์บอก นังนี่อีกคน
    เดี๋ยวอุ้มเลยละกัน ไม่อยากให้เท้าปอนด์เปื้อนทราย
    อะ เอาเข้าไป แหลได้อีกนะเพื่อนนะ ฮ่าๆ
     
    อ้าว ก็รองเท้าแตะฉันมันเป็นกำมะหยี่นี่นา
    ขืนใส่ไปทะเลก็พังพอดีแถมเป็น Charle and Keith ด้วยนะ
    ถึงจะเซลล์แล้วแต่ก็เจ็ดร้อยนะคุณ
    คู่นี้ฉันแอบกัดตัวเองเสมอ
    ว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้นะคร้า  ต้องโง่ด้วย
    กร้ากกก
     
    เอาละ ไปเก็บกระเป๋าดีกั่ววว
    ตื่นเต้นเหลือหลาย
     
     
    June 05

    ฤาจะถึงทางแยก..?

    วันนี้ฉันเข้างานสาย
    เพราะรถติดมาก มากๆ มากๆๆๆ
    เค้าไม่ให้กลับรถหน้ารร.กรุงเทพคริสเตียน
    รถเลยคิดยาวเป็นแพเลย เสียเวลาชะมัด
     
    ดีหน่อยที่ลูกค้าตามงานวุ่นทางโทรศัพท์
    เลยไม่ค่อยรู้สึกผิดเท่าไหร่ที่เข้างานสาย
    เอ้ะ หรือว่าสายจนชินฟะ ฮ่าๆ
     
    วันก่อนเลิฟทักว่า ฉันอยากจะเทรนอะไรเพิ่มเติมรึเปล่า?
    อืมมม ไม่มีว่ะแก ฉันนึกอยู่สักพัก
    ก่อนจะบอกเลิฟว่า เอาไว้แกเรียนจบค่อยให้ออฟฟิศส่งฉันเรียนโทบ้างละกัน
    คุณแมเนเจอร์ก็พยักหน้าแทนคำตอบ
     
    เมื่อวานเลยปรึกษากับพี่เก๋ Marketing managerสุดโก๊ะของพลาซ่าชื่อดังแถวพัทยา
    พี่เก๋บอกว่า ถ้าปอนด์จะเรียนเพื่อเอาเป็นวุฒิในการหางานใหม่มันก็ดี
    แต่ถ้าปอนด์จะเรียนแก้เบื่อแล้วยังทำกับที่นี่ต่อ
    พี่ว่าเงินเดือนมันคงไม่เยอะขึ้นมากมาย
     
    แล้วพี่ก็บอกหลายครั้งแล้วว่าปอนด์น่ะควรจะต้องได้เงินเดือนเยอะกว่านี้ อย่างน้อยๆก็สักห้าหมื่น
    พี่เห็นงานปอนด์ เห็นปอนด์ดีลงานก็รู้ว่าpersonalityทางด้านเซลล์สูงมาก
    เอาดีทางด้านนี้รุ่งแน่
    พี่เก๋พูดเหมือนCOO( Chief Operation Officer) ของบริษัททางด้าน Medical ที่ฉันเคยไปสัมภาษณ์
    พอเห็นฉันตาซีโอโอ ตานี่บอกเลย ยูจะเอาเท่าไหร่
    ไออยากได้มาเป็นเลขา แต่ไอไม่ให้ยูทำเลขานานๆหรอก
    เพราะยูเป็นได้มากกว่านั้น แถมHRอีกคนก็บอกว่าไม่สนใจเป็นเซลล์เหรอ
    อ้าวว ก็เบื่อจะหนีเซลล์นี่ล่ะถึงได้มาลองเลขาไง ฮ่า
     
    เออวุ้ย นั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า เอ๊ะ นี่ฉันมีความสามารถมากขนาดนั้นเลยเหรอ
    หลังจากนั้นก็โดนHRโทรมาจิกอย่างถี่เพราะตา คอสตอฟอยากได้ฉันไปทำงานด้วยมาก
    อย่างงง แต่พอไปบอกกา ปรากฏว่ากาสู้เงินเดือน
    ถึงแม้จะให้ได้ไม่เท่าที่ใหม่ แต่ก็ไม่น่าเกลียด
     
     
    เฮ้อ ฟังแล้วถอนหายใจเฮือก
    หรือฉันจะเป็นคนติดที่ไปแล้วนะ
    ก็ที่นี่มันวันหยุดเยอะดีตั้ง20วัน followตามที่ยูเค ก็เลยพอมีเวลาพักผ่อนยาวๆบ้าง
    มันทำให้ฉันมีเวลาอยู่กับลูก อยู่กับบ้าน
    ถึงแม้ว่าพักร้อนส่วนมากจะไปอยู่ตามรพ.ตอนลูกไม่สบาย
    หรือกลายเป็นวันที่ต้องทำความสะอาดบ้านก็เถอะ
    ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า
    ถ้าต้องกลับไปเอาพักร้อนแค่5วัน7วันก็แอบถอนหายใจเหมือนกันเนอะ
    ยังไม่รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อทำงานอีก 
    แล้วจะไม่ให้รักที่นี่ได้ยังไงเล่า
     
    วันนี้พูดเล่นกับเลิฟ
    นี่แกถ้าสามีชั้นรวย ฉันคงทำกับเคมบริดจ์ไปเรื่อยๆว่ะ
    ถึงเงินน้อยก็ไม่เป็นไร แต่เพราะมันดีที่มีพวกแกอยู่
    จำได้ว่าตอนที่จะลาออกไปเป็นเลขา
    แล้วโค้งสุดท้ายที่เปลี่ยนใจกะทันหัน
    ฉันได้SMSจากเลิกตอนกลางคืนว่า
    "ขอบใจมากนะเพื่อนที่อยู่ช่วยกัน"
     
    เบียร์เองก็บอกให้ฟังเรื่อยๆ
    ว่าที่นี่ดีที่สุด แฮปปี้ที่สุดก็เพราะมีเพื่อนร่วมงานอย่างแกกับเลิฟนี่ล่ะ
    หนังสือแพง วาไรตี้ไม่มาก แถมต้องทะเลาะกับdistributorทุกวัน
    แต่ดีที่มีแก
     
    อือ ใช่ ดีที่มีพวกแก
     
    ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองถึงทางที่ต้องเลือกรึยัง
    เพราะอายุอานามก็เริ่มมากขึ้น แน่นอน มันจะเปลี่ยนงานยากขึ้น
    แต่... อืมม
    ตอนนี้ก็ขอทำอยู่กับที่นี่ไปก่อนนะ
     สงสัยฉันจะรักที่นี่ไปเต็มๆซะแล้วล่ะ
    May 28

    ประกาศจากคณะ

    เช้าวันนี้ฉันได้รับอีเมล์จากป๋าอั๋นแห่งสำนักพิมพ์แมคกรอ-ฮิลล์ ใจความดังนี้

    ประกาศ

    เนื่องด้วยในขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองกำลังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ข้าวยากหมากแพง เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ไม่มีผู้ใดแสดงความรับผิดชอบอย่างแท้จริง เพื่อความสงบเรียบร้อยในสังคม ทางคณะผู้ก่อการจึงขอยึดอำนาจการบริหารทั้งหมดและ ขอให้ทุกท่านฟังข้อเสนอเพื่อปฏิบัติตาม ดังนี้

    1.

    คณะผู้ก่อการจะขอเปิดการประชุมนอกสถานที่ในวันที่ 7-8 มิถุนายน สถานที่ หัวหิน

    2.

    รบกวนแจ้งกลับเพื่อเตรียมยุทธโธปกรณ์พร้อมกับที่ซ่อนตัว

    3.

    ถ้าไม่สะดวกในวันนั้นจะเอาเป็นวันไหนให้แจ้งด้วย แต่ไม่ควรนานเกิน 2 อาทิตย์ ต้องล่มแน่ๆ

    4.

    รบกวนแจ้งต่อกับสมาชิกท่านอื่นที่ไม่ได้อยู่ในจดหมายลูกโซ่ฉบับนี้ด้วย

    หวังว่าทุกท่านคงให้ความร่วมมือ เพราะหลังจากที่ฟาดฟัน เข่นฆ่ากันไปในสมรภูมิเทอมหนึ่งที่ผ่านมา ทุกท่านน่าจะได้พักผ่อนร่วมวงดื่มน้ำจับเลี้ยง บวกเลขแปดเก้าด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเทอมต่อไป

    ประกาศ ณ วันที่

    28 พฤษภาคม 2551

    ค.ผ.ก.ก.อ.จ.ท.ท.ห.ม.ก.ฮ.

    คณะผู้ก่อการอยากจะท่องเที่ยวแห่งแมคกรอฮิล

     

    อ่านแล้วขำก้าก เลิฟเลยมอบหมายให้ฉันเป็นตัวแทนเคมบริดจ์ตอบไปว่า

    ประกาศการตอบรับ

    เนื่องด้วยหนังสือประกาศจากทาง

    ค.ผ.ก.ก.อ.จ.ท.ท.ห.ม.ก.ฮ. ว่าด้วยเรื่องการประชุมที่หัวหินนั้น ทาง ค.ร.ส.ส.ส.ล.ร.น.ส.ล.ห.ค.บ.ย.น.ว.ซ.ต.พ. (คณะเร็พสาวแสนสวยและเร็พหนุ่มสุดหล่อแห่งเคมบริดจ์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เพรส) เห็นว่าเป็นเรื่องที่สมควรต้องมีมติให้ผ่านโดยด่วน จึงขอตอบการการประชุมอย่างยินดีและเต็มใจยิ่ง และยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะค.ร.ส.ส.ส.ล.ร.น.ส.ล.ห.ค.บ.ย.น.ว.ซ.ต.พ กำลังอยากเที่ยวมากๆ กรุณาอย่าทิ้งไว้นานเกิน เพราะอาจล่มได้ และที่สำคัญตอนนี้บิกินี่ข้าพเจ้าพร้อมแล้ว ฮ่าๆ

    จะติดตามรอประกาศจากคณะอื่นๆต่อไปด้วยความหวัง

     

    ค.ร.ส.ส.ส.ล.ร.น.ส.ล.ห.ค.บ.ย.น.ว.ซ.ต.พ

    (คณะเร็พสาวแสนสวยและเร็พหนุ่มสุดหล่อแห่งเคมบริดจ์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เพรส)

     

    แต่เบียร์ฮากว่าเพราะดันมาตอบต่อท้ายว่า

    อ่านเเล้วฉันยังงงงวยกับบทความสนทนาของเเกว่ะ อะไรมันจะรับเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนั้น

     

    สรุปว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

    ฉันตั้งใจจะหนีลูกและสามีไปเที่ยวหัวหินดีกว่า

    ถ้าได้ไปยืนอยู่ริมทะเลแล้วสูดหายใจลึกๆให้เต็มปอดก็คงจะได้ปลดปล่อยสิ่งหนักๆในใจออกไปบ้าง

    ให้น้ำมันเซาะตะกอนความคิดเก่าๆออกไปซะ

    ชีวิตอาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็ได้ ฮา

     

    ตอนนี้งานเริ่มกลับมายุ่ง

    ยุ่งเป็นพักๆ เหนื่อยเป็นพักๆ

    แต่ดันเครียดตลอดเวลา  หาเรื่องปลดปล่อยบ้างคงดี

    ตอนแรกคิดว่าเดือนนี้จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนเก่าๆ

    แต่สรุปแล้วก็แห้ว อ้นพูดถูกจริงๆด้วย

    นัดกันล่วงหน้านานๆทีไรล่มทุกที

    ทีหลังเก็บเสื้อผ้าหนีตามเลยดีกว่า ฮ่าๆ

     

    วันนี้เพิ่งบ่นๆกับเลิฟกับเบียร์ว่า

    เราสามคนหนีกันไปเขมรดีมั้ยเพื่อน

    ฉันจะทนไม่ไหวแล้ว อยากไปมากมาย ฮ่าๆ

    คว้าปฏิทินมากางหาวันหยุดสามวัน หวยออกที่เดือนกรกฎาคม

    เลิฟพยักหน้าหงึกๆบอกเดี๋ยวดูตารางสอบก่อนนะ

    ได้เลยเพื่อน ตอนนี้ชักจะฉุดไม่อยู่แล้ว

    จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ขอทำในสิ่งที่อยากทำให้ได้ก่อน

    ไม่อยากเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำเหมือนแต่ก่อน

    เพราะงั้นปีนี้จะเที่ยวให้แซ่บสะใจให้ได้

    เพราะออฟฟิศไม่มีประชุมที่ต่างประเทศเลย

    หาเรื่องไปกันเองใกล้ๆก็ดี

    หรือดีไม่ดี หนีไปเที่ยวคนเดียวบ้างก็ดี

    เหมือนตอนไปอังกฤษ โล่ง สบายและเป็นอิสระจากทุกสิ่งทั้งมวล

     

    จริงๆแล้วอยู่ที่ไหนก็สุขใจได้ทั้งนั้นละ

    ถ้ามันเป็นที่ๆที่อยู่แล้วสบายใจ

    ---ง่า กำลังเขียนอยู่ดีๆ น้าโทรมาบอกว่าจะไปอียิปต์อาทิตย์หน้า

    ต่อมอิจฉาพุ่งปรี้ดดดดด โอย ประเทศที่ใฝ่ฝัน

    สักวันนึงนะ

    สักวันนึงฉันจะไปพบเธอที่นั่นให้ได้

    May 07

    Manila :All about conference

    ตีห้าเป๊งก็เด้งจากที่นอนอีกแล้ว
    จะเป็นอะไรกันนักหนาเนี่ยกรู
    ง่วงๆก็ง่วงดั๊น ตื่นตีห้าได้ทุกวัน
    ไม่เป็นไร ตีห้าก็ตีห้า เลยนั่งสวดชินบัญชรไป3รอบ
    เพราะกลัวผีหลอก กร้ากกก
     
    จากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัว
    แล้วก็พบว่าปวดหน้าขา เมื่อตามตัวมาก
    ไม่ได้เกิดจากการเต้น ย้ำ ไม่ได้เกิดจากการเต้นแน่นอน
    แต่มาจากไอ้ห่วงฮีเลียมที่ต้องนั่งยองๆนานเป็น10-20นาทีนั่นต่างหาก
    แต่คนอื่นดันแซวว่าเมื่อยๆเจ็บๆเพราะเต้นมากไปซะละมั้ง
     
    วันนี้แอบตื่นเต้นเพราะมีพรีเซนต์
    ไม่เคยพรีเซนต์เลยแขวนพระรอดมาตลอด4ปี
    จำได้ว่าปีแรกสิงคโปร์ เป็นน้องใหม่ เลิฟพรีเซนต์เอง
    ปีสองที่โคตาคินาบาลู คลอดพอดี อดไป
    ปีสามเวียดนาม จัดแบบใหม่ไม่ต้องทำ
    ปีสี่นี่มาเลย เมล์คำสั่งจากสิงคโปร์
    ให้ทำพรีเซนต์เรื่องหนังสือเล่มนึงที่Successในไทย
     
    อ่าววว ตรูทำpower point เป็นที่ไหน
    อ๊ะลองมั่วดูแล้วส่งไปให้ Marketing Managerที่Harrisonทำให้
    ฮ่าๆ ขอบใจมากนะมุก ส่งมาให้เลือกตั้งสามสี่แบบ
     
    จำก็ไม่ค่อยจะได้ เริ่มรู้สึกแล้ว
    ว่าที่เคยแซวๆเลิฟบ่อยๆว่าตื่นเต้นๆวันนี้เข้าตัวหมด
     
    หลังจากนั่งฟังชาวบ้านชาวเมืองเค้าพรีเซนต์
    คนอื่นก็ไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นนี่หว่า
    แต่ก็นั่นล่ะ พวกนี้มันพรีเซนต์เป็นภาษาบ้านเกิดของตัวองหนิ
    ถึงจะมีพวกจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน
    แต่มันดันจบนอกทั้งนั้นเพราะงั้นแต่ละคนภาษาไฟแล่บ
    ก่อนออกไอ้เลิฟบอก แกพูดช้านะเฟร้ย
    เลิฟมีเตือนเพราะปกติฉันจะพูดเร็วมาก
    เดี๋ยวจะพรีเซนต์จบเร็วเกินไป กร้าก
     
    เอ้า พอถึงเวลาฉันต้องออกไป เอาละ
    สู้ว้อยยยย
     
    เดินออกไป ขาสั่นพั่บๆ
    กลัวเสียงสั่นมากๆ แต่ก็พยายามยิ้มสู้
    เอายิ้มสยามเข้าข่ม เห็นMDและบรรดาไดเร็คเตอร์ทั้งหลายจ้องมา
    โอย จากขาสั่นเริ่มเปลี่ยนเป็นขาอ่อน
    พอเอเมอริคส่งรีโมทสไลด์ให้ก็หายใจลึกๆ
    ยิ้มหวานๆแล้วก็พูดทันที
     
     ปล่อยมุกไปสงมุก มุกแรก พลาดมาก
    ไม่น่าเลยกรู
    ดันไปพูดว่าก่อนที่จะได้ลูกค้าก็ต้องมีการโทรศัพท์ไปก่อน
    ไอโทรไปเยอะมาก I gave them a hundred piper!
    oops, sorry I meant a hundred call.
    เงียบฉี่ แป๊กสนิท
    ก่อนมาดันลืมเช็คว่าอีเหล้า100piperเนี่ย
    มันขายเฉพาะในไทยรึเปล่าฟะ
     
    มุกทีสองพอแก้หน้าได้
    เพราะหยอดไปก่อนตบท้ายว่า
    การจะmaintain ลูกค้าให้อยู่ได้นานๆนั้น
    มันก็ต้องมี service mindที่ดีด้วย
    และที่จะขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ
    อิฉันต้องไปแก้บนด้วย
    กร้าก ไม่ได้เล่นเฉพาะทางตรง ไสยศาสตร์ก็เล่น เป็นไงละ
    อันนี้เรียกเสียงฮาตรึมได้
    ค่อยยังชั่ว
     
    กลับมาเลิฟกระซิบว่าแกตื่นเต้นมากใช่มะ สไลด์ขึ้นสามพัน
    แกอ่านสามร้อย
    อ้าววว ไม่รู้ตัวเลย
     
    พอพรีเซนต์เสร็จก็โล่งงงงง ดีใจ
    จากนั้นก็ประชุมโพรดักส์นู่นนี่นั่นต่อ
     
     
    จบงานวันแรก
    ไอ้เลิฟขอตัวไปอ่านหนังสือสอบ
    เลิฟมีสอบวันอาทิตย์พอดี เลยต้องรีบบินกลับตั้งแต่วันศุกร์
    น่าสงสารมาก แต่ก็สู้ๆนะเพื่อนเพราะกลับมาก็ได้เอด้วย
    ส่วนฉัน เบียร์ พี่ปุ๊ก เกรกเกอร์ก็ไปหาที่เที่ยวต่อกัน
    นั่งดริงค์แอนด์เมาท์กันสักพัก
    จริงๆพักใหญ่เลย
     
     
     
    งานนี้ใจกล้า สั่งคอกเทลด้วย
    ปกติกินที่ไหนเล่า ตอนอยู่อังกฤษก็น้ำเปล่าเพียวๆ
    แต่เอาน่ะ โตแล้วขอลองนิดนึงละกัน
    เอาคอกเทลคลาสสิคของคนไทย กามิกาเซ่โลด
    กินเสร็จทุกคนเบิ้ลแก้วสอง
    แต่ไม่เอาแล้ว แค่ลองชิมน่ะ
     
    จากนั้นก็กลับโรงแรมนอน
     
    วันที่สองตื่นตีห้าเป๊งเหมือนเดิม
    ขาก็ยังเจ็บอยู่อะ
    นั่งสวดชินบัญชรต่อแล้วก็อาบน้ำแต่งตัวไปประชุม
    เลิกงานวันนี้เราพยายามเดินหาร้านอาหารท้องถิ่นทาน
     
    พนักงานแนะนำร้านอะไรสักอย่างจับความได้ว่าร้านนี้น่ะมี Cook Singing
    อะไปๆๆๆวันนี้ไปกันเยอะหน่อย
    มีเบียร์ เชอนีจากมาเลเซีย หนานจากเวียดนาม พี่ปุ๊ก เฟรดดี้ ฮ่องกง โจจากจีน ฯ
    พอไปถึงเราก็สั่งอาหารมาทาน หน้าตาอร่อยใช้ได้ รสชาติเป็นอารมณ์เครื่องแกง
    IMG_4861IMG_4863IMG_4864IMG_4865IMG_4866IMG_4867IMG_4868IMG_4869
     
    กินไปสักพักก็มีเด็กเสิรฟมาร้องเพลงให้ฟัง
    เธอร้องได้หลายภาษามาก พอเดินมาถึงโต๊ะก็มีถามว่ามาจากประเทศไหน
    เธอก็จะร้องเพลงภาษานั้นๆให้ฟัง
    พอเดินมาถึงโต๊ะฉันก็มีอึ้ง เพราะมาจากหลายประเทศเหลือเกิน
    แต่เธอก็สามารถนะ พอรีเควสเพลงไทยก็ร้องคุณลำไยให้ฟัง
    ขำกร้ากเลย
     
    กินกันเสร็จก็ยังไม่อยากกลับกันครับผม
    ฉันบ่นว่าอยากไปต่ออีก อยากดู Liveband อีกนิด
    อะ ใจแตกซะแล้ว แต่ทุกคนก็เห็นด้วยเลยไปกันอีก
    แต่ร้านที่ไปเนี่ย พลาดมาก
    ไปถึงแล้วคิดถึงตั่วโกวมาก
    เพราะเพลงที่เค้าเล่นมันเก่ากว่าที่ตั่วโกวฟังเสียอีก
    นั่งกินกามิกาเซ่ แต่ตาจะปิด เพลงยุค 60ทั้งน้านนน
     
    IMG_4871IMG_4872IMG_4873
    IMG_4874IMG_4875
    สักพักเบียร์ก็บ่นว่าไม่ไหวแล้ว
    เพลงไม่ได้เรื่องเลย แต่กรูจะเต้นนแร้ววว
    เพลงไม่มันส์แต่เบียร์ก็มันได้ (เพราะblack lable on the rock)
    จากนั้นก็เป็นอย่างในรูปเลยค่ะ
     
    IMG_4876IMG_4878IMG_4879IMG_4880IMG_4881IMG_4882IMG_4883IMG_4884IMG_4885IMG_4886IMG_4887
     
    บ้ากันไปเรื่อยจนสมควรแก่เวลาก็กลับกัน
    ฉันเริ่มคันยิบๆตามตัว
    ตอนแรกนึกว่าโดนยุงกัด
    แต่ แต่ แต่
     
    เนื่องจากเป็นเด็กกินน้ำเปล่าตลอด
    มากินค๊อกเทลติดกันสองวัน
    ส่าเหล้าขึ้นค่ะพี่น้อง
    คันคะเยอะทั้งตัวเลย สมน้ำหน้าซ่านัก
    เศร้าจิตกันไป
    จำได้ว่ากลับถึงกรุงเทพ ส่าเหล้าก็ยังอยู่
    เล่าให้คุณฝาชีฟัง แกขำใหญ่ เอาเข้าไป
     
    ทริปนี้ความจำไม่ค่อยดีแฮะ
    จำได้ว่ามีอยู่คืนนึงไม่มีอะไรทำเบียร์เลยชวนไปที่ห้อง ฮ่าๆ
    ลงไปดูหนังกนสองต่อสอง
    ฉันเปิดAmerican Next top model
    พอมีโฆษณาเบียร์ก็เปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ
    ไปเจอหนังญี่ปุ่นกำลังแลกลิ้นกันนัวเนีย
    ไม่พอมีถอดเสื้ออีก โอ้วววนี่มันหนังAVรึเปล่า
    ไอ้เบียร์รีบกดเปลี่ยนช่องกลับมาANTM
    แต่พอโฆษณาอีกรอบมีแอบกดหาช่องโป๊ตะกี้
    ฮามาก คงเป็นแค่ฉากนึงละมั้ง
    แล้วมาบ่นอารมณ์เสีย อยากดูทำไมไม่ดูแต่แรกเล่า
     
    นั่งดูANTMจนจบหันไปอีกทีเบียร์หลับซะแล้ว
    จะแอบลักหลับก็ใช่ที่ เลยปิดไฟแล้วย่องกลับห้อง
     
     
     
    May 04

    Manila : Team Building

    อย่างที่เคยบ่นๆเหมือนทุกที
    ว่าถ้าไปไหนไกลๆคนเดียวจะกลายเป็นโรคตี5
    ตื่นมาตี5เป๊ง... นอนต่อก็ไม่หลับ
    ตาสว่างประหนึ่งนอน8ชั่วโมง
    ทั้งๆที่เพิ่งล้มตัวลงนอนแค่5ชั่วโมงเท่านั้นเอง
     
    ทีม บิ้ลดิ้ง จะเป็นไงวันนี้สู้ว้อยยยย
    ใส่เสื้อยืด กางเกงสามส่วนแบบกีฬา
    แบกเป้ในเป้มีร่ม หร้อมน้ำดิ่ม(ตามที่เค้าสั่งเป๊ะ) หนักชิบ
    อาบน้ำแต่งตัวเสร็จลงไปหาข้าวกิน
    ก่อนจะลงไปพร้อมกันที่ห้องรวม
    แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า กรูว่าแล้วววว
    ไม่น่าเชื่อมันมากเล้ยยเรื่องแต่งตัวกับเตรียมของเนี่ย
    คนอื่นไม่เห็นจะแต่งตัวลุยเล้ยยย
     
    เริ่มแรกของกิจกรรมก็คือเข้ากลุ่มรับผ้าประจำสีมาผูกตามตัวแล้วแต่สะดวก
    กลุ่มนี้ก็มีเจ้านายสุดที่รัก กับริชาร์ด คนคุ้นเคยที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่สิงคโปร์
    นอกนั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวไปตีซี้เอาวันนี้ล่ะ
    กิจกรรมแรกเป็นวิ่งไปกดไฟตอบคำถามเกี่ยวกับPressและมะนิลา
    IMG_4801IMG_4802IMG_4803
     
    เล่นที่โรงแรมประมาณ1ชั่วโมงก็ต้องนั่งรถตู้ออกไปที่ห้างสรรพสินค้า
    เพื่อที่จะเล่นเกมส์เป็นด่านๆ
    มีหลายด่านมาก พอไปถึงก้ไปเติมข้าวลงท้องกันก่อน
    กลุ่มอื่นเค้าก็กินกันตามสบาย
    แต่อย่าคิดว่าสีเขียวจะสบายแบบนั้น
    เพราะGareth ที่รักมันบอกว่าเราควรจะต้องเตรียมตัว
    คิดเลยว่าจะเล่นด่านอะไรก่อนเพราะแต่ละด่านจะต้องลงแต้ม
    เป็นการเพิ่มคะแนนให้กับตัวเองเล่นผ่านได้แต้ม เล่นไม่รอดก็เสียแต้ม
    เพราะงั้นต้องวางแผนดีๆ เล่นเอาฉันกินข้าวไม่อร่อยเลยวุ้ย
    ซึ่งอันนี้มารู้ทีหลังว่าทีมอื่นไม่เห็นมันคิดงี้เลย
    ตรูว่าแล้วว่าไอคุณเจ้านายที่รักมันต้องเครียดตลอดเวลา
    เล่นเกมมันยังจะเครียดอี๊กกกกก
     
    เริ่มแรกไปชู้ตบาส ไม่ยากๆ ต่อไปร้องคาราโอเกะ ตอนนี้
    ลุ้นแทบตายกลัวจะได้เพลงยาก เพราะเค้าไม่บอกว่าเพลงอะไร
    แต่พอเปิดปุ๊ป โห Top on the world ของCarpenters เก่าเชียว
    แต่มะ พอไหว จัดให้ เครื่องให้ร้อยคะแนนเต็ม รอดชีวิตไป
     
    จากนั้นมาที่ห่วงฮีเลียม อันนี้ยากมาก
    ยากตรงที่ทั้งมหดต้องเอามือรองห่วงฮีเลียมซึ่งก็เหมือนฮุลาฮูป
    แต่ไอ้ห่วงนี้ถ้าทุกคนไม่ประสานกันดีๆมันจะลอยหนีไป
    แล้วก็มีเวลาให้แค่ยี่สิบนาที งานนี้เกือบไม่รอดเพราะทำไปทั้งหมด สิบเก้านาที
    ออกจากด่านนี้เล่นอาฉันปวดหน้าขา
    เพราะว่าต้องย่อขาแบบลอยๆนานเป็นสิบนาที
    ซึ่งด่านนี้ละที่ทำให้ฉันเดินกระเผลกตลอดงานประชุม
    จากนั้นก็ยังมีด่านรำกระทบไม้ กินไข่ข้าว
    ซึ่งไอ้ไข่เนี่ยเป็นด่านที่ทำให้ฝรั่งอ๊วกแตกกันพอสมควร
    หนึ่งในนั้นก็คือไอ้ดาของฉันนั่นเอง
    ไข่ชนิดนี้ก็คือไข่ไก่ที่กำลังจะโตเป็นตัวแต่ถูกนำมาต้มซะก่อน
    จำไม่ได้แล้วว่าเค้าเรียกว่าอะไรแต่ทีบ้านเราก็มีเรียกไข่ข้าวนั่นเอง
     
    งานนี้มาหนึ่งฟองโรยซอสและพริกไทยมาเรียบร้อยพร้อมกระเทียม
    ทีมสีเขียวมองหน้ากันเอาวะช่วยกันคนละคำก็หมดน่า
    ทีพอลล่ายังกินได้เลยตอนแข่งAmazing Race ฉันก็ต้องกินได้สิ
    (แต่ตอนนั้นฉันกินก่อนพอลล่านี่ละ)
    เป็นโชคดีของฉันแต่เป็นความซวยของกาเร็ธ
    เพราะว่าฉันตักได้ตรงไข่แดงไม่โดนตัวไก่
    แต่นังกามัวแต่เอาส้อมเขี่ยเจอหัวไก่เต็มๆ
    มันทำท่าอาเจียน(ทั้งๆที่ไม่ได้กิน)
    เล่นเอาฉันตกใจเพราะมัวแต่เคี้ยวในส่วนของตัวเองนึกมันมันจะขย้อน
    สุดท้ายทุกคนกินในส่วนของไข่ เหลือตัวไก่กันจะจะ
     
    ริชาร์ดเห็นดังนั้นก็บอกว่าเอาวะ ไอกินก็ด้ายยย
    ว่าแล้วก็เอาส้อมจิ้มเข้าปากทันทีท่ามกลางตื่นเต้นของทุกคน
    ฉันได้ยินใครสักคนพูดว่า Richard, you're the  man!
    นั่นล่ะ สุดยอดมากๆ 
    ริชาร์ดกินหมดไปตั้งนานแล้วไอ้กายังทำท่าขย้อนอยู่เล้ยยย
     
    IMG_4808IMG_4809CIMG1582CIMG1583
     
    จบงานเหนื่อยแทบขาลาก ยังจบเย็นปุ๊ปเป็นงานกาล่าดินเนอร์
    ต้องรีบแจ้นกลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก
    งานนี้ไม่รู้ทำไมทุกคนรวมใจกันมาแต่งตัวที่ห้องฉัน
    เรียกว่าไอ้ออยมาคนแรกเลย ตามด้วยพี่ออน พี่ปุ๊ก ไอ้เลิฟ
     
    มากันแบบเจ้าของห้องยังใส่เกาะอกยืนมึนๆเพราะไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี
    พี่ออนนั่งม้วนผม ฉันช่วยออยแต่งตัว
    ไอ้เลิฟนั่งแต่งหน้า พี่ปุ๊กช่วยเลิฟทำผม แต่งตัวกันหนุกหนาน
    พอเสร็จยังเขินๆกันด้วยเพราะตอนแรกแอบไม่แน่ใจ
    ว่าถ้าใส่ชุดประจำชาติ ประเทศอื่นจะบ้าตามกันมั้ย
    ไอ้เฟรดดี้ ฮ่องกงบอกว่าฮ่องกงไม่มีชุดแต่จะใส่แบบเจ็ท ลี (แต่ตอนแรกมันบอก I'll wear nothing!)
    เอเมอริก สิงคโปร์ บอกว่า I am very boring เพราะจะใส่ทักซิโด้
    เบียร์บอกใส่สูทนั่นละขี้เกียจหา
    โทโมมิบอกว่า Japan Teamจะใส่ยูกาตะ โอ้โห อันนี้อยากเห็นมาก
    เจนนิเฟอร์ ไต้หวันบอกจะใส่ฮันบกแน่นอน
    เพราะงั้นไทยแลนด์ ทีมอันประกอบไปด้วยชุดผ้าไหม ชุดเกาะอก ชุดไทย ชุดเจ้านางก็สู้ตายยยย
     
    ลงไปข้างล่างปุ๊ปก็มีWelcome Drinkกันก่อนตามเคย
    แต่ไม่ค่อยได้กินหรอก เดินกรี้ดกร้าดถ่ายรูปกันมากกว่า
    IMG_4827IMG_4830IMG_4831IMG_4833IMG_4834IMG_4835IMG_4837IMG_4846IMG_0054IMG_0056IMG_2998
     
    พอได้เวลาก็เดินเข้าไปในงานนั่งตามที่เค้าจัด
    งานนี้ถึงไม่ได้มีลิสท์ว่าเราต้องนั่งที่ไหนแต่ก็มีคำสั่งกลายๆว่าห้ามนั่งรวมกัน
    อะไม่รวมก็ไม่รวม แต่ฉันก็ไปนั่บเฟรดดี้ โทโมมิ เพราะชิน
     
    มีพี่ปุ๊กกับออยนั่งตรงข้าม
    พี่ปุ๊กส่งสัญญาณว่าถูกใจเฟรดดี้ผู้ซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายแฟนเก่าพี่ปุ๊ก
    ฮ่าๆ ฉันเลยบอกพี่ปุ๊กว่าจะมานั่งสลับกันมั้ย อิอิ
    IMG_0063IMG_0064IMG_0087
     
    พอกินเสร็จก็มีการประกาศรางวัลนู่นนี่นั่นไปตามเรื่อง
    จากนั้นก็เป็นเวลาเต้น ฮ่าๆ
    ในช่วงแรกเป็นการเต้นลีลาศอีกแร้ววว
    ขอผ่านไม่ไหวอะ ถ้าได้เอกมาลีดก็อีกเรื่องตอนเต้นกับภูมิเหยียบเท้ากันระเบิด
    สักพักดนตรีเริ่มเปลี่ยนเป็นเพลงปัจจุบันทุกคนที่ไปยูเคมองหาเอเมอริค
    มันไปไหนวะ หากันระเบิดไม่มีแม้แต่เงาในงาน
     
    สักพักโทโมมิ เจนนิเฟอร์เปลี่ยนเป็นชุดราตรีแล้ว
    เริ่มทยอยกันออกไปเต้น ไอ้ออยพี่ปุ๊กฉันเบียร์มองตากันแล้วพยักหน้า ไป
    ไอ้เลิฟขออาสาเฝ้าโต๊ะ  งานนี้มีขำ ฉันเต้นจนสไบปลิว
    เต้นได้แป๊ปนึง เอเมอริคก็มา มาในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์พร้อมเต้น
    โอ้ววว แดนซิ่ง ควีนมาแร้ววว
    ฉันบอกเอเมอริคไปไหนมา เค้าบอกมาทันที
    ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่สูทเต้นไม่มัน
    จริงของมัน ชุดไทยสไบเฉียงพร้อมจีบหน้านาง เต้นลำบากมากมาย
    คิดได้ดังนั้นฉันก็วิ่งขึ้นห้องทันที
    รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าสิค้า  ไม่ถึงห้านาทีก็กลับมาในชุดพร้อมเต้น!
    งานนี้เพื่อเอเมอริคโดยเฉพาะ กร้ากกก
     
    IMG_0065IMG_0135IMG_0137IMG_0147IMG_0154IMG_0158IMG_0163IMG_0165IMG_0166
     
     
    IMG_0169IMG_0172IMG_0174IMG_0176
     
    เต้นกันกระจายทั้งฝรั่ง ไทย จีน ญี่ปุ่น จนห้าทุ่มก้ได้เวลาจรลี
    เพราะพรุ่งนี้มีประชุมกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า
    ตอนแวะมานั่งพักที่โต๊ะนี่แต่ละคนเสื้อเปียกกันเป็นแถว
    แต่ความซ่ายังเต็มร้อยทั้งเกรกเกอร์ เอากุหลาบมาคาบ ฉันทำซึ้งกับไอ้เบียร์
    ออยสวีทกับเกรกเกอร์ มิเอโกะพยายามไทยด้วยการปักสร้อยระย้าที่ผม
    IMG_0066IMG_0067IMG_0069
    IMG_0177IMG_0182IMG_0071
     
    จบงานแล้วก็ยิ้มแย้มกันไป
    เดินออกมาจากห้อง คริส MDของPress
    เดินเข้ามาหาบอกว่าเสียดายจริงๆ
    รู้งี้ไอน่าจะตั้งรางวัล Best male and female dancerให้ฉันกับเอเมอริคด้วย
    เล่นเอาขำกร้ากกันทั้งคู่
    แต่งานนี้มีแซวกันในไทยแลนด์ทีมว่า เอเมอริคเค้าจะอยากได้ Best female มากกว่าละมั้งงงง
     
     
     
     
     
     
     
     
    May 01

    Mabuhay Manila!

    กันยายนปีที่แล้ว
    ฉันมีอันต้องระเห็จไปประชุมที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเวลา5วัน
    อันนี้อยากไป เพราะไม่เคยไปและถ้าให้ไปเองก็คงไม่ไป
     
    ก่อนจะไปนี่ก็ตื่นเต้นกันพอดู
    เพราะได้ข่าวมาจากเอเมอริค กิ๊กสิงคโปร์คู่ขาแดนซิ่งควีนของฉันตั้งแต่ที่เคมบริดจ์
    ว่าปีนี้เราจะมีการจัดGala Dinnerเหมือนที่ยูเค
    โอว อุแม่เจ้า ตูทำงานมาห้าปี
    ปกติประชุมเครียดทุกวัน ขนาดทานข้าวยังเป็นการทานแบบbusinessเลย
    ปีนี้ไม่รู้ผีอะไรสิงMD แต่ก็ดีเหมือนกันงานนี้ท่าจะมันส์
     
    แต่งานกาล่าเค้ารีเควสมาว่าขอNational Dress นะคุณ
    โอ้โหงานนี้ELTสาวสองคนประชุมเครียด จะใส่อะไรดีวะตรู
    ไอ้ออยฝ่าย Academicมาเด็ดมากบอกว่า
    เนี่ยพี่ปอนด์พี่เลิฟพอออยบอกแม่ว่าเค้าให้ใส่ชุดไทย
    แม่เลยพาไปสำเพ็ง ตัดชุดไทยสไตล์ใต้ๆมาเรียบร้อยยย
    ได้ฟังแบบนี้ก็เล่นเอาฉันกับเลิฟตาเหลือก เย้ย มันเอาจริง
    เอาไงดีวะ ก็มีการแจ้นไปหาป้าร้านผ้าไหมเจ้าประจำ
     
    ป้าใจดีมากให้ยืมผ้าไหมในร้านไปใส่ฟรีๆ
    ดีไซน์ให้เสร็จสรรพว่าให้ใส่แนวผ้าแถบสิ สวยดี
    ไอ้คนไหปลาร้าปูดอย่างฉันฟังแล้วเหนื่อย
    เพราะใส่เกาะอกไม่รุ่งแน่นอน เอาไงดีฟระ
    ป้าบอกจัดผ้าคลุมไหล่ กันไหปูด
     
    พอกลับมานั่งถกเครียด(เอ๊ะ งานการไม่ทำกันเหรอเนี่ย)
    ก็สรุปว่า ไหนๆไอ้ออยก็จะใส่ชุดไทยแบบภาคใต้
    ไอ้เลิฟเลยจะใส่แบบเหนือๆ
    ส่วนฉันจัดภาคกลางมาซะ อย่าให้เสีย
     
    อ้าว ลำบากตรูอีกแล้ว
    งานนี้เลิฟบอกห้ามใส่ซ้ำ (ก็เลยใส่ที่ป้าให้ยืมมาไม่ได้)
    ฉันเลยไปเดินท่อมๆที่สำเพ็งคนเดียวตอนบ่ายแก่ๆวันนึง
    เดินทะลุซอยนี้ออกซอยนั้นจนไปเจอร้านขายชุดไทย (ที่จุดขายน่าจะอยู่ที่ชุดส่วนใหญ่คนซื้อไปแก้บน)
    เมื่อถามราคาได้ถูกใจ จากการที่ไปสำรวจเนี่ยราคาพันอัพทั้งนั้น
    ซึ่งชีวิตนี้น่าจะใส่แค่งานนี้งานเดียวเลยผ่าน
    มาลงตัวที่ร้านนี้ 550 เท่านั้น
     
    กรี้ด ถูกได้ใจ ป้าคนขายเป็นแขกแกบอกว่า
    ถ้าเอาเข็มขัดด้วยคิดหกร้อย อะป้าจัดมาได้เลย
    หลังจากที่เลือกสี สไบมีมากกว่าเจ็ดสีล้วนแล้วแต่แปร้ดๆ
    น่าเอาไปผูกต้นไทรยิ่งนัก
    ฉันมาลงตัวที่สีครีม เพราะดูแล้วน่าจะเป็นผู้เป็นคนมากที่สุด
    ถึงแม้ว่าป้าแขกจะเชียร์สีชมพูมากบอกว่าขาวแบบนี้น่าจะขับผิว
    แต่หนูกลัวค่ะป้า กลัวเค้าจะไล่ให้ไปสิงต้นไม้แทนที่จะเข้างาน
     
    ทุ่มเทมากงานนี้
    เพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่ชุดไทย
    งานแต่งก็ไม่ได้ใส่ จริงๆแล้วโคตรอยากใส่แต่ก็ไม่มีโอกาส
    เคยใส่ตอนรำสมัยประถมกับถือพานตอนม.1แล้วก็ไม่ได้ใส่อีกเลย
    อะ งานนี้เลยขอทุ่มนิดนึง
    มีการมารอบสองกับปอยด้วย
    เพราะตอนแรกตั้งใจจะใส่สร้อยทองเส้นเล็กกับสไบ
    แต่ปอยบอกว่าไม่ได้มาเล่นละครนางทาส
    ใส่ทั้งทีต้องแบบตู้มๆเหมือนนางละคร
    เลยต้องระเห็จไปสำเพ็งกับปอยอีกรอบเพื่อนซื้อสร้อย
    ซื้อแบบเซ็ทมาสองร้อยมั้ง แต่เหลืองเรืองรองได้ใจมาก
     
    อะชุดพร้อม กระเป๋าพร้อมก็ลุยได้
    งานนี้มีเวลาจัดกระเป๋ามากกว่าตอนไปยูเค
    กระเป๋าใบนิดเดียว นอกจะจะมาเสื้อผ้าและอุปกรณ์ยังชีพแล้ว
    ฉันยังสามารถใส่มาม่าไป1ลังพร้อมน้ำพริกอีก6กระปุกได้ด้วย
    เอาไปฝากพี่เป็ดที่รัก(ของพี่นก)
     
    ขึ้นเครื่องไปงวดนี้เกือบจะตกเครื่อง
    เพราะต้องรอคุณนายเลิฟซื้อเครื่องสำอางที่ดิวตี้ ฟรี
    โอ้วแม่เจ้า เกิดมาไม่เคยลนแบบนี้
    มาตกใจตอนเกรเกอร์โทรมาถามว่า
    ยูอยู่ไหนแล้วนันทพร ฉันก้ตอบงงๆว่าก็อยู่ดิวตี้ฟรีไง
    เกรกเกอร์บอก โอวโนววว ไออยู่บนเครื่องแล้วนะ
    อ้าวเวร วิ่งหน้าตั้งขึ้นเครื่องกันเลย
    ยังมิวายคุณนายเลิฟบอกว่าไม่ต้องวิ่งเค้ายังไม่finall call เลย
    แว้ก แล้วแกจะรอให้ไฟนอล คอลทำไม
    เดี๋ยวก็โดนด่าด้วยสายตาหรอกแก
    ไอ้เบียร์ผู้มาทีหลังแต่ซื้อน้ำหอมรวดเดียว5ขวด
    ไม่รู้มันจะเอาไปอาบหรือไร หัวเราะก๊ากๆใหญ่
     
    งานนี้นั่งกันกระจาย ต่างคนต่างอยู่
    โชคดีที่ฉันได้นั่งตรงexit seat เหยียดขาสบาย
    เลยนั่งอ่านอัจฉริยะสร้างได้ของหนูดีไปตลอดไฟลท์
    มีคุณสจ๊วดเดินมาคุยเป็นระยะ
    เพราะเค้านึกว่าฉันจะไปเรียนต่อญี่ปุ่น
    ไฟลท์นี้บินสองตุ้บ ตุ้บแรกที่มะนิลา ตุ้บสองที่ญี่ปุ่น
    เลยมีแอร์ญี่ปุ่นเดินไปเดินมาด้วย น่ารักดี
     
    กินข้าวกินปลาเสร็จเลิฟเดินมาหาบอกว่าเจอพี่เต้
    รุ่นพี่ที่เอก ตอนเรียนมศว พี่เต้หน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะ
    กลายเป็นสจ๊วดไปซะแร้วววว
     
    นั่งอยู่สี่ชั่วโมงมั้งก็ถึงมะนิลา
    สนามบินเล็กกว่าดอนเมืองอีกนะเนี่ย
    ตอนผ่านcustomมีเรื่องฮามาก
    เพราะว่าฉันไปมะนิลาวันที่ 12 คัสตอมมันมองหน้าฉันนานมาก
    สลับกับที่มองในพาสปอร์ต ฉันก็งงๆเหวอๆ อะไรวะทำไมนาน
    เกรกเกอร์ต่อแถวข้างๆก็หนัมามองเพราะฉันยืนนานมาก
    เจ้าหน้าที่ตม ถามฉันว่า มาทำอะไร
    ก็ตอบว่ามาประชุม พักที่ไหน แมนดาริน โอเรียนเต็ล
    กลับเมื่อไหร่ วันอาทิตย์ วันอาทิตย์น่ะวันอะไร เอ่อ 16 กันยา
    แล้วข้อสงสัยก็มาแตกโพละตรงมันบอกว่าอยู่ถึงวันที่ 17สิ
    "Why don't you celebrate your birthday here in Philippines?"
    แล้วก็ร้องแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ฟังซะงั้น
     
    เขิลซิคะพี่น้อง คนต่อแถวตรวจเป็นร้อย
    เกรเกอร์ไอ้เลิฟไอ้เบียร์ขำกันใหญ่
    ไอ้ฉันเลยโค้งรับแล้วยิ้มให้ ก่อนจะบอกว่า
    ขอกลับไปฉลองกับลูกละกันนะ
     
    เดินออกมาทั้งขำทั้งรู้สึกดี
    ก็มาเจอฝนตกพรำๆมี ไนเจลมารอรับที่จุดรอรถตู้ด้วย
    รู้สึกว่าพวกเราจะมาในไฟลท์ใกล้ๆกันหมดเลย
    คณะประเทศไทยขึ้นไปกับสิงคโปร์ ฝนตกรถติดนานมาก
    จนฉันร้องเพลงขึ้นมาว่า "Why does it always rain on me.or it's because I lied when I was seventeen?"
    ไนเจลบอก โอ้ ทราวิส ไอก็ชอบทราวิสเหมือนกันเลย
    อะได้เพื่อนคุยต่อ
     
    มาถึงโรงแรมเช็คอินเข้าห้องพัก
    จัดข้าวของออกมาวางให้คลายยับแล้วก็สำรวจ
    แหม อุตส่าห์มีบุญได้พักโอเรียนเต็ล
    แต่... The Legendที่โฮจิมินต์ สวยกว่าแฮะ
    ไม่รู้เพราะรร.มันเก่ารึไง รู้สึกว่ามันเหม็นอับนิดๆ
    แต่กว้างดีอยู่ค่ะ อยู่คนเดียว เหงา แต่ก็ชอบมากมาย
     
     IMG_3051IMG_3052IMG_3054IMG_3056IMG_3057IMG_3059IMG_3060
    ห้องน้ำมีบินเดย์ด้วย แต่คนไทยไม่ถนัดคร้าบ
    และจากการไปสำวจห้องคนอื่น
    บางคนก็มีบางคนก็ไม่มีด้วยสิ
     
    งานนี้เบียร์ต้องแชร์ห้องกับคนจีน เพราะยังถือว่าเป็นน้องใหม่อยู่
    ตอนแรกก็มีแอบบ่นแต่หลังดูเหมือจะสนุกนะไอ้เพื่อน ฮ่าๆ
    พอพักผ่อน freshen upกันสักพักก็ได้เวลาสำรวจโลก
    ฉัน เลิฟ เบียร์ เกรกเกอร์ก็ไปหาห้างเดินกัน
     
    ห้างเค้าหน้าตาเหมือนมาบุญครอง
    คนเดินเยอะมากๆจนอดคิดไม่ได้ว่ามีอยู่ห้างเดียวรึไงวะ
    เดินหาของกินกันไม่ลงตัว ดั๊นนมาลงตัวที่ซิซเลอร์
    หนีเสือปะจรเข้รึเปล่าฉัน? แต่ก็อะนะไม่เหมือนของไทย
    เหมือนที่นี่เป็นซิซเลอร์แค่ชื่อมาพ้องเฉยๆ
    เพราะเค้าขายอาหารแดรกด่วน สไตล์ฟิลิปปินส์
    แอบถ่ายหน้าตาร้านมาได้นิดนึง
    IMG_306212092007605
     
    หลังจากนั้นก็ไม่ได้ถ่ายอีกเลยเพราะหิวซ่ก ฟาดกันเรียบบบ
    ขากลับแวะห้างแลนด์มาร์คเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต
    เนื่องจากฉันและเบียร์กินน้ำจุมาก น้ำรร.ไม่เคยพอกิน
    เลยแวะแบกน้ำเดินกลับกันหน้ามืด แต่ก้ได้กระป๋องโค้กมาฝากคุณฝาชีสองใบ
    12092007606
     
    ขาไปน่งแท๊กซี่ แต่ขากลับเดินแบกน้ำ
    ไอ้เลิฟก้ทำท่าจะเป็นลม เลยต้องช่วยมันหิ้วกระเป๋าบวกแบกน้ำของมัน
    หวังว่ากลับไปมันจะดีขึ้น พอถึงโรงแรมก็แยกย้าย
    พักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้จะมีTeam Buildingเป็นกิจกรรมใหม่ของเคมบริดจ์
    สมัยก่อนประชุมแหลกลาญ ปีนี้ทำเป็นมีแรลลี่
     
    แต่กลับมาน่ะฉันดันนอนไม่หลับ กลิ้งเกลือกอยู่บนที่นอน
    และหงุดหงิดเหลือแสนเมื่อพบว่า แลปท้อปของฉันเล่นเน็ตไม่ได้
    เพราะเน็ตฟรีที่มันให้ใช้ในโรงแรมไม่ได้เป็น wireless มันให้สายมาให้เสียบ
    แต่ แลปท้อปรุ่นสงครามโลกของฉันไม่มีพอร์ทนี้ให้เสียบ
    มันก็เลยแปรสภาพเป็นสากกะเบือไปทันที สุดแสนจะเซ็ง
     
    พอเที่ยงคืนก็สังเกตว่ามีกระดาษใบนึงถูกแทรกเข้ามาที่ประตู
    เป็นกระดาษที่บอกว่าฉันอยู่กลุ่มสีเขียว
    เอามานั่งก็พบว่าพวกเราก็ถูกแยกย้ายกันไปตามระเบียบแต่
    แต่ทำไมต้องเป็นตรูที่คนเดียวที่ได้อยู่กับไอ้กา เจ้านายสุดที่รัก เอิ้ก อีกแล้ว
    จุดสังเกตที่ต้องให้ขำ คือ Mr. Suraหรือไอ้เบียร์ของเราได้ถูกจนท.ใส่ท้ายชื่อว่ามาจากอินเดีย
    อ่านทวนสองรอบ หัวเราะทั้งสองรอบก่อนจะกลิ้งหลับไป
     
    ปล.ช่องเพลงของฟิลิปปินส์เดิ้นมาก
    ถ้าเป็นเพลงสากลจะมีเนื้อเพลงให้อ่านประกอบความเข้าใจด้วย
    ปกติเวลาฟังเพลงก็ตั้งใจฟังเนื้ออยู่แล้วคราวนี้เลยง่ายเข้าไปใหญ่
     
    ปลอีกรอบ ได้อ่านโน้ตที่ทางโรงแรมวางไว้บอกโต๊ะมีขู่ด้วยอะ
    ว่าถ้าไม่จำเป็นไม่ให้ออกไปไหน ระวังคนแปลกหน้ามาเคาะประตู
    โอ้โห เล่นเอาแอบกลัว นี่มันโรงแรมห้าดาวไม่ใช่เหรอ ทำไมขู่กันแบบนี้ละตัวเอง
     
     
     
    April 25

    Good Bye UK : Back to Reality

    วันสุดท้ายๆ
    นอนกกกับแพงจังทั้งคืน ฮ่าๆ
    เลียมเรียกแพงจังว่า two faces ไปแล้ว
    เพราะก่อนจะนอนแพงจังจะไปนอนห้องจัสกับเลียม
    แต่กลางดึกมันย่องย่องเข้าหาฉันแทน
    แต่เนื่องจากปกติชั้นก็มักจะนอนกับหมาแต่ตูดเป็ดเป็ดอยู่แล้ว
    การโดนของหนักดิ้นมาทับกลางดึกบ่อยๆจึงไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใด
    pond pj
    ---ตื่นเช้ามาเจอหมานอนด้วยทุกวัน ฮ่าๆ---
     
    จัดของทุกอย่างลงกระเป๋าด้วยความเชี่ยว
    เลียมเห็นถึงกับอึ้งว่ายัดลงไปหมดได้ไง ฮ่าๆ
    บอกแล้วไงว่าฉันน่ะเซียนจัดกระเป๋าเดินทางเฟร้ยยย
    แต่ตอนแบกลงมาข้างล่างนี่สิ
    สงสารเลียมโคตร
    ได้ยินเสียงฝรั่งบ่นลงมาทุกขั้นบันได
    แต่ที่ชัดที่สุดคือ Bloody heavy!
     
    วันนี้จัสทำบาแก็ตใส่ใก่ผักยาวๆให้กิน
    แล้วก็ห่อไปให้ด้วย เพราะกว่าเครื่องจะออกก็เที่ยง
    เพื่อนจัสกลัวเพื่อนปอนด์จะหิวตายกลางทางซะก่อน
    ชั้นรักแกจริงๆว่ะ แกต้องเป็นsuper momในอนาคตได้แน่นอน
    Pj just liampj just pondpond and justpond
     
    ก่อนจะไปถ่ายรูปที่ห้องนั่งเล่นอีกรอบแล้วก็ถ่ายรูปคู่กระเป๋าด้วย
    เป็นหลักฐานว่าอีนังกุ้งแห้งมันจะแบกกระเป๋ากลับคนเดียวยังไงไหว
    จัสบอกว่ากระเป๋ามึงหนักกว่ามึงอีกมั้ง
     
    pond with suitcase
     
    วันนี้เลียมโดดงานขับรถไปส่งให้ที่ฮีทโธรว์เลย ขอบคุณมั่กๆ
    เพราะรู้ว่าฉันไม่มีปัญญาแบกกระเป๋าขึ้นรถไฟ+ลงทูปเองได้แน่ๆ
    (ก็จริงอะ ไหนจะเป๋าเล็กเป๋าใหญ่ เป๋าคอมจะแบกบ้าไรมากันเยอะแยะเนี่ย)
    ส่วนจัสมีเข้างานตอนบ่ายเลยมาส่งด้วยได้
    เย้เย้
     
    ก่อนไปส่งแวะเติมน้ำมัน
    เลยได้เห็นทีมบอลของเมืองนี้ด้วย
    เลียมบอกว่าไม่เก่งเลย ฉันก็ไม่เคยได้ยิน
    อยู่ดิวิชั่นไหนหว่า
    IMG_3047
     
    นั่งรถไกลพอดูก็ไปถึงสนามบิน
    ปรากฏว่า น้ำหนักเกินม๊ากกกก (รู้อยู่แล้วว่าเกิน ฮ่าๆ)
    กราวด์บอกว่ายังไงก็ต้องแบ่งเป็นสองกระเป๋า
    หรือไม่ก็ต้องไปซื้อกระเป๋าเดินทางมาอีกใบแล้วแบ่งใส่ซะ
    ได้ จัดให้ พูดอยู่กับใคร
    ฉันน่ะ นักจัดกระเป๋าเดินทางมือหนึ่งย่ะ
    ว่าแล้วก็เปิดเอากระเป๋าใบใหญ่ออก ยักย้ายถ่ายเทลงกระเป๋าเดินทางสีฟ้า
    ที่จริๆงแล้วไว้ใส่แลปท้อบ
    หยิบแลปท้อปออกมาแล้วก็อัดๆๆๆของลงไป
    เป็น20:20 เท่ากันพอดีเป๊ะ
    ไม่เห็นต้องซื้อกระเป๋าใหม่ซักหน่อย
     
    จากนั้นก็ทำหน้าตาหน้าสงสารเดินเข้าไปอีกรอบ
    พอชั่งน้ำหนักปุ๊ป เจ๊กราวด์ผิวสีคนเดิมยกนิ้วโป้งให้
    เจ๊คงทึ่ง แล้วก็บอกว่า คราวหน้าคราวหลังอย่าขนของเยอะนะ
    ยูจะไม่ได้โชคดีแบบนี้บ่อยๆหรอก
    ไอ้ฉันก็ยิ้มหวานบอกก็เค้าเรียนจบแล้วจะกลับบ้านเลยของเยอะ
    ขอบคุณยูมั่กๆ กร้ากกก
     
    ร่ำลากับเลียมกับจัสก่อนจะเข้าเกต
    แล้วก็ต้องปวดกบาลอีกรอบ
    เพราะคราวนี้มันอนุญาติให้เอากระเป๋าติดตัวขึ้นเครื่องได้แค่1ใบ
    (ได้ข่าวว่าเป้นมาตรการใหม่ นอกเหนือจากเรื่องจำกัดของเหลว)
    แต่ตอนนี้ฉันมีสองคือกระเป๋าพายข้างกับกระเป๋าแลปท้อป
    อะ ด้ายยย หนูทำด้ายยยย
    เอาของทุกอย่างออกจากกระเป๋าสะพายข้าง
    แล้วก็ย้ายมันลงไปในเป๋าแลปท้อป
    เหนื่อยโว้ยยย
     
    คราวนี้แบกเป๋าบวมๆหลังแอ่นเดินเข้าไป
    เจอคิวสแกนตัวยาวมหาศาลอีกรอบ
    สแกนตัวเสร็จมีสแกนเข็มขัดกับรองเท้าอีก โอ้ยย วุ่นวายมากค่า
     
    ยังค่ะยัง อย่าคิดว่าแบกเป๋า2 become1 หลังแอ่นแล้วจะเข็ด
    ฉันยังสามารถช้อปปิ้งดิวตี้ฟรีต่อไปได้อีก
    ด้วยการซื้อช็อคโกแลตอีกหลายถุงยักษ์ๆ
    กระเป๋าแฮร์รอดอีก4 สารพัดของฝากอีกห้า
    ก่อนจะมานั่งหอบหมดแรงกินบาเก็ตของจัสเพิ่มพลังจนหมด
     
    กว่าจะได้ขึ้นเครื่องก็รอไปสองชั่วโมง
    เจือกมาเร็วเอง ฮ่าๆ จะช้อปของแพงมากกว่านี้ก็ไม่ได้
    เพิ่งขับรถชนมา ท่องไว้ๆ
    พอได้ขึ้นเครื่องปลดเปลื้องของหนักออกจากตัว
    ก็คว้าหนังสือของ แดน บราวน์มาอ่าน
     
    ไฟลท์กลับคนไม่เต็มแต่ก็ไม่ทันจะย้ายที่ไปหาเก้าอี้ว่างยาว
    ไม่งั้นจะนอนยาวแล้ว แต่ก็นอนไม่หลับอยู่ดี
    รู้ตัวว่าจะเจ็ทแลคในไม่ช้าแต่ไม่สนแล้ว
    ดาวินชี่ โค้ด สนุกมากจนต้องอ่านรวดเดียวจบ
    แม้หนุ่มอังกฤษที่นั่งข้างๆจะพยายามส่งสายตาอยากคุยด้วย
    แต่ อย่าหวัง กรูจะอ่านหนังสือ
    อ่านจบเครื่องจะถึงพอดี อ่านไปได้ไงวะ 10 ชั่วโมงกว่า
     
    เงยหน้าขึ้นมามันสบสายตาฉันได้พอดี
    เลยรีบถามทางไปข้าวสารก่อนที่ฉันจะหาเล่มอื่นมาอ่านต่อ 55
    เพราะว่าlonely planetของมันเป็นเอ็ดเก่า
    เครื่องยังไปจอดที่ดอนเมืองอยู่เลย น่าสงสาร
    เลยต้องบอกทางกันเล็กน้อย ก็ไม่ได้ยากอะไร
    แอร์พอร์ทบัสเลยเฮีย ไม่ลำบากๆ
     
    IMG_3049IMG_3050
     
    ถึงกรุงเทพปุ๊ปก็รู้สึกอยากก้มกราบลงที่พื้น
    เย้ยยยย ไม่ใช่แม้วววววว
    เปล่าหรอกก็รู้สึกปวดหัวตึ้บๆ เวลานอนแล้วหนิ
    แต่กทมน่ะ6โมงเช้า ยืนรอกระเป๋าลากของ
    เฮ้อ ฉันกลับมาแล้วจริงๆด้วย
    พอได้ของครบก็ไปเจอลูกสาวตัวเล็กยิ้มหวานรออยู่เลย
    ยังจำหน้าตอนที่แต่น้อยเห็นแม่ได้
    ยิ้มได้ตาตี่เหมือนแป๊ะยิ้มสุดเลยลูกจ๋า
     
     
     
     
     
     
     
    April 20

    Kent จะกลับบ้านแล้วววว

    ตื่นขึ้นมาตอนเช้า จัสกับเลียมไปทำงานแล้ว
    ทีแรกกะเข้าลอนดอนอีกรอบเพราะยังม่ได้ไปบักกิ้งแฮมกับ มิลเลนเนี่ยม วีลส์เลย
    แต่เพราะมัวแต่ดูเว็บแคมกับแล้วแต่เลยช้า
    แถมต้องไปเอาพัสดุในเมืองด้วยเลยตัดสินใจไม่ไปลอนดอน
    เพราะวันนี้จัสเลิกงานบ่ายสอง
    ไม่อยากให้มันเหงาอยู่บ้าน เลยเปลี่ยนเป็นไปเทสโก้
    ซื้อของทำข้าวเย็นแทน
     
    จริงๆนัดจัสไว้ที่เทสโก้ แต่ดูท่าเราจะคลาดกัน
    ฉันก็เลยซื้อผัก หมูไก่ไปเตรียมทำอาหาร
    ละล้าละลังเล็กน้อยตอนซื้อผักเพราะหา weight stationไม่เจอ
    หาคนถามไม่ได้ด้วย
    เลยเอาวะไปมึนเอาที่แคชเชียร์ ถึงได้รู้ว่ามันชั่งกันตรงนั้นเลย
    เดินกลับบ้านมาครึ่งทางถึงได้รู้ว่าตัวเองลืมซื้อมะเขือเทศ เศร้า
    จะทำซุปไก่ใส แต่ไม่มีมะเขือเทศ จะอร่อยมั้ยวะ
    แต่ขี้เกียจเดินกลับแล้วหนาว
    ช่างมัน ไว้แก้ตัวใหม่งานหน้า
     
    พอถึงบ้านจัสดีใจใหญ่เพราะคิดว่าฉันกลับเข้าไปลอนดอน
    แต่ก็แปลกใจเพราะไม่มีโน้ตอะไรทิ้งไว้
    ฉันบอกจัสว่าวันนี้แกนั่งเฉยรอกินอย่างเดียวพอ
    เลียมโทรกลับมาพอดี
    จัสเล่าให้ฟังว่าฉันจะทำดินเนอร์ให้ทานคืนนี้
    เลียมมันอุทานว่า Oh!dear.
    เออ หยามนะแก
     
    ทำซุปใสไก่ไม่ยากเลยถ้ามีน้ำซุปสต๊อกเอาไว้จะเวิร์คมาก
    งานนี้ไม่มีเป็นไรใช้ทางลัดเอาคนอร์ใส่ลงไปตอนน้ำเดือด
    แล้วก็ต้มเนื้อไก่พอุสุกยกขึ้นพักที่ต้องพักเพราะมันไม่ใช่ซี่โครงหมูจะได้ยิ่งนานยิ่งอร่อย
    เดี๋ยวจะแข็งหมด จากนั้นใส่หอมใหญ่ มันฝรั่งลงไป
    (ถ้ามีมะเขือเทศใส่มะเขือเทศด้วย แต่นี่ไม่มี สมมติว่าใส่แล้วละกัน
     
    เคี่ยวไปค่ะเคี่ยวไป หรี่ไฟอ่อนให้มันฝรั่งกับหอมใหญ่มันทำหน้าที่ของมัน
    พอจะยกเริฟก็เอาเนื้อไก่ตะกี้ตักลงจากแล้วราดน้ำซุปทับ ฉีกเนื้อไก่บางส่วนโรยหน้าด้วยเพื่อความสวยงาม
    จากนั้นหันไปตั้งกะทะผัดกระเพราโลด
    ผัดกระเพราเสร็จ เลียมถึงบ้าน อุ่นเป็ดย่างเมื่อวาน
    เอ้ากินได้เลย
    วันนี้เราไปนั่งกินที่สวนหลังบ้านกัน
     
    มีเรื่องตลกที่น่ารักของจัสอีกอย่าง
    คือจัสซื้อเป๊ปซี่เตรียมไว้ให้ฉันสองขวดยักษ์ๆ
    สั่งเลียมห้ามแตะเพราะนี่เป็นเป็ปซี่สำหรับปอนด์เท่านั้น
    เลียมห้ามกินเพราะอ้วนเกิน
    แต่พอไปถึงกลับเป็นฉันไม่กินน้ำอัดลม เลียมเลยยิ้ม
    หันไปขอจัสว่ากินได้แล้วใช่มั้ย
     
    นาทีระลึกใจมาถึงพอเลียมซดซุป
    ก็เลิกคิ้วขึ้นมาก่อนจะหันไปถามจัสว่า
    ได้ดูปอนด์ทำรึเปล่า จัสบอกว่าดู
    เลียมบอกจำไว้นะ เพราะมันอร่อยมากกก
    อะ อะ บอกแร้ววว
    ในโลกนี้ที่คิดว่าทำเก่งกว่าปอยก็คือกับข้าวนี่ละฟระ
    แต่กระเพรานี่หนักมือไปหน่อยเพราะเผ็ดมาก ฝรั่งกินแล้วพ่นไฟ
    มันเลยจัดการซัดซุปซะเกลี้ยง
     
    จากนั้นห่ออาหารบางส่วนไปให้พ่อกับแม่เลียมกินกัน
    อันน้ก้ไปลาด้วยเพราะพรุ่งนี้จะกลับแล้ว
    ฝรั่งมารุมกินซุปกันใหญ่บอกอร่อยมาก
    นั่งดูซิทคอมที่บ้านพอ่กับแม่เลียมจบก็กลับบ้าน ง่วงม๊ากกก
     
    เลยนอนไม่อาบน้ำซะเลย
    อีกอย่างเจ้าแพงจังมาขอนอนด้วย
    เลยนอนกอดหมาถึงเช้า
    UK 177UK 178UK 180UK 181

    London : With friends

    วันนี้ออกจากบ้านแต่เช้า
    เพราะว่ามีนัดกับส้มและตูนที่ลอนดอนอีกรอบ
    ซึ้งงานนี้พักร้อนเพื่อจะมาช้อปปิ้งโดยเฉพาะ
     
    วันนี้ต้องนั่งรถหลายต่อเลยซื้อตั๋วแบบ 1day travelcard
    แพงกว่าแต่คุ้มกว่าเพราะสามารถใช้ได้ทั้งกับรถไฟและทูป
    ใช้กี่ครั้งก็ได้ใน 1 วันตามโซนที่กำหนดไว้
    แต่วันนี้ไปเลท เหตุเพราะมีการทำทางรึไงนี่ละ
    ไปเจอส้มกับเพื่อนส้มอีกสองคนที่คิงครอส
    จำได้ว่าส้มบอกว่ามึงแต่งตัวได้เห่ยมาก
    แหม กูกรูหนาวแถมไปคนเดียว หาใครกอดก็ไม่ได้
    ลมพัดมาวูบนึงตูก็สั่นงกๆแล้ว
    ขอชุดแบบที่ใส่แล้วดำรงชีพอยู่ได้จะดีกว่า
     
    พอออกมาก็ไปรับเพื่อนของตูนที่มาถึงลอนดอนหมาดๆอีกคนคือโจ้
    โจ้เป็นแอร์ บินมาถึงเช้านี้พอดี
    แอร์คนอื่นนอนพักเอาแรงแต่โจ้คิดถึงเพื่อนเลยสามารถ
    และตามแบบฉบับแอร์ โจ้สวยเฉี่ยวมาก
    แต่งตัวก็งามจนฉันอยากจะนั่งรถไฟกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดซะเดี๋ยวนั้น
     
    จุดหมายไอ้ส้มมันเข้าลอนดอนเพราะช้อปปิ้ง
    โดยงานนี้ตูนจัดให้เริ่มจากการพาไปถนนข้าวสาร เอ้ย ย่านไรฟะ
    ย่านนี้มันเหมือนข้าวสารจริงๆและก็จะมีพวกร้านแบบพังค์เยอะ
    ส้มบอกว่าถ้าวันไหนอากาศดีๆจะเจอเดมอน อัลบาร์น หรือนักร้องดังๆมานั่งตามsidewalk cafeพวกนี้ด้วยนะ
    แต่งานนี้ช้อปไม่ออก ไม่รู้จะซื้ออะไร
    เพราะราคาเสื้อผ้าก็ประมาณสิบปอนด์ ก็ไม่แพงหรอก
    แต่พอคูณเจ็ดสิบแล้วไม่เอาเพราะถ้าอยู่ไทยให้เต็มที่สามร้อยเอ้า
    ถ้าจะให้ช้อปต้องBrandnameตอนเซลล์เท่านั้น ถึงจะคุ้ม
    เข้าไปคุ้ยแผ่นเสียงอีกรอบ ก็ไม่มีที่อยากได้ เฮ้อ
    เดินไปเดินมาท้องเริ่มประท้วง พวกเราตกลงกินบุฟเฟท์กันแถวนั้น
    มันแปะว่า Asian buffet แอบส่องผ่านกระจกคงจะพอใช้ได้
    ค่าหัวตกที่ 7.99 ไม่รวมน้ำ โอเคน่ะ!
    ร้านนี้ตอนกำลังสั่งน้องทีมารับออเดอร์ถามพี่คะคนไทยใช่มั้ยคะ
    เท่านั้นละกรี้ดกร้าดกันใหญ่ ท่าทางน้องเค้าดีใจที่ได้เว้าไทย
    อาหารธรรมดา แต่ผัดมาม่าอร่อยมากค่า กินกันกระหน่ำพอควร
    งานนี้ส้มเลี้ยงฉันบอกเป็นค่าหิ้วเสื้อผ้ามันมาที่นี่
    UK 158UK 159UK 160UK 161UK 162UK 163UK 164UK 165UK 166UK 167
     
    จากนั้นก็ลงทูปไปoxford street
    เพิ่งรู้ว่าไอ้กือนั่งทูปไม่เป็นมันบอกกลัวไปผิด
    ต้องให้ตูนนำ กับมือใหม่ลงทูปอย่างฉันช่วย
    จริงๆทูปที่นี่ไม่ลำบากนา อ่านป้ายก็ง่าย
    ไม่เหมือนทูปที่ญี่ปุ่น ซ้อนกันสองชั้นสามชั้น หลงตายพอดี
    ออกฟอร์ดนี่แค่ Primark ก็เสียเวลานานมั่กๆ
    ซื้อกันกระจายเพราะเป็นห้างราคาถูก ฉันได้พวกรองเท้าแตะ
    ของแต่งบ้านและกกนให้คุณฝาชี เนื่องจากบวกลบแล้วมันไม่แพง
    ทีแรกคว้าไปสามแพค แต่คิดอีกทีเอาแพคเดียวดีกว่า
    เพราะมันเอ้ยพี่เรื่องมากชิป เกิดซื้อไปไม่ถูกใจจะได้ทิ้งทั้งหมดแล้วจะยุ่ง
     
    จากนั้นก็เดินแถวนั้นได้พวกกางเกงH&Mมา
    อยากได้M by Madonna แต่ราคาอย่างหนาว
    แล้วเราก็ตกลงกันว่าจะไปโซโหหาอะไรกินดีกว่า
    ก่อนปถ่ายรูปกันซะหนึ่งยก
     
    UK 168
     
     
    เมื่อเดินนานบวกกับข้าวของเริ่มพะรุงพะรังเต็มมือ
    เราจึงคิดจะขึ้นแท๊กซี่กัน ก่อนจะขึ้นมีการคำนวณเงิน ระยะทางกันพอดู
    เพราะแทกซี่มิเตอร์ที่นี่ราคาแพงระยับแต่พวกเราอาศัยไปกันเยอะจะได้หารกันถูกหน่อย
    แท๊กซี่ที่ลอนดอนไม่เหมือที่เคมบริดจ์ ที่เคมมันรถไรก็ได้
    แต่ที่ลอนดอนก็คือ london taxiเอกลักษณ์อันสวยงาม
    ถ่ายรูปกันใหญ่ บ้านนอกเข้ากรุงฮ่าๆ
     
     
    UK 169UK 170UK 171UK 172
     
    พอไปถึงโซโห แท๊กซี่ราคาแพงระยับนั่งแป๊ปเดีวราคาเกือบสิบกว่าปอนด์ก็จากเราไป
    ดีนะไปหลายคนเลยจ่ายไปสี่ปอนด์ต่อคน
    พอถึงก็ไปร้านของชำ ส้มซื้อผักกาดดอง มาม่า โจ้กคนอร์ มันบอกอยากกินข้าวต้มจัง
    สงสารมันเหมือนกันนะ ท้องอยู่เมืองนอกหาของกินถูกใจลำบาก
    ส่วนฉันซื้อกระเพราฝากจัสกะว่าพรุ่งนี้จะทำให้ทาน
    แล้วก็ซื้อเป็ดย่างไปด้วย เสียดายไม่ได้ไปอีกถนน อันนั้นร้านดัง four seasons
    แต่เวลาไม่พอ เอาร้านข้างๆร้านชำไปก่อนละกันนะเพื่อน
     
     
    UK 174UK 176
     
    วันนี้แยกย้ายกันกลับตรงทูป
    จัสกับเลียมรอฉลองครบรอบวันแต่งงานสามปีกับฉันอยู่
    พอนั่งรถไฟถึงปุ้บเลียมก็ขับรถมารับไปบลู วอเทอร์
    วันนี้เราไปทานไก่ย่าง เมกซิกันกันที่ร้านNando's เผ็ดแต่อร่อยมาก
    จัสบอกแต่งงานสามปีแล้ว เย้ ฉันก็เย้ ปีนี้ขอกรูแทรกด้วยคน
    จัสบอกดี อยู่ฉลองกันสองคนหลายปีเบื่อ
    แล้วจัสก็บอกว่าดีนะแกกลับไทยไปก็ทันฉลองครบรอบของแกเหมือนกัน
    ขมวดคิ้วนิดนึงก่อนจะนึกได้ว่า
    เออ ของกรูก็จะครบสามปีแล้วนี่หว่า
    ทนมาได้ไงวะ กร้ากกก
    จัสบอกนั่นสิ กูก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน เอาเข้าไป
     
    กินอิ่มพุงกางกันไปก่อนจะกลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยยย
     
    April 15

    London : All alone

    และแล้ววันฉายเดี๊ยว ฉายเดี่ยวก็เกิดขึ้น
    แต่มันไม่ได้เกิดอย่างที่วางแผนไว้กับเลียมเมื่อคืนนี้เลย
    เพราะอะฮั้นดันติดแชท
    แชทกับชาวบ้านชาวเมืองไปจนเก้าโมงได้มั้ง
    จริงๆแล้วเก้าโมงควรจะอยู่บนรถไฟได้แล้ว
    แต่ฉันยังนั่งอยู่หน้าจออยู่
    พี่อ้อม พี่เอ้ พี่เก๋และเพื่อนๆทั้งหลาย ปอนด์ไปไม่ถึงบักกิ้งแฮมก็เพราะพี่ๆนี่ละ ฮ่าๆ
     
    ลงไปอาบน้ำข้างล่างเลยเดินเลี้ยวเข้าครัว
    เห็นกระดาษโน๊ตที่ถูกทับไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือว่า
    "ชั้นทำแซนวิซไว้ในตู้เย็น ถ้าแกอยากจะกินคอนเฟลคก็ได้
    แล้วก็ให้เดินทางดีๆ เอามือถือจัสไปใช้แล้วจะให้เลียมโทรเช็คเป็นระยะๆ
    ก่อนออกไปชะแว้บเข้าเว็ปแนะนำการเดินทางอีกครั้ง
    เว็บนี้เป็นเว็บที่เจ๋งมากๆ
    แค่เราใส่ชื่อถนนที่เราอยู่กับจุดหมายที่เราจะไป
    มันจะโชว์เลยว่าเราจะไปได้กี่ทาง โดยทางอะไรบ้าง
    ทางไหนใช้เวลาเท่าไหร่ พร้อมแผนที่อีกต่างหาก
    สุดยอดมากๆ เมืองไทยน่าจะมีแบบนี้บ้าง
     
     
    งานนี้ฉันต้องเปลี่ยนแผน
    เพราะออกเวลานี้ไม่ทันแน่นอน
    จากที่แรกสุดเป็น บักกิ้งแฮม บิ๊กเบน ลอนดอนอาย
    ก็เอาแต่ใจเป็น บริติช มิวเซียมจนได้
     
    ใส่เสื้อยืดสองชั้น กางเกงยีนส์ พร้อมเสื้อฮู้ด(เผื่อฝนตก)
    แล้วก็ออกเดินทางทันที ฮิ้วววววว
    ตื่นเต๊น ตื่นเต้นนน เอาละนะๆๆๆ
     
    UK 102UK 104UK 103
    ปากซอยบ้านจัส ออกจากบ้านก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินๆๆๆ
    เดินไปสถานีรถไฟGravesendประมาณ15นาทีอารมณ์เหมือนเดินจากบ้านไปบางลำพู
    ไกลเหมือนกัน อากาศเย็นๆฟังเพลงไปด้วย
    เลยไม่เหมือนไกล  ก่อนไปแวะเทสโก้หน้าสถานี
    ซื้อเอเวียงมาหนึ่งขวด เอาไว้จิบเวลาเดินทาง
    พอถึงรถไฟซื้อตั๋วแบบไปกลับมา เรียกว่า return ticket travelcard (ใช่เปล่าฟะ ลืม!)
    ค่าตั๋วประมาณสิบกว่าปอนด์ แพงเหมือนกันวุ้ย
    นั่งรอแป๊ปเดียว รถไฟก็มา
    พอขึ้นไปได้ก็นั่งกินแซนวิซครึ่งหนึ่งเป็นอาหารเช้า
    อีกครึ่ง กั๊กไว้เป็นอาหารเที่ยง ฮ่าๆ
     
     
     UK 150  UK 107UK 105
     
     
    นั่งรถไฟประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงลอนดอน ฉันลงสถานีCharing Cross
    ก็เห็นบิ๊กเบนกับมิลเลนเนี่ยม วีลส์ จากบนรถไฟได้แต่ไกล
    ฉันตื่นเต้นขึ้นมาฉับพลัน กรี้ดๆๆ ตูจะหลงมั้ยเนี่ยวันนี้
    เอาสู้ตายยยย
     
    เริ่มแรกพอถึงปุ๊บแอบอ้าปากหวอ
    ถึงจริงๆแล้วนะ เอาไงดีต่อวะตู
    ก้มหน้าก้มตาดูแม็ปสำหรับป้ายบอกทางแล้วก็เดินดุ่ยๆๆ
    โผล่ออกมาเจอถนน Charing cross มองซ้ายมองขวา
    ไปไหนต่อฟระ อะ ไม่เลี้ยว ยังไงๆขอตรงไว้ก่อน
    ตรงๆไปก็เจอ Trafagor Square เป็นจตุรัสเทียนอันเหมินอยู่ตรงหน้า
    อุ้ยตายว้ายกรี้ดไม่หลง
    รีบข้ามฝั่งไปหาสิงโตทันที
     
    ไปถึงก็พยายามเก็บภาพตัวเอง
    แต่ถ่ายไปถ่ายมาก็ได้แต่หน้าตาเองซึ่งบานเต็มจอ ฮ่าๆ
    UK 108UK 109UK 110UK 111UK 112UK 113UK 114
     
     
     
     
    แต่บังเอิญมีนักท่องเที่ยวอีกคนมาขอให้ฉันถ่ายรูปให้
    ฉันเลยบอกเค้าว่าไหนๆก็ไหนมาสลับกันถ่ายละกันนะ
    UK 115
     
    ยังมีควันหลงจากTour de France อยู่เลย (แทบมองไม่เห็นสิงโต)
     
     
    ลอนดอนวันนี้แดดแรงพอควร แต่ก็ยังเย็นยะเยือกสำหรับฉัน
    อากาศน่าเวียนหัวเป็นแน่แท้ ทีอยู่เคมบริดจ์ฝนดันตกวันละ20ชม.
    พอถ่ายรูปให้เธอคนนั้นเสร็จก็โบกมือแยกย้ายกันเดินต่อ
     
    ตัวฉันก็กางหนังสือของเลียม เดินๆตามล่าห้าบริติช มิวเซียมต่อไป
    เดินเยอะมาก จริงๆถ้านั่งทูปก็จะประหยัดเวลา
    แต่ก็อะนะ ถ้ามุดใต้ดินก็มองไม่เห็นวิวน่ะสิ
    ฉันมันเดินได้ดีไม่มีบ่นอยู่แลวก็เลยเลือกที่จะเดินๆมากกว่า
     
    UK 116
     
    รถเมล์สองชั้นสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ได้กินตังค์ข้าพเจ้า เพราะไม่มีเวลา
     
     
    UK 117
    ตกแต่งได้ดูเหมือนร้านขายของเก่ามากกว่าร้านอาหารไทยนะ
     
    UK 118
    ป้ายอะไรไม่รู้ สวยดี เดินมาเจอเพราะหาทางไปห้องน้ำสาธารณะ
     
    UK 119
    เดินผ่านโซโห ถ่ายไว้ก่อน เพราะพรุ่งนี้ส้มจะพามา
     
     
     
    UK 121
    อะ เจอโดมิเน้น เธียเตอร์แปลว่าใกล้แล้ว
    เริ่มมั่นใจทีละนิดๆว่าเดินมาไม่หลงแน่นอน
    พอเกือบเที่ยงเลียมโทรมาหาถามว่าอยู่ไหนแล้ว
    เลยบอกเลียมว่าเปลี่ยนโปรแกรมเป็นมาบริติช มิวเซียมก่อน
    เลียมบอกโอเช จัสเป็นห่วงเลยให้โทรเช็ค
    เพราะกลัวฉันไปหลงอยู่ไหน
     
    เดินไปอีกสิบนาที อะแต่นแต๊นนนนนนนนน
    UK 143
     
    ถึงแล้วจ้า British Museum หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ในฝันของฉัน
    UK 122UK 123UK 124UK 126UK 128UK 129UK 130UK 131UK 137UK 138UK 139UK 140UK 141
     
    ไปถึงแล้วก็แอบกรี้ดกร้าดจนพ่นสเปรย์สีสดๆไว้ในความทรงจำว่า
    "ชั้นมาถึงแล้วนะ"
     
    จริงๆการมาบริติชมิวเซียมครั้งนี้
    ทำให้ฉันแอบคิดถึงคนคนนึง
    ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเค้ายังจำอะไรแบบนี้ได้รึเปล่านะ
    สมัยเรียนฉันกับเค้าเคยคุยกันเล่นๆว่าไว้มาที่นี่ด้วยกันนะ
    แต่ก็นั่นละ เป็นไปไม่ได้แล้วแต่คิดถึงทีไรก็อดยิ้มไม่ได้สักครั้ง
    ครั้งนั้นเค้าซื้อเครื่องรางมาฝากชั้นหลายอย่าง
    ทั้ง อังค์ (เครื่องรางรูปตา) ไม้เท้าแล้วก็สคารับ
    สคารับสีเขียวตัวใหญ่หนึ่งตัวที่ฉันเคยเอาไว้ห้อนกระเป๋านักเรียน
    กับตัวเล็กที่เคยเอามาทำเป็นสร้อยข้อมือใส่เหมือนกันสองคน
     
    แต่เมื่อโตขึ้นฉันก็เอามันมาห้อยกับกระเป๋าเป้ซะ
    สวยและแปลกดี ชอบๆ
    มามิวเซียมวันนี้ ฉันก็เอาเป้ใบนี้มาด้วยนะ
    แอบคิดในใจว่าเป็นการพาสคารับเยี่ยมบ้านเกิด
    UK 145
     
     
    การมาครั้งนี้เป็นการเติมเต็มความฝันส่วนนึง
    ที่อยากจะได้มาดู มาศึกษามัมมี่
    ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้หลงใหลในศพที่อยู่ในผ้าเก่าๆแบบนี้ด้วย
    จำได้ว่าชอบอ่านประวัติศาสตร์อียิปต์มากๆทีเดียว
    เดินอยู่อยู่นาน ดูไปอ่านไป ยิ้มไป
    เลียมก็โทรหาเป็นระยะ เช็คว่าถึงรึยังมีไปหลงไหนรึเปล่า
    จนรอบที่สามฉันรับสายแล้วบอกเลียมว่า Yes,daday
    เลียมบอกขอโต๊ดดดด จัสมันกังวลมาก
    เลยสั่งให้เลียมเช็คเป็นระยะๆ
    ไอ้ระยะที่ว่าทุก30นาทีได้มั้ง
     
    มิวเซียมนี้กว้างมั่กๆๆๆ เดินจนขาแทบลาก
    ท้องร้องเลยเดินออกมากินแซนวิซส่วนที่เหลือหน้ามิวเซียม
    เสร็จแล้วกลับเข้าไปดูใหม่ อิอิ
     
    เดินดูพวกประวัติศาสตร์กรีก โรมัน อัสซีเรีย
    และอื่นๆด้วย เดินจนขาลาก ฮ่าๆก็ได้เวลากลับ
    ต้องรีบไปก่อนห้าโมง เดี๋ยวรถไฟแน่น
     
    เดินออกมาก็วนๆในร้านขายของที่ระลึกที่มีทุกหัวระแหง
    แล้วก็แวะซื้อการ์ตูนญี่ปุ่นที่แปลเป็นภาษาอังกฤษอีกสองเล่มเอาไว้ฝากพี่บุญ
    จากนั้นก็เดินๆๆๆๆๆกลับไกลโพด
    UK 148
    โรงละครที่ฉาย Phantom of the opera
    เดินกลับทางเดิมไม่มีหลง แอบชมตัวเอง
    ที่มีเซนส์ของการเดินทางดี ฮ่าๆ (จริงๆแล้วเป็นสัตว์ป่าเดินทางเดียว)
     
    แอบเห็นsex shopอยู่สองร้าน
    ร้านแรกแถวๆoxford street อีกร้านใกล้ๆโซโห
    อยากเข้ามาก โอ้ว มายก๊อดดดด แต่ไม่กล้าฮ่ะ
    เพราะหน้าตาร้านมันฮาร์ดคอร์มากๆ
    ไม่มีอะไรหรอก แค่ดำและดูมืดๆ เหมือนต้องเดินลงไปใต้ดินต่อ
    แล้วปิดไว้ดวยว่าไม่ถึง18ห้ามเข้านะไอ้ฉันเอามือล้วงพาสปอร์ตแร้ววว
    แบบว่าเตรียมตัวเข้าไปเต็มที่ ฮ่าๆ
     
     
    แต่ก็ไม่ได้เข้านะ ปอดซะก่อน
    กลับมาบ่นให้เพื่อนๆฟังมันด่าเป็นแถว
    บอกเข้าไปมันก็ไม่มีใครรู้จักแกหรอก
    อารมณ์เสียยย  คราวหน้าตูจะเข้าให้ครบทุกร้านที่เห็นเลย คอยดูละกัน ฮ่าๆ
     
    ขากลับก็สนุกสนานเหมือนเคย
    นั่งรถไฟกลับบ้าน เพลิดเพลินกับวิวและเสียงเพลงจากหูฟัง
    แอบสะดุดใจกับเพลงของThe verve ที่ชื่อ History
    I've got to tell you my tale
    Of how I loved and how I failed
    I hope you understand
    These feelings should not be in the man
    การเดินทางนี่มันทำให้เราคิดถึงอดีตนะ
    ถึงมันจะเป็นช่วงที่มีทั้งสุขและทุกข์
    ถึงเคยไม่อยากจะจำ แต่ก็ไม่เคยที่จะลืม
     
    พอถึงสถานีก็เดินดุ่ยๆกลับบ้าน
    ลิ้นห้อยแฮ่กๆเพราะวันนี้เดินเยอะมากๆ
     
    กลับมาถึงบ้านจัสกำลังทำกับข้าวพอดี
    วันนี้เป็นchicken wrap (ใช่มั้ยฟระ จำไม่ได้)
    กินกันเสร็จจัสก็ชวนไปเยี่ยมพี่คนไทยที่อยู่ซอยถัดไป
    พี่คนนี้เพิ่งคลอดน้องได้หกเดือน
    จัสเลยส่งฉันไปเทรนเรื่องนมแม่ ฮ่าๆ
    ของถนัด ไปถึงเจอน้องเอมี่ น่ารักมากๆ
    UK 153UK 154UK 156UK 157
     
    คุยกับพี่เค้าเสร็จก็กลับมาบ้าน
    เลียมถามว่าลอนดอนเป็นไง ก็เล่าให้ฟัง
    เลียมถามย้ำสามครั้งว่าไม่มีอะไรเลยเหรอ
    ไมมีคนมาขู่ ใครมาแกล้ง หรือว่าเดินหลงทางเลยเหรอ
    ก็บอกว่าไม่มี
    เลียมบอก ปอนด์ ยูเข้าผิดเมืองรึเปล่าเนี่ย ยังกับไม่ใช่ลอนดอน
    อ้าว ซะงั้น
     
    วันนี้นอนไม่ดึก เพราะว่าพรุ่งนี้นัดส้มไว้ที่ลอนดอน
    ส้มบอกจะพาช้อป อิอิ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    April 12

    ไปเมืองบรรหารบุรีกันดีกว่า

    เมื่อเดือนที่แล้วฉันมีโอกาสได้ไปเมืองบรรหารบุรี
    จะว่าบังเอิญก็ไม่ใช่จะว่าไปเที่ยวก็ไม่เชิง
    จริงๆแล้วก็ไปทำงานนี่ละค่ะ
    แต่ว่าไหนๆก็ไหนๆแล้วไปออกต่างจังหวัดทั้งที
    ก็ต้องมีส่วน"ชะแว้บ"หลังจากทำงานเสร็จบ้าง
     
    ไปสุพรรณเที่ยวนี้ ฉันไปแต่ไก่โห่
    เพราะตกเย็นมีนัดกินข้าวกับเพื่อนเก่าแถวเอกมัย
    ด้วยความที่กลัวว่าจะนั่งรถตู้กลับไปไม่ทัน
    ก็เลยจัดนัดทั้งหมดไว้แต่เช้า
    นัดแรก9โมง ตูออกจากบ้านแต่มืดเลย
    กลัวขึ้นรถตู้ไม่ทัน
     
    พอเบ็ดเสร็จทุกนัด
    ก็เล่นเอาลิ้นห้อยแฮ่กๆ เพราะพูดมาก
    แต่ก็ยังมีแก่ใจขอให้ลุงสามล้อชวนเที่ยว
    เพราะครั้งที่แล้วนั้นคุณลุงที่เหมาไว้แกพาไปไหว้พระที่วัดแห่งหนึ่ง
    จำชื่อวัดไม่ได้หรอก แต่บอกลุงคนนี้ว่าเป็นวัดที่มีปลาตัวใหญ่ๆ เยอะๆเตมเลย
     
    ลุงคนนี้ก็ร้องอ๋ออออแล้วก็พาฉันไปทันที
    ครั้งที่แล้วจำว่าไกลมากจนนึกว่าลุงจะลวงไปขาย
    คราวนี้โอเคพอจำทางได้ ก็เลยเพลิดเพลินไปกับวิวสองข้างทางและลมเย็นๆ
    ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไรหรอกนอกจากป่าและป่า
    190320081066190320081067
     
    พอไปถึงก็จัดการไหว้พระ ทำบุญ บริจาคโลงศพ นู่นนี่นั่น ตามศรัทธา
    จากนั้นก็ได้เวลาไปให้อาหารปลา
    190320081068190320081069190320081070
     
    ปีที่แล้วจำได้ว่าซื้อขนมปังกับอาหารเม็ดเป็นถุง
    มาปีนี้มีเป็นถัง เห็นแล้วอ้าปากค้าง จ้าก ถังเบ้อเริ่มเทิ่มจะให้หมดได้ยังไงไหว
    คุณน้าคนขายคงเห็นปากฉันค้าง
    เลยบอกว่าปลามันเยอะจ้ะหนู หนู"ตักสาดๆ"ไม่กี่ทีก็หมดถังแล้ววว
    ไม่เชื่อก็ลองดูได้เลย
     
    อะน้า หนูเชื่อค่ะ หนูชอบลอง
    เดินหิ้วถังปลาตัวเอียงมาอยู่ท่าน้ำ หามุมเหมาะๆก็เริ่มเลย
     
    อาหาร  : พร้อม
    ขัน      : พร้อม     
    ปลา     : พร้อม
    ปอนด์   : พร้อม
     
    ตักสาดๆ แป้ปเดียวหมดๆจริงๆด้วย
    เมามันกับการให้อาหารปลามากๆจนต้องไปซื้อขนมปังมาเพิ่มอีกสองชุด
     
    190320081071190320081072190320081073
     
     
     
    190320081074190320081075190320081076190320081077
     
    โยนขนมปังแป้บเดียว เพราะมันไม่เยอะเท่าแบบอาหารเม็ดก้ได้เวลาสมควรต้องแจ้นกลับ
    แต่ก่อนกลับก็เดินแว้บๆในบริเวณวัดด้วย
    วัดนี้มีสัตว์ด้วยอะ ไม่รู้ว่ามีคนมาปล่อยหรือว่าไง
    แต่พอเห็นลิงสองตัวหลับอยู่นี่แอบขำ เพราะว่าท่านอนมันเหมือนแล้วแต่มากๆ ฮ่าๆ
    ไอ้ตูดของเรานอนเหมือนลิงนี่เอง
     
    190320081080190320081081190320081082
    190320081083190320081085
     
    จากนั้นก็แจ้นกลับ ลมพัดตีหน้าเลยรู้สึกไม่ร้อน
    ทั้งๆที่จริงๆแล้ว แดดแรงมากๆ สนุกจังเลย
    พอถึงท่ารถตู้ ก็เริ่มเพลีย เพราะว่าวันนี้ออกเช้ามาก
    เนื่องจากมีนัดกับเพื่อนๆที่คุโรดะ เลยต้องโยกทุกนัดไว้ตอนเช้า
    เพื่อที่จะกลับไปให้ทันห้าโมง
     
    ขึ้นรถตู้สลบจนเกือบถึงกทม. รู้สึกเพลียมากๆ
    แต่ยังไงก็จะไปเพราะ..คิดถึงมากอยากเจอเหลือเกิน
    ลงรถตู้ตรงกองสลากแล้วก็ต่อแท๊กซี่กลับบ้าน
    พอไขกุญแจเข้าบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากสายที่คาดไม่ถึง
    ดีใจจนนอนไม่หลับเลยเปลี่ยนเสื้อผ้า
    ลงมารอเวลา กลัวใจตัวเองว่าถ้านอนต่อแล้วจะตื่นไม่ไหว
    เหมือนอย่างที่มีคนทำนายไว้
     
    190320081088190320081089190320081090190320081091
     
    บรรยากาศการกินสนุกมาก
    บรรยากาศการเมาท์ยิ่งสนุกกว่า
    ดีใจจังที่ได้เจอ ถ้ามีโอกาสก็อยากเจอกันอีกครั้ง
    หรือบ่อยๆได้ยิ่งดี
     
    ดีใจจัง
     
    April 04

    Kent : La Tour de France

    กลับมาเขียนเรื่องทริปแก้เครียดดีกว่า
     
    หลังจากซัดส้มตำน้ำปลาหมดอายุไปด้วยความเอร็ดอร่อย
    แล้วกลับมานอนตายที่บ้านจัส
    ขากลับขับรถนานเหมือนกันนะ
    แอบชมเลียมว่าขับรถดีกว่าไอ้ไซม่อนนี่
    เพราะไม่เมาเลย เลียมบอกไม่น่าเกี่ยว
    เพราะมันเป็นเพราะว่ารถไม่มีกำลังมากกว่า
    (เลียมขับโปรตอน รถที่พยายามตีตลาดกทมอยู่นี่นา)
     
    เช้าวันรุ่งขึ้นงัวเงียตื่นขึ้นมา
    เห็นเลียมกำลังนั่งดูพิธีเปิดTour de Franceที่ลอนดอน
    ปีนี้เป็นปีแรกที่เค้าจัดนอกฝรั่งเศส
    คือเริ่มการแข่งที่ Trafagor Squareแล้วก็ขี่ผ่านKent ออกไปฝรั่งเศสนู่น
    นี่ละคือสาเหตุที่ชั้นอดค้างบ้านส้มเลย
     
    ลงไปดูจัสก็กำลังทำไข่ดาว เบคอนให้กิน
    รีบซัดกันพอประมาณแล้วเลียมก็บอกว่า
    รีบออกไปเร็ว อีกไม่นานเค้าน่าจะปั่นผ่านปากซอยบ้านเราแล้ว
    เลยรีบวิ่งๆหน้าตั้งออกไปกันใหญ่
    โห พอถึงปากซอยนี่แอบตกใจ
    เพราะไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้
     
    รู้สึกว่าทุกบ้านจะมายืนรอกันตั้งแต่เช้าเลย
    เต็มทางเดินไปหมด เล่นเอาฉันซึ่งตอนแรกเฉยๆ
    ก็กลายเป็นตื่นเต้นกับเค้ามั่ง
    ฝรั่งมุงไหน พี่ไทยมุงล่วยยยย
     
    (แอบสารภาพ เช้านี้ฟังสำเนียงอังกิ๊ด อังกิดนอกเคมบริดจ์แทบไม่ออกเลย)
    ระหว่างรอไอ้จัสบอกเฮ้ยยย ลืมเอากล้องมา
    ฉันก็หยิบติดมือมาเลยบอกเอานี่ละวะถ่ายด้วยกัน
    ไม่รู้จะถ่ายทันรึเปล่าเลย
     
    ยืนรอได้สิบห้านาที เริ่มได้ยินเสียฮ.ถ่ายทอดสดจากบนฟ้า
    เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานขบวนนักปั่นก็คงจะใกล้เข้ามาแล้ว
    รอแป๊ปเดียวจริงๆ ก็มองเห็นคุณนักปั่นทีมชาติอังกฤษ
    ขออภัยลืมชื่อ ดันทิ้งไว้นานเกินไป ปั่นนำมาอยู่คนเดียว
    พอมาปุ๊ป คนกรี้ดตบมือให้กำลังใจกันสนั่นเพราะทีมอังกฤษนำอยู่
    มันเหมือนช่วงเวลาแห่งความฝันจริงๆ
    คือห้ามกระพริบตาเพราะมาปุ๊ป ชิ้ววววววววไปทันที
    ชั้นกดชัตเตอร์ได้ภาพพี่เกือบตกเฟรม
    (โอ่ยอยากได้DSLRเฟร้ยยย)
    UK 085
    ---ปั่นเร็วมากพี่(ใส่ชุดเหลืองแปลว่าเมื่อวานนี้ทำเวลาได้ดีที่สุด)----
    UK 066
    --ถ่ายจัสกับเลียม---
    UK 058UK 083UK 086
    -----บรรยากาศของการยืนรอ และรถนำที่คอยเคลียร์ถนนก่อนนักปั่นจะมา----
    UK 087UK 088UK 089UK 090UK 091
     
     
    เห็นจากรูปข้างบนไม่อยากเชื่อเลยว่ามันเร็วมากๆจริงๆ
    มาแบบเฟี้ยวๆๆ แล้วก็มีลมพัดผ่านเราไป
    จะว่าไปฉันก็โชคดีนะ มาแบบฟลุคๆได้จอยตูร์เดอฟรองซ์ซะงั้น
    เสียดายที่ไม่กล้าทิ้งลูกไว้นาน
    ไม่งั้นจะไปแรดเดี่ยวที่ฝรั่งเศสต่อ
    อะไม่เป็นไร ปีหน้าฟ้าใหม่(จะมีปัญญารึเปล่า)ค่อยว่ากัน
     
    ดูเสร็จก็ตื่นเต้นกรี้ดกร้าดกันแล้วก็กลับไปดูทีวีถ่ายทอดกันต่อที่บ้าน
    จากนั้นก็แต่งตัวไปเดินBlue waterกัน
    Blue waterเป็นห้างใหญ่เลยแถวๆเคนท์นี่ละ
    เลียมไปส่งพวกเราแล้วก็กลับไปนั่งเล่นเกมส์รอที่บ้าน
    ก็เดินๆๆๆดูนู่นนี่นั่น
    ได้เสื้อTopshop กับPineappleมา ไม่เซลล์ไม่ซื้อเด็ดขาด ฮ่าๆ
    แอบไปดูKaren Millenแล้วสยองราคา(200ปอนด์อัพ)
    จากนั้นก็เดินๆไปแถวvergin storeกับร้านกีตาร์อีกละ จะไปทำไมนะฉัน
    เล่นกีตาร์ก็ไม่เป็น แต่ไปคุ้ยๆแผ่นเสียงอยู่นาน ไม่เจออันที่อยากได้เลย
     
    จากนั้นก็ไปกวาดRIMMEL เครื่องสำอางค์Local Brandราคาถูกไปแจกเพื่อนๆ
    (แต่ไม่เข้าใจริมเมล ลอนดอน แต่ซื้อที่เมกาถูกกว่าฮ่ะ)
    เดินซื้อของในM&Sฝากอีกรอบ หิ้วกันพะรุงพะรัง
    ไปดู Mothercareหาของฝากพี่อ้อมกับตัวแต่
    ได้มานิดหน่อย เพราะแล้วแต่เริ่มโตแล้วไม่ต้องใช้เยอะเหมือนตอนเล็กๆ
     
    พอเสร็จเลียมก็มารับพอดี
    เราไปหาพ่อแม่เลียมกัน เพราะเคยเจอกันหลายครั้งที่เมืองไทย
    ไปถึงบ้านพ่อแม่เลียม แล้วก็ลินซีย์น้องสาวเลียมพร้อมแฟนลินซีย์
    คำแรกที่แม่เลียมถามก็คือ where's the baby????
    เจี๊ยกกก ใครจะเอาหมาขึ้นเครื่องบินมาด้วยล่ะ
    พอบอกไม่ได้เอามาเล่นเอาจ๋อยไปตามๆกัน
     
    อ้าว หนูไม่รู้นี่คะว่าเจ้าแล้วแต่ตูดเป็ดจะเป็นที่ต้องการมากขนาดนี้อะ
    เอาของฝากจากฉันกับเลิฟให้แม่เลียมกับลินซีย์ กรี้ดกร้าดใหญ่
    ให้กระเป๋าสานทรงเก๋ๆไป ดีใจจังที่ชอบ
    นั่งเล่นอยู่บ้านพ่อแม่เลียม คุยเมาท์กันพักใหญ่
    หน้าเหวอเวลาคุยกับแฟนลินซีย์ซึ่งไอ้เลียมเดินมากระซิบทีหลังว่า
    ฟังไม่ออกก็อย่าเสียเซลฟ์เพราะสำเนียงนี้บางทีเลียมเองก็ฟังไม่ออกเหมือนกัน แปร่ว!
     
    กลับถึงบ้านจัสวันนี้เราทำสปาเก็ตตี้กินกัน
    ทำไม่เป็นค่า ปกติสปาเก็ตตี้แกงเขียวหวานอะไรแบบนี้ยังพอทำได้
    แต่สปาเกตตี้ซอสแดงน่ะไม่เคยทำ
    จัสเลยสอนให้
    UK 096UK 098UK 101UK 099UK 100
     
     
    เห็นหม้อใหญ่มหึมามหาศาลแบบนี้ เชื่อมั้ยว่ากินกันแค่3คนกับ1ตัว
    เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปจานสปาเกตตี้ไว้เพราะมัวแต่หิว
    ไอ้จัสตักมาให้ฉันแบบจานใหญ่มากกก
    มากชนิดที่ว่าไซส์นี้ปกติกูกินได้สามวันว่ะเพื่อน
     
    หลังจากใช้เวลากินไปเกือบสองชั่วโมง
    ปกติก็กินช้าอยู่แล้วนี่เยอะมากๆๆๆๆๆๆเลยช้าขึ้นอีกเท่านึง
    กินหมดอิ่มไปถึงอีกวัน ฮ่าๆ
    อร่อยจริงๆ แม้จะเป็นทรมานบันเทิงก็เถอะ
    แต่ขอบคุณมากนะเพื่อน ขูดชีสให้เต็มซะกูเลี่ยนเลย
     
    หลังจากกินเสร็จ อืดเสร็จก็ขึ้นไปนั่งในห้องนอน ผึ่งพุง
    อากาศก็หน๊าว หนาว
    แต่แปลกใจอย่างนึงอยู่เคมบริดจ์ฝนตกทุกวัน
    ตั้งแต่ออกนอกเคมบริดจ์มาไม่เจอฝนเลยสักเม็ด
     
     
     นั่งห่มป้าห่มอยู่บนเตียงส่วนไอ้เลียมก็มาเล่นเกมส์ในห้องฉัน
    ไอ้จัสเดินขึ้นมาเห็นแล้วหัวเราะก๊าก
    เพราะสภาพที่เห็นในห้องคือเลียมเหงื่อแตกซิกๆนั่งเล่นเกส์
    ส่วนฉันนั่งสั่นหงึกๆอยู่ในผ้าห่ม
    จัสถึงกับถามว่านี่มึงอยู่ห้องเดียวกันจริงๆเหรอว่ะเนี่ย
     
    พอค่ำๆเลียมเลิกเล่นเกมส์ก็มาติวฉันเรื่องเจ้าเข้าลอนดอนวันพรุ่งนี้
    เลียมให้หนังสือมา1เล่มชื่อLONDON A-Zเริ่ดมาก
    มีแผนที่ลอนดอนละเอียดพร้อมสถานีรถไฟ
    จัสเลียมบอกว่าพรุ่งนี้ถ้าออกแต่เช้าควรจะไป
    1.บัคกิ้งแฮม
    2.ลอนดอนอาย
    3.บริติชมิวเซียม
     
     
    สำหรับฉันฉันบอกเลียมว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าบริติช มิวเซียม
    ยังไงตูก็จะไป Check out mummiesให้ได้
    เลียมทำท่าขมวดคิ้วเล็ก ฮ่าๆ
    ก็แหม ยังไม่มีปัญญาไปอียิปต์สักที
    ไหนๆได้มาอังกิดฟรีก็ขอไปดูนิดหน่อยเป็นรอบพรีวิวน่า
    ติวเข้มกันชั่วโมงได้
    พอดีจัสเอาซีดีที่พ่อจัสถ่ายตอนไปเที่ยวลอนดอนไว้ให้ดูด้วย
    จะได้รู้ว่าที่ๆจะไปเป็นอย่างไรบ้าง
    จัสกับเลียมมันกังวลมาก บ่นใหญ่ว่าฉันน่าจะอยู่ถึงวันอาทิตย์
    (ฉันบินกลับวันพฤหัส)
    จัสเองก็ใช้พักร้อนหมดตอนกลับมาเมืองไทยเมื่อต้นปี
    เลยไม่สามารถลาเพื่อนพาฉันไปเที่ยวได้เลย
     
    ฉันก็หัวเราะแหะๆ แหม อยากอยู่นานแต่ก็ห่วงลูกอะ
    ไม่ไว้ใจคุณซะมี ไม่เคยปล่อยให้อยู่กะลูกแบบนี้มาก่อน
    อีกอย่างแอบกั๊กพักร้อนไว้อีก7วันกันเหนียวด้วยที่มะนิลาด้วย
     
    คืนนี้เข้านอนด้วยความตื่นเต้น
    แอบลุ้นว่าตูจะหลงมั้ยน้อออออ