Pond's profilePondPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 26

    Good bye MJ

    เมื่อราว16ปีที่แล้ว
    เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันรู้สึกตื่นเต้น

    ตื่นเต้นเพราะตอนนั้นเรากำลังจะมีคอนเสริ์ตที่ถือว่าเป็นคอนเสริ์ตเต็มรูปแบบ
    จากศิลปินระดับโลกอย่าง Michael Jackson
    วูบแรกที่ได้ยินข่าวนี้ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องจริงหรือนี่
    แต่การโปรโมทอันแสนยิ่งใหญ่จากช่องสามและ BEC-Tero
    ด้วยโฆษณาจากสปอนเซอร์หลักอย่างเป๊ปซี่
    และรายการพิเศษตอนกลางคืนที่ทำให้เด็กอายุ14
    อย่างฉันต้องตั้งนาฬิกาปลุกขึ้นมาดูทุกครั้ง
     
     
    สมัยนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต..
    ยังไม่มียูทูปรวมถึงโทรทัศน์ดนตรีต่างๆที่
    ถ้าจะได้มีโอกาสดูบ้านคุณต้องติดจานดาวเทียม..
    การเข้าถึงนักร้องต่างประเทศยังต้องอาศัยความพยายามมาก
     
    ฉันรู้จักไมเคิล แจ็คสันครั้งแรกตอนที่น้าแอ๊ด คาราบาวร้องว่า
    เอาไมเคิลแจคสันคืนปายยยย
    เอาพระนารายณ์คืนมาาาาาา
    จากนั้นด้วยความอยากรู้ก็อ่าน
    ดู มองตามร้านเทป

    ไปเห็นซีดี Bad บนหัวเตียงของพี่ฟ้าที่อุดร
    สมัยนั้นฉันมีแต่เครื่องเล่นเทป
    โอกาสจิ๊กกลับมากรุงเทพเลยมีค่าเท่ากับศูนย์
    แต่ก็ยังติดตามเท่าที่เด็กคนนึงจะตามได้
     
    เด็กม.3กับการไปดูคอนเสริ์ตของไมเคิล
    ที่ถึงแม้บัตรราคาถูกสุดจะ500ก็เถอะ
    ก็ยังไม่มีปัญญา กลัวฟังไม่ออก ไม่มีคนไปด้วย
    (ถ้าเป็นตอนนี้เหรอ เชอะ อยากไปก็ต้องไปสิ)

    ฉันยังจำได้ถึงเพื่อนชายคนนึงที่นั่งโต๊ะติดกัน
    รัชตะลงทุนหยุดเรียนไปดูคอนเสิร์ตไมเคิลที่สนามศุภเชียวนะ
    จำได้แม่นว่าไมเคิลเลื่อน2วันรัชตะก็ต้องหยุดเรียน2วัน
    แถมตอนนั้นรถติดเป็นประวัติการณ์
    (ส่วนฉันนอนตายอยู่ที่บ้าน อีสุกอีใสถามหาพอดี!)
     
     
    ในความทรงจำของฉันนั้น
    ไมเคิลคือราชาเพลงพ็อพของจริง
    ด้วยเพลงพ็อพขั้นเทพ ซาวด์ทันสมัย
    MVที่ดูอลังการและเทคนิคที่แพรวพราว
    ที่ไม่ว่าดูอีกกี่ครั้งก็รู้สึกไม่เก่า แถมยังทันสมัย
    แบบนี้สินะที่เขาเรียกกันว่าอยู่เหนื่อกาลเวลา?

    แม้กระทั่งทุกวันนี้ถ้ามีช่องไหนเปิดเพลงของคิง ออฟ พ็อพ
    ฉันมักจะต้องหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ชั่วคราว
    แล้วหันไปตั้งอกตั้งใจดูเสมอ
     
    ฉันไม่นิยมและใส่ใจในเรื่องส่วนตัวของเขาเท่าไหร่
    แต่เทให้หมดใจกับความสามารถทางดนตรี

    เมื่อเช้าตอนที่ตื่นขึ้นเปิดโทรทัศน์รายงานข่าวการจากไปของเขา
    ฉันตกใจหันไปมองหน้าพ่อแล้วแต่
    แล้วก็ต่างคนต่างพุ่งเข้าสู่แลปท้อปเช็คข่าวทันที
    ช็อค
    เรื่องจริงเหรอเนี่ย...
     
    นึกถึงไมเคิลแล้วก็นึกไปถึงเคิรท โคเบน
    จอหน์ เลนนอน เอลวิส เพลสลีย์
     เขาเหล่านี้ถึงจะจากไปแล้วแต่บางครั้ง
    เรากลับรู้สึกว่าเค้าอยู่ใกล้กับเรามากขึ้นกว่าเดิม
    บทเพลงและผลงานต่างๆที่เขาเหล่านี้สร้างสรรค์ขึ้นมายังคงอยู่
    และเป็นอมตะ เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางดนตรี
    ที่เราทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคทองของเขาเหล่านี้
    ได้ทำให้เรามีความสุขมากมายแค่ไหนเมื่อยามได้ฟัง
    ได้เต้น และได้ร้องตาม...
     
     
    ขอบคุณมากนะคะ
     
     
    จากนี้ไปขอให้พักผ่อนให้สบาย คุณต่อสู้และเหนื่อยมามากพอแล้ว...
     
     
     
     
    "There's a place in your heart, and I know that it is love
    And this place could be much brighter than tomorrow
    And if you really try, you'll find there's no need to cry
    In this place you'll feel, there's no hurt or sorrow"
     
     
    July 23

    Amazing

    ในบางช่วงที่รู้สึกว่าชีวิตมืดหม่น
    อยากจะร้องกรี้ดดังๆ
    หรือว่าเบื่อมนุษย์ ขี้เกียจพูด ขี้เกียจมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน
    เครื่องเล่นแผ่นเสียงในสมองมักจะเล่นเพลงๆหนึ่ง
    จากวงดนตรีที่ฉันชอบออกมาสั่งการให้สมองผ่อนคลายเสมอ
    และก็แปลกนะ มันมักจะได้ผลทุกที

    อย่างน้อยก็เหมือนน้ำเย็นๆที่ราดรดลงมาที่ต้นกล้าของดอกไม้
    หรือแม้กระทั่งบางทีตกอยู่ในสถานการณ์คับขับทางด้านหน้าที่การงาน
    หลุด adoption ยอดค้ำคอ หนังสือว่ายน้ำมาเมืองไทยไม่ทัน และอีกร้อยแปดปัญหา
    ก็ได้เพลงนี้ละมาแก้ปวดหัว  ไม่ได้มาแก้ปัญหาหรอก
    แต่ก็ช่วยแก้เครียดได้กระจึ๋งนึง
     
    ฉันเป็นคนที่ชอบฟังเพลง และก็ออกจะมั่นใจ
    ว่าคงไม่มีใครไม่ชอบฟังเพลงหรอกนะ
    อย่างที่พระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่6 กล่าวไว้ว่า
    "ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก"
    บางคนฟังเพลงโดยปล่อยให้ท่วงทำนองขัดกล่อมจิตใจ

    แต่ส่วนตัว ฉันนิยมฟังทั้งดนตรี และคำร้อง
    ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ
    ถ้าเป็นภาษาที่ฟังออกก็จะตั้งใจฟัง
    เพราะมันจะยิ่งทำให้เพลงนั้นไพเราะมากยิ่งขึ้น
     
    ช่วงนี้จะว่าไปมันก็ไม่เชิงหดหู่
    ไม่ได้เศร้าสร้อย ไม่ได้อยู่ในช่วงเบื่อมนุษย์
    อ้อ อาจจะมีรายการสมเพชมนุษย์บางจำพวกบ้าง
    เพราะอย่างที่เคยพล่ามๆไป ฉันก็เป็นเช่นมนุษย์ทั่วไป
    ยังมีจิต โลภ โกรธ หลง เป็นธรรมดา

    แม้ว่าตอนนี้พยายามจะศึกษาการวิปัสนากรรมฐาน
    ไม่ใช่จะเป็นการไปฝึกเข้าป่านั่งสมาธิอะไรหรอก

    แค่ฝึก"รู้"
     
    โกรธก็รู้ว่าโกรธ

    โลภก็รู้ว่าโลภ

    หลงก็รู้ตัวว่าหลง
     
    ไม่ใช่ไปห้ามโกรธ ห้ามโลภ ห้ามหลง หรอก
    แค่เป็นการฝึก"รู้"ว่าจิตของตัวเองมันเป็นอย่างไรอยู่
     
    โกรธครั้งล่าสุด เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ
    โอ้โห รู้สึกตัวเลยว่ามันแล่นขึ้นมาในใจเป็นริ้วๆ
    เป็นระลอกๆ แล้วพอรับรู้ว่าเออ นี่ฉันกำลังโกรธนะ
    มันก็เริ่มเบาบางลง
     
    ถึงแม้ว่าบางทีเมื่อได้ทบทวนว่าโกรธอะไร โกรธใครอยู่
    แล้วความโกรธมันจะแล่นกลับมาเป็นระลอกๆ
    ให้ความรู้สึกเหมือนกระแสคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งไม่มีผิด

    แล้วมันก็นึกขำตัวเอง
    เออนะ โกรธแล้วจะไปโต้ตอบก็ใช่ที่
    ไอ้การโต้ตอบก็เป็นเรื่องของอัตตาด้วยใช่มั้ย?
    ตัวกู ของกู ศักดิ์ศรีกู กูยอมไม่ได้

    แล้วในอนาคตล่ะ?
    เมื่อเราตายไป ตัวกู ยังใช่ของกูรึเปล่า?
    ของกู ..ไม่ว่าจะคนหรือจะเป็นสิ่งของ ..เอาติดตัวไปด้วยได้หรือ
    ศักดิ์ศรียื่งไม่ต้องพูดถึงเข้าไปใหญ่
    เพราะในเมื่อรูปธรรมยังเอาไปไม่ได้
    แล้วนามธรรมจะเอาไปได้เหรอคะ
     
    เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนอาจงง
    แล้วไอ้เพลงที่มันเล่นวนเวียนอยู่ในหัวฉันตอนนี้คือเพลงอะไรละ
    ถูกแล้วค่ะ Amazing ของAerosmith ค่ะ
    เพลงที่สำหรับฉันแล้วทุกบรรทัดเป็นสัจธรรมหมดเลย
     
    I kept the right ones out
    And let the wrong ones in
    Had an angel of mercy to see me through all my sins
    There were times in my life
    When I was goin' insane
    Tryin' to walk through
    The pain
    When I lost my grip
    And I hit the floor
    Yeah,I thought I could leave but couldn't get out the door
    I was so sick and tired
    Of livin' a lie
    I was wishin that I
    Would die
    [Chorus:]
    It's Amazing
    With the blink of an eye you finally see the light
    It's Amazing
    When the moment arrives that you know you'll be alright
    It's Amazing
    And I'm sayin' a prayer for the desperate hearts tonight
    That one last shot's a Permanent Vacation
    And how high can you fly with broken wings?
    Life's a journey not a destination
    And I just can't tell just what tomorrow brings
    You have to learn to crawl
    Before you learn to walk
    But I just couldn't listen to all that righteous talk, oh yeah
    I was out on the street,
    Just tryin' to survive
    Scratchin' to stay
    Alive
    [Chorus]
    Desperate hearts, desperate hearts
     
      
     
     
    May 28

    Beautiful day

     
    Beautiful day
     
    วันที่สวยงาม
     
     
    The heart is a bloom
    Shoots up through the stony ground
    There's no room
    No space to rent in this town

    หัวใจเหมือนดอกไม้

    ที่กำลังผลิบานออกมาจากพื้นหิน

    ตอนนี้ไม่มีที่ว่าง

    เมืองนี้ไม่มีแม้แต่ที่ให้พักพิงชั่วคราว


    You're out of luck
    And the reason that you had to care
    The traffic is stuck
    And you're not moving anywhere

    คุณโชคไม่ดีเลย

    และก็มีเพียงเหตุผลเดียวที่ต้องอยู่

    ก็คือการจราจรมันแย่มาก

    คุณเลยขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย

    You thought you'd found a friend
    To take you out of this place
    Someone you could lend a hand
    In return for grace

    คุณคิดว่าคุณได้พบเพื่อน

    คนที่จะพาคุณออกไปจากที่นี่

    คนที่คุณสามารถให้ความช่วยเหลือได้

    และได้รับสิ่งดีๆตอบแทนกลับมา


    It's a beautiful day
    Sky falls, you feel like
    It's a beautiful day
    Don't let it get away

    ช่างเป็นวันที่สวยงามจริงๆ

    ท้องฟ้าที่อยู่ตรงหน้ามันทำให้คุณรู้สึกว่า

    วันนี้มันช่างสวยงาม

    อย่าปล่อยมันไปนะ


    You're on the road
    But you've got no destination
    You're in the mud
    In the maze of her imagination

    คุณอยู่บนถนน

    โดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้จะไปที่ไหน

    จมอยู่ในโคลน

    แห่งเขาวงกตของจินตนาการ

    You love this town
    Even if that doesn't ring true
    You've been all over
    And it's been all over you

    คุณรักเมืองนี้

    แม้ว่าบางทีมันก็ไม่ค่อยจริงใจกับคุณเท่าไหร่

    คุณไปมาหมดทุกแห่งแล้ว

    และตอนนี้มันก็มาอยู่ตรงหน้าคุณทั้งหมด

    It's a beautiful day
    Don't let it get away
    It's a beautiful day

    ช่างเป็นวันที่สวยงาม

    อย่าปล่อยให้มันผ่านเลยไป

    วันที่แสนงามแบบนี้

    Touch me
    Take me to that other place
    Teach me Love
    I know I'm not a hopeless case

    สัมผัสฉันสิ

    พาฉันไปที่อื่นที

    สอนให้ฉันรู้จักความรักหน่อย

    ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่รายที่สิ้นหวังเกินไป

    See the world in green and blue
    See China right in front of you
    See the canyons broken by cloud
    See the tuna fleets clearing the sea out
    See the Bedouin fires at night
    See the oil fields at first light
    And see the bird with a leaf in her mouth
    After the flood all the colors came out

     

    มองเห็นโลกเป็นสีเขียวและสีฟ้าที่สวยสดใส

    ดูสิว่าเมืองจีนเปิดประเทศแล้ว

    มองดูแก่งหินถูกลมกัดเซาะสิแล้วยังฝูงปลาที่แหวกว่ายในท้องทะเล

    มองดูกองไฟของนเผ่าเบดูอินยามค่ำคืน

    แล้วก็มองดูแสงไฟแรกจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน

    แล้วยังนกน้อยที่กำลังคาบใบไม้นี่ละ

    หลังจากน้ำท่วมผ่านพ้นไป สีสันสดใสก็ตามมา

    It was a beautiful day
    Don't let it get away
    Beautiful day

    ช่างเป็นวันที่สวยงามอะไรอย่างนี้

    อย่าปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆนะ

    วันที่แสนสวยงาม



    Touch me
    Take me to that other place
    Reach me
    I know I'm not a hopeless case

    สัมผัสฉันสิ

    พาฉันไปยังดินแดนอื่น

    เข้าถึงฉันสิ

    ฉันไม่ใช่คนที่หมดหวังขนาดนั้นหรอกน่า



    What you don't have you don't need it now
    What you don't know you can feel it somehow
    What you don't have you don't need it now
    Don't need it now
    Was a beautiful day

    สิ่งที่คุณยังไม่มี คุณก็ยังไม่ต้องการมันหรอก

    สิ่งที่คุณไม่รู้จักมันคุณก็สามารถรับรู้ถึงมันได้บ้างละ

    สิ่งที่คุณยังไม่มี คุณก็ยังไม่ต้องการมันหรอก

    คุณยังไม่ต้องการมันหรอก

    วันนี้ดีจะตายยย

    --------------------------------------

    วันนี้แปลแบบเผามาก

    อ่านสดแปลสด ไม่มีการคำนึงถึงความไพเราะ ฮ่าๆ

    นับวันยิ่งดิบนะเนี่ยฉัน

    แต่เมื่อคืนนี้นั่งดูเอ็มวีเพลงนี้อีกรอบก็ยิ่งชอบและอดไม่ได้จะฮัมเพลงนี้ทั้งวัน

    ฉันชอบเสียงของโบโนและเสียงกีตาร์กีตาร์ของ The Edge

    อย่างที่บอกยิ่งไปถ่ายกันที่ชาร์ล เดอ โกล ยิ่งทำให้ชอบมากอีกเป็นหลายเท่า

    ฮ่าๆ บ้าไปแล้ว

     

    รู้สึกสบายดี

       

    ร้องเถอะร้องเพลง ถ้าอยากจะร้องจงร้องไป
    ร้องเถอะร้องไห้ ถ้าได้ร้องแล้วลืมมัน
    เผลอไปรักใคร เขาไม่รักไม่ยักมันส์
    แล้วก็แล้วกัน บอกว่าตัวฉันสบายดี

    เศร้าเสียใจ สนุกตรงไหนใส่น้ำตา
    ใช้เวลาเศร้าน้อย ๆ ก็คงดี
    ฟ้าก็แสนไกล จ้องตรงไหนก็โสภี
    ดูซิดูซี ว่าโลกใบนี้ช่างดีจัง

    ผู้คนมากมายก่ายกอง จ้องมองตั้งใจจะมองหา
    รอถึงเวลาจะไขว่จะคว้าทำความดี
    แต่ใครเล่าใครจะไปตั้งใจอะไรจะมาชี้
    คนเรียกคนดี …ติดที่เขาเอาใจใคร

    ฟ้าสีคราม เมฆปุยขาวมีสองปุย
    สวยทั้งสองปุย อยู่ที่เขาที่เราคุย
    ฟ้าที่แสนงาม แขวนเมฆขาวเป็นร้อยปุย
    ปุยทุกปุยปุย จะสดสวยเพราะเราดู

    ถนนสีเทา เขม่าควันพิษก็สีเทา
    หิวก็หาเอา ป่วยตัวร้อนก็นอนไว
    เหงาก็คบคน โลกสับสนมีเยอะไป
    เพลียก็ตรงไป เก็บโลกสดใสไว้บนเตียง

    ผู้คนมากมายก่ายกอง จ้องมองตั้งใจจะมองหา
    รอถึงเวลาจะไขว่จะคว้าทำความดี
    แต่ใครเล่าใครจะไปตั้งใจอะไรจะมาชี้
    คนเรียกคนดี …ติดที่เขาเอาใจใคร

    ฟ้าสีครามเมฆปุยขาวมีสองปุย
    สวยทั้งสองปุย อยู่ที่เขาที่เราคุย
    ฟ้าที่แสนงามแขวนเมฆขาวเป็นร้อยปุย
    ปุยทุกปุยปุย จะสดสวยเพราะเราดู

    ถนนสีเทา เขม่าควันพิษก็สีเทา
    หิวก็หาเอา ป่วยตัวร้อนก็นอนไว
    เหงาก็คบคน โลกสับสนมีเยอะไป
    เพลียก็ตรงไป เก็บโลกสดใสไว้บนเตียง

     ____________________________________________________

    วันนี้อยู่ๆฉันก็ฮัมเพลงนี้

    ทั้งๆที่ไม่ได้ร้องได้ฟังตั้งนาน

    ตอนนั่งรถกลับมาลมพัดใส่หน้าเย็น ๆ

    มีเพลงสองเพลงแว่บเข้ามาในใจ เพลงแรกคือรู้สึกสบายดีของเฉลียง

    เพลงที่สองคือ beautiful day ของU2

    สองเพลงนี้สำหรับฉันฟังแล้วยิ้มได้ทุกที

    อย่างbeautiful day นั้นทุกครั้งที่ร้องหรือได้ฟัง

    ภาพของโบโน่ ยืนร้องเพลงอยู่ที่ สนามบินชาร์ล เดอ โกล์

    ก็จะแว่บเข้ามาในห้วงความคิดของฉันเสียทุกครั้ง

    เพลงที่มีความสุขซ่อนอยู่ในทุกตัวหนังสือ

    ฉากที่คู่รักยืนจูบลาที่สนามบินช่างติดตาตรึงใจ

    (เป็นฉันๆคงไม่บงไม่บินมันแล้ว กลับบ้านดีกว่า ฮ่าๆ)

     

    โดยส่วนตัวฉันเป็นคนชอบบรรยากาศที่สนามบินมาก

    มีทั้งความสุขของการได้พบเจอคนที่รัก ได้กลับบ้าน และความเศร้าของการพลัดพราก

    ฉันเองก็ไม่ใช่นักเดินทางเจ้าประจำ

    แต่โดยรวมฉันก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองปฏิกิริยาของคนรอบข้างทุกที

    ชักจะยาว เดี๋ยวมาต่อกันเต็มๆกับวันที่สวยงามของวงยูทูพรุ่งนี้ดีกว่า

     

        

    May 21

    Bittersweet Symphony

    Goshhhhhh
     
    I just found that I missed one of the best Lives ever.
    It's Ashcroft and Coldplay on stage together!!
     
    Well I had a chance to join Coldplay 's live, but not for Ashcroft!!!
    This is one of the classy music, and it can make you get into it.
     
       
     
    This song was chosen to be one of the OST of "Cruel Intention"
    one of my favorite movies,too.
    The song came almost at the end of the movie...
    and it truly show the truth...that we can feel...
     
    Who's the winner in this game they 're playing...
    I don't even think they'll know...
    Who's the loser and how much they're paying???
    I don't even think they know....
     
     There is no winner in this movie..everybody hurts.
     
    'Cause it's a bittersweet symphony this life
    Trying to make ends meet, you're a slave to the money then you die
    I'll take you down the only road I've ever been down
    You know the one that takes you to the places where all the veins meet, yeah
    No change, I can't change, I can't change, I can't change,
    but I'm here in my mold , I am here in my mold
    But I'm a million different people from one day to the next
    I can't change my mold, no, no, no, no, no

    Well, I've never prayed,
    But tonight I'm on my knees, yeah
    I need to hear some sounds that recognize the pain in me, yeah
    I let the melody shine, let it cleanse my mind , I feel free now
    But the airwaves are clean and there's nobody singing to me now

    No change, I can't change, I can't change, I can't change,
    but I'm here in my mold , I am here with my mold
    And I'm a million different people from one day to the next
    I can't change my mold, no, no, no, no, no

    (Well have you ever been down?)
    (I can't change, I can't change...)
    (Ooooohhhhh...)

    'Cause it's a bittersweet symphony this life
    Trying to make ends meet, trying to find some money then you die
    I'll take you down the only road I've ever been down
    You know the one that takes you to the places where all the veins meet, yeah
    You know I can't change, I can't change, I can't change,
    but I'm here in my mold, I am here in my mold
    And I'm a million different people from one day to the next
    I can't change my mold, no,no,no,no,no
    I can't change my mold, no,no,no,no,no
    I can't change my mold, no,no,no,no,no

    (It justs sex and violence melody and silence)
    (It justs sex and violence melody and silence)
    (I'll take you down the only road I've ever been down)
    (It justs sex and violence melody and silence)
    (I'll take you down the only road I've ever been down)
    (Been down)
    (Ever been down)
    (Ever been down)(Lalalalalalaaaaaaaa...)
    (Ever been down)
    (Ever been down)
    (Have you ever been down?)
    (Have you ever been down?)
    (Have you ever been down?)
     
    May 10

    คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว

     

    ตะวันลับฟ้าเมื่อตอนเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ใจหาย
    ปลายท้องฟ้ากับแดดรำไร ฉันเหมือน ใจจะขาด
    ยังกังวล ห่วงใครบางคน ที่ไม่อาจพบและเจอ
    คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว

    *ไม่เคยได้รู้ว่าเธอเป็นไง
    ข่าวคราวเงียบหายเมื่อจากกัน
    เธอมีใครมาแทนที่ฉัน แล้วเขาดีหรือเปล่า
    มีฉันไหม เวลาที่ฝัน หรือว่าลืมทุกเรื่องราว
    (ยัง) คิดถึงฉันหรือเปล่า เมื่ออยู่คนเดียว

    **ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เธอไม่อยู่ ชีวิตดูเปลี่ยนไป
    ยังอ้างว้างยังเสียใจ เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา
    ยังคิดถึงวันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา
    แต่วันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับใจ คิดถึงเธอรู้ไหม
    (ยัง) คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว

     

     

    April 07

    Don't look back in anger

    เพลง: Don't look back in anger (รักอย่าให้ช้ำ)
    ขับร้อง: Noel Gallagher
    สังกัด: Sony Music

    ป.ล.เฮ้ย! intro น่ะ intro เปียโน เพลง Imagine ของ John Lennon นี่หว่า... ใครก็ได้ด่า มันที (อ่าว...ล้อเล่น อย่าโกรธนะ แฮะๆ)

    Slip inside the eye of your mind
    Don't you know you might find
    A better place to play
    You said that you'd once never been
    All the things that you've seen
    Will slowly fade away

    มองเข้าไปในแววตาเธอ
    เธอไม่รู้หรอกหรือ.. ว่าเธออาจได้พบ
    ดินแดนอันแสนสุขให้เธอได้โลดแล่น
    เธอกลับบอก.. เธอนั้นไม่เคยได้สัมผัสถึงแม้เพียงครั้ง
    ทุกสรรพสิ่งที่เธอได้เคยพบเห็น
    ค่อยๆ เลือนลางจางหายไป

    So I start the revolution from my bed
    Cos you said the brains I have went to my head
    Step outside the summertime's in bloom
    Stand up beside the fireplace
    Take that look from off your face
    You ain't ever gonna burn my heart out

    เหตุนี้ฉันจึงอยากเริ่มปรับความเข้าใจของเราสอง
    และเธอเองก็ดูออกว่าฉันมีบางสิ่งที่อยากจะบอก
    ยามนี้ที่เราก้าวย่างไปสู่ห้วงเวลาที่รักเบ่งบาน
    ดั่งยืนเคียงข้างเตาผิงที่คอยให้ไออุ่น
    ฉันหยุดสายตาตรงที่ใบหน้าเธอ
    รู้ไหมว่า.. เธอทำให้ใจของฉันนั้นแทบละลาย

    So Sally can wait, she knows its too late as we're walking on by
    Her soul slides away, but don't look back in anger I hear you say

    และเป็นเธอที่รออยู่ เธอรู้ดีว่ามันสายไปกับสิ่งที่เรากำลังเป็นอยู่ หากต้องจำพรากจากกัน
    ให้รักพาใจล่องลอยไป แต่จงอย่าให้รักนั้นย้อนกลับมาทำร้ายเราเลย ฉันรับรู้ที่เธอบอกเสมอ

    Take me to the place where you go
    Where nobody knows if it's night or day
    Please don't put your life in the hands
    Of a Rock n Roll band
    Who'll throw it all away

    ให้ฉันติดตามเธอไปในทุกที่ที่เธอไป
    ที่ซึ่งอยู่เหนือกาลเวลา
    แต่จงอย่าได้ฝากชีวิตไว้กับคนอย่างฉันเลย
    เพียงคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง
    ที่ชีวิตดั่งแขวนอยู่บนเส้นด้าย

    So I start the revolution from my bed
    Cos you said the brains I have went to my head
    Step outside the summertime's in bloom
    Stand up beside the fireplace
    Take that look from off your face
    You ain't ever gonna burn my heart out

    เหตุนี้ฉันจึงอยากเริ่มปรับความเข้าใจของเราสอง
    และเธอเองก็ดูออกว่าฉันมีบางสิ่งที่อยากจะบอก
    ยามนี้ที่เราก้าวย่างไปสู่ห้วงเวลาที่รักเบ่งบาน
    ดั่งยืนเคียงข้างเตาผิงที่คอยให้ไออุ่น
    ฉันหยุดสายตาตรงที่ใบหน้าเธอ
    รู้ไหมว่า.. เธอทำให้ใจของฉันนั้นแทบละลาย

    So Sally can wait, she knows its too late as we're walking on by
    Her soul slides away, but don't look back in anger I hear you say

    และเป็นเธอที่รออยู่ เธอรู้ดีว่ามันสายไปกับสิ่งที่เรากำลังเป็นอยู่ หากต้องจำพรากจากกัน
    ให้รักพาใจล่องลอยไป แต่จงอย่าให้รักนั้นย้อนกลับมาทำร้ายเราเลย ฉันรับรู้ที่เธอบอกเสมอ

    Don't look back in anger
    Don't look back in anger
    Don't look back in anger
    At least not today

    อย่าให้รักนั้นย้อนกลับมาทำร้ายเราเลย
    อย่าให้รักนั้นย้อนกลับมาทำร้ายเราเลย
    อย่าให้รักนั้นย้อนกลับมาทำร้ายเราเลย
    แม้ว่าวันนี้ มันจะไม่เกิดขึ้นก็ตาม

     

    เปล่า ไม่ได้แปลเอง ได้มาจากที่ไหนซักแห่งขออภัยจำไม่ได้จริงๆ  เพราะเพลงนี้แปลยากจริงๆ
    เพลงนี้ฟังครั้งแรกก็ตกหลุมรักเลย ถึงแม้คนเคยใกล้ตัวจะเกลียดเสียงรกๆของฝั่งอังกฤษก็เถอะ
    ตอนที่ไปLive ของ Oasis ก็เพลงนี้นี่ล่ะที่ดังกระหึ่มHallสุดๆ
    ยิ่งกับท่อนที่ว่า
    Please don't put your life in the hands
    Of a Rock n Roll band
    Who'll throw it all away
    ยังฟังยิ่งอินจนกลายเป็น all time fevoriteของฉันไปเลย
    เฮ้อ เทปเพลงพวกนี้ยืดไปหมดแล้ว
    สงสัยต้องไปตามล่าหาซีดีใหม่อีกครั้ง
     

    ขอแค่ครั้งเดียว : Just once

    I did my best, but I guess my best wasn't good enough
    'cause here we are back where we were before
    seems nothing ever changes
    we're back to being strangers
    wondering if we ought to stay or head on out the door

    ฉันทำดีที่สุดแล้วแต่เกรงว่ามันคงจะไม่ดีเพียงพอ

    เพราะสุดท้ายแล้วเราก็กลับมาที่จุดเริ่มต้นจนได้

    เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

    เราสองคนกลับมาเป็นคนแปลกหน้าของกันอีกครั้ง

    ท่ามกลางความสับสนเราควรจะอยู่ด้วยกันต่อ

    หรือเดินแยกจากกันไป

    Just once
    can't we figure out what we keep doing wrong
    why we never last for very long
    what are we doing wrong.

    แค่ครั้งเดียว..

    ขอให้เราได้ล่วงรู้สิ่งที่เราเคยทำผิดพลาดไป

    เหตุใดช่วงเวลาของเราสองถึงได้สั้นนัก

    เราทำอะไรพลาดไปงั้นเหรอ


    just once
    can't we find a way to finally make it right
    to make the magic last for more than just one night
    if we could just get to it
    I know we could break through it.

    ขอแค่ครั้งเดียว

    ให้เราได้มีโอกาสแก้ไขให้มันถูกต้อง

    ให้ความพิเศษนี้คงอยู่นานกว่าแค่ชั่วคืน

    แค่ให้โอกาสเราอีกครั้ง

    ฉันรู้ว่าฉันทำได้


    I gave my heart
    but I think my heart may have been too much
    'cause lord knows we're not getting anywhere
    seems we're always blowing
    whatever we've got going
    and it seems at times with all we've got
    we haven't got a prayer....

    ฉันมอบหัวใจให้ไป

    แต่มันคงจะมากเกินไป

    พระเจ้าทรงรู้ว่าเราสองคนมันไปไม่ถึงไหน

    เพราะไม่ว่าจะไปไหนเราก็ทำมันพังเสียหมด

    มันเหมือนกับว่าที่ผ่านมา

    เราคงทำบุญร่วมกันมาไม่พอ


    Just once
    can't we figure out what we keep doing wrong
    why the good times never last for long,
    where are we going wrong

    แค่ครั้งเดียว...

    ให้เราได้รู้ว่าเราทำอะไรผิดพลาดไป

    ทำไมช่วงเวลาที่ดีมันถึงมีได้ไม่นาน

    เราทำอะไรผิดไปงั้นเหรอ


    just once...
    can't we find a way to finally make it right
    to make the magic last for more than just one night
    i know we could break through it
    if we could just get to it

    แค่ครั้งเดียว

    ให้เราได้มีโอกาสได้แก้ไขให้มันถูกต้อง

    ให้สิ่งพิเศษได้คงอยู่มากกว่าแค่หนึ่งคืน

    ฉันรู้ว่าเราทำได้

    แค่ให้เราได้มีโอกาส


    Just once, I want to understand.....
    why it always comes back to goodbye;
    why can't we get ourselves in hand
    and admit to one another
    we're no good without each other
    take the best and make it better
    find a way to stay together

    แค่ครั้งเดียว,ให้ฉันได้เข้าใจ

    ว่าทำไมมันถึงต้องลงเอยด้วยการจากลา

    ทำไมเราไม่สามารถกอดและยอมรับกันและกันอีก

    ขาดคนใดไปเราก็ไม่สมบูรณ์

    เลือกสิ่งที่ดีที่สุดและทำให้มันดีขึ้น

    เพื่อจะได้ทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน

    Just once...

     

    ขอแค่ครั้งเดียว